เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ดูทั้งหมด

‘พชร’ แนะ 4 ข้อ รื้อกฎหมายธุรกิจต่างด้าว ปิดช่องนอมินี หลังสหรัฐ ขึ้นภาษีไทย

31 ก.ค. 2569 | 13:02น.

“พชร” ชี้ เคยเตือนเรื่องปัญหามาตรา 301 ของสหรัฐแล้ว แนะ 4 ข้อ รื้อกฎหมายธุรกิจต่างด้าว ปิดช่องนอมินี หลังสหรัฐ ขึ้นภาษีไทย

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวถึงถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาปรับขึ้นภาษีสินค้าไทย 12.5 % ภายใต้มาตรา 301 จากเหตุผลหลักเรื่องแรงงานบังคับและกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน

นายพชรกล่าวว่า แม้ทิศทางที่รัฐบาลตั้งเป้าจะปรับบทบาทจาก “รัฐควบคุม” ไปสู่ “รัฐอำนวยความสะดวก” มากขึ้นจะเป็นแนวทางที่ดีและถูกต้อง แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต้องตามมาด้วยกลไกการกำกับดูแลที่เข้มแข็งขึ้นเสมอ ไม่เช่นนั้นความหย่อนยานที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นช่องว่างให้ผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาแสวงหาประโยชน์

“หัวใจของปัญหาที่สหรัฐฯ กล่าวหาไทย คือกรณีสินค้าต่างชาติที่เข้ามาผ่านกระบวนการแปรสภาพเพียงเล็กน้อยเพื่อสวมสิทธิเป็นสินค้าไทย และยังลามไปถึงเรื่องแรงงานบังคับทั้งที่ผิดกฎหมายในธุรกิจของเรา ผมมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่รัฐต้องเข้ามาจัดการ เพราะเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับภาพใหญ่ทั้งหมดของปัญหา” นายพชรกล่าว

หนึ่งในปัญหานอมินีต่างชาติที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาปลายทางที่สังคมเห็นอยู่ในปัจจุบันนั้น แท้จริงแล้วมีรากมาจากการที่ภาครัฐปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลานาน และหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สักวันจะกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นให้กับสังคมไทย

“เราเห็นนอมินีต่างชาติในจังหวัดท่องเที่ยวหลักของไทย เราเห็นการสวมสิทธิ์สัญชาติในสินค้าส่งออก ทั้งหมดนี้กำลังเป็นปัญหาเดียวกันที่แสดงออกมาในหลายรูปแบบ หากรัฐบาลจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง ต้องถือโอกาสนี้รื้อโครงสร้างที่บิดเบี้ยวนี้ทั้งระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเป็นจุดๆ ไปเรื่อยๆ” นายพชรกล่าว

นายพชรกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเรื่องการผลิตส่วนเกินและแรงงานบังคับที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว มีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้ คือปัญหาธุรกิจในไทยที่ปัจจุบันมีทั้งนอมินีถือหุ้นแทน และการใช้ช่องโหว่ผ่านหุ้นบุริมสิทธิในการจัดการแทนบริษัท

ถ้าลองไปดูธุรกิจในกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวในภาคใต้ที่เป็นข่าวจะเห็นลักษณะนี้คือ ประกอบธุรกิจต่างต่างด้าวถือหุ้นต่ำกว่าคนไทยในสัดส่วนตามพรบ. ประกอบธุรกิจต่างด้าวจริง แต่ 49% ส่วนใหญ่เป็นหุ้นบุริมสิทธิที่กำหนดสิทธิดีกว่าทั้งนั้นโดยเฉพาะสิทธิในการออกเสียง สิทธิยับยั้ง หรือสิทธิแต่งตั้งกรรมการแก่ผู้ถือหุ้นต่างชาติ ทำให้ดูเหมือนคนไทยคุมกิจการ แต่อำนาจตัดสินใจจริงกลับอยู่ที่ต่างชาติทั้งหมด” นายพชรกล่าว

นายพชรอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหานี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นเพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1142 กำหนดว่า เมื่อบริษัทออกหุ้นบุริมสิทธิและกำหนดเงื่อนไขไว้แล้ว ห้ามแก้ไขอีกเลย หมายความว่าเงื่อนไขที่ต่างชาติกำหนดไว้ตั้งแต่วันจดทะเบียนบริษัทจะถูกล็อกไว้อย่างถาวร โดยแทบไม่มีช่องทางแก้ไขในภายหลัง ต่างจากกฎหมายอังกฤษและมาเลเซียที่เปิดให้แก้ไขเงื่อนไขบุริมสิทธิได้ ภายใต้กลไกคุ้มครองผู้ถือหุ้น

โดยมีข้อเสนอแนะต่อการแก้ปัญหาดังกล่าว ดังนี้

  1. การทบทวนมาตรา 1142 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้เปิดทางแก้ไขเงื่อนไขบุริมสิทธิและแปลงหุ้นได้ ภายใต้กลไกคุ้มครองผู้ถือหุ้นข้างน้อยแบบอังกฤษ-มาเลเซีย แทนการห้ามเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เงื่อนไขที่ถูกใช้หลีกเลี่ยงกฎหมายธุรกิจต่างด้าวกลายเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ตลอดไป
  2. ทบทวนนิยาม “คนต่างด้าว” ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างดาว 2542 ให้เพิ่มเกณฑ์ “อำนาจควบคุมกิจการ” ควบคู่กับเกณฑ์สัดส่วนการถือหุ้นที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยพิจารณาสิทธิพิเศษที่ติดมากับหุ้นบุริมสทธิ เช่น สิทธิออกเสียงพิเศษ สิทธิยับยั้ง หรือสิทธิแต่งตั้งกรรมการ หากพบว่าต่างชาติแม้ถือหุ้นไม่ถึงกึ่งหนึ่งแต่มีอำนาจควบคุมกิจการที่แท้จริง ก็ควรเข้าข่ายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายฉบับนี้เช่นเดียวกับกรณีถือหุ้นเกินสัดส่วน เพื่อปิดช่องว่างที่ทำให้นิยามทางกฎหมายตามไม่ทันรูปแบบการควบคุมกิจการสมัยใหม่
  3. สนับสนุนให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีเครื่องมือและแนวทางตรวจสอบที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยไม่ได้มองแค่สัดส่วนหุ้นแต่รวมถึงข้อบังคับบริษัทและเงื่อนไขบุริมสิทธิด้วย เพื่อให้เห็นภาพโครงสร้างการบริหารจัดการที่แทจริงชัดเจนขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการกำกับดูแลของภาครัฐและความโปร่งใสของภาคธุรกิจเอง
  4. บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร BOI และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อติดตามเส้นทางเงินทุนและโครงสร้างควบคุมข้ามหน่วยงาน

ทั้งสี่แนวทางนี้ต้องดำเนินการควบคู่กันไป และ ผมมองว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงกันหมด กิจการที่ถูกต่างชาติควบคุมผ่านโครงสร้างเหล่านี้มักหลุดรอดจากการตรวจสอบมาตรฐานแรงงานและห่วงโซ่การผลิต ที่ดูผิวเผินเหมือนเป็นธุรกิจไทย ทั้งที่คนมีอำนาจจริงไม่ใช่คนไทย

หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการตรวจสอบโครงสร้างนอมินีอย่างเข้มงวด และทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อไม่ให้ช่องโหว่ทางกฎหมายกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนไทยและปนะเทศไทยเสียทั้งอำนาจควบคุมกิจการในประเทศ และเสียเปรียบทางการค้าในเวทีโลกไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ นายพชรยังฝากมุมมองเพิ่มเติมว่า นักลงทุนก็เปรียบเสมือนลูกค้าของประเทศ การบริการที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก เพียงต้องเอาใจใส่ให้มีประสบการณ์ที่ดี (User Experience) มีความสะดวกในการใช้บริการ (User Interface) และสำคญที่สุดคือกำหนดการกำกับดูแลให้เท่าเทียมกันโดยไม่มีช่องว่างหรือสิทธิพิเศษเฉพาะราย

ทุกวันนี้ยังมีกลุ่มที่ไม่หวังดี (bad character)อาศัยช่องว่างตรงนี้แสวงหาประโยชน์จากประเทศไทยอยู่ หากภาครัฐสามารถปิดช่องว่างนี้ได้อย่างแท้จริง นี่จะเป็นการยกระดับประเทศในระยะยาว” นายพชรกล่าวทิ้งท้าย