หอการค้าไทย-KADIN Indonesia ผนึกตลาดคาร์บอน ดันลงทุนสีเขียว เชื่อมธุรกิจ
หอการค้าไทย จับมือ KADIN Indonesia ลงนาม MOU ความร่วมมือด้าน Carbon Market Cooperation ระหว่างภารกิจนายกรัฐมนตรีไทยเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปี วางกรอบเชื่อมการลงทุน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายธุรกิจรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมหนุนเป้าหมายสองประเทศเร่งมูลค่าการค้าสู่ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–อินโดนีเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้นำผู้แทนภาคธุรกิจไทยร่วมสนับสนุนภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมกล่าวเปิดงาน Indonesia-Thailand Business Forum และเป็นผู้แทนฝ่ายไทยลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้าน Carbon Market Cooperation กับนาย Anindya Novyan Bakrie ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย (KADIN Indonesia) ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569

การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยครั้งแรกในรอบ 15 ปี โดยนายกรัฐมนตรีได้หารือกับนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–อินโดนีเซียให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเร่งผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่ระดับ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร อุตสาหกรรมฮาลาล และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งของอาเซียนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
สำหรับภาคเอกชน หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ประสานความร่วมมือกับหอการค้าไทยในอินโดนีเซีย (ThaiCham Indonesia) และเครือข่ายนักธุรกิจไทยที่ดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซีย เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ ทั้งการสร้างเครือข่าย การจับคู่ทางการค้าและการลงทุน รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือในสาขาธุรกิจที่มีศักยภาพ

ดร.พจน์กล่าวว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน และความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาเซียนกำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก จึงเป็นช่วงเวลาที่ภาคธุรกิจไทยและอินโดนีเซียต้องยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน
โดยเฉพาะการสร้างห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค (Regional Value Chains) การเชื่อมโยงการลงทุน และการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งหอการค้าไทยและ KADIN Indonesia จะเป็นกลไกเชื่อมโยงภาคเอกชน เพื่อผลักดันความร่วมมือและโครงการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ปักหมุด “Carbon Market” เชื่อมลงทุนสีเขียว
อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญคือ การลงนาม MOU ด้าน Carbon Market Cooperation ระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับ KADIN Indonesia เพื่อวางกรอบส่งเสริมความร่วมมือของภาคเอกชนไทยและอินโดนีเซียในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมทั้งการลงทุน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
หอการค้าไทยมองว่า การลงนามครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวในการยกระดับความร่วมมือของภาคเอกชนสองประเทศ ให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวของโลก และเชื่อมโยงวาระด้านความยั่งยืนเข้ากับการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย

ThaiCham Indonesia เชื่อมทัพธุรกิจไทย
ขณะเดียวกัน หอการค้าไทยในอินโดนีเซีย (ThaiCham Indonesia) จะเป็นอีกกลไกในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยในตลาดอินโดนีเซีย โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2567 จากความร่วมมือของบริษัทผู้ก่อตั้ง 5 ราย ได้แก่ SCG, PTTEP, Banpu, Bangkok Bank (Permata Bank) และ Kasikornbank
ปัจจุบัน ThaiCham Indonesia มีสมาชิกมากกว่า 70 บริษัท ทำหน้าที่ส่งเสริมการค้าและการลงทุน สร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการ รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย
ดร.พจน์ระบุว่า การขยายความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย KADIN Indonesia และเครือข่ายภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ จะช่วยเปลี่ยนกรอบความสัมพันธ์ระดับรัฐบาลไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม ทั้งด้านการค้า การลงทุน ห่วงโซ่มูลค่าระดับภูมิภาค และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย อินโดนีเซีย และอาเซียนในระยะต่อไป
