ฮอร์มุซกลับมาเดินเรือปกติ กดราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว จับตา OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสัปดาห์ 6-10 กรกฎาคม 2569 ปรับลดลงกว่า 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้อุปทานน้ำมันเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาด ขณะที่ OPEC+ เดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม ส่วนอิหร่านเริ่มหารือส่งออกน้ำมันไปญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังสหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราว
รายงานข่าวจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ระบุ สถานการณ์ตลาดน้ำมันประจำสัปดาห์วันที่ 6-10 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน หลังความกังวลด้านอุปทานคลี่คลาย โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (ICE Brent) เฉลี่ยอยู่ที่ 72.32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 2.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) อยู่ที่ 69.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 65.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันเบนซินออกเทน 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 99.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดีเซลปรับเพิ่มเป็น 115.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันมาจากสถานการณ์การเดินเรือผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ที่กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ โดยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และสินค้าอื่น ๆ เดินเรือผ่านช่องแคบรวม 43 ลำ แบ่งเป็นเรือขาออกจากอ่าวเปอร์เซีย 23 ลำ และขาเข้า 20 ลำ ขณะที่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส พร้อมพันธมิตรหลายประเทศ เตรียมระดมกำลังภายใต้ภารกิจ Multinational Military Mission เพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือในพื้นที่
ด้านอุปทานน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ โดยการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC (11 ประเทศ) ในเดือนมิถุนายน 2569 เพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อน อยู่ที่ 19.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี ขณะที่กลุ่ม OPEC+ (7 ประเทศ) มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในเดือนสิงหาคมอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อทยอยชดเชยการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจในช่วงก่อนหน้า
ส่วนอุปทานจากอิหร่านมีสัญญาณกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดย Reuters รายงานว่า อิหร่านเริ่มหารือกับผู้ค้าน้ำมันในญี่ปุ่น เพื่อกลับมาส่งออกน้ำมันดิบไปยังญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 หลังสหรัฐอเมริกาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวในช่วงหยุดยิง 60 วัน อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นระบุว่ายังต้องพิจารณาหลายปัจจัย โดยเฉพาะความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนตัดสินใจนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านอีกครั้ง
ขณะที่ Bloomberg รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเร่งส่งออกน้ำมันดิบหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยในช่วงวันที่ 26 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2569 มีการส่งออกน้ำมันเฉลี่ย 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านท่าเรือ Ras Tanura ในอ่าวเปอร์เซีย และ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านท่าเรือ Yanbu ในทะเลแดง สะท้อนว่าอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางกำลังทยอยกลับเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มตลาดน้ำมันในสัปดาห์วันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569 นักลงทุนยังคงติดตามการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ความต่อเนื่องของการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง รวมถึงสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาน้ำมันโลกในระยะสั้น.