จาก “กากกาแฟ-ใบห้อม” สู่นวัตกรรมทำเงิน กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 2 วัน
กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 18-19 สิงหาคม 2569 ขนสินค้าเกษตรปลอดภัย-เกษตรอินทรีย์-สินค้าอัตลักษณ์ พร้อม 9 ผลงานวิจัยเด่น ตั้งแต่เม็ดพลาสติกชีวภาพผสมกากกาแฟ สารสกัดใบห้อม ไปจนถึงฟิล์มยืดอายุผักและผลไม้ เปิดเวิร์กช็อปต่อยอดสร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่าผลผลิต พร้อมดึงสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศเปิดตลาดถึงผู้บริโภค ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรเตรียมจัดงาน “นวัตกรรมหลังการเก็บเกี่ยวสู่การแปรรูป สร้างมูลค่าผลิตผลเกษตรปลอดภัย” ภายในงาน “เปิดบ้านวิชาการ และตลาดนัดนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 ณ อาคารกองวิจัยพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (ตึก 8 ชั้น) กรมวิชาการเกษตร เกษตรกลางบางเขน กรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย พร้อมนำงานวิจัยและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตและต่อยอดสร้างรายได้
การจัดงานเป็นไปตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งสร้างโอกาสและรายได้ให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร กลุ่มส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และสินค้าอัตลักษณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ให้สามารถกระจายผลผลิตจากพื้นที่เข้าสู่ตลาดที่หลากหลายมากขึ้น
พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัย ตลอดจนสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เปิด 9 งานวิจัย ต่อยอดสินค้าเกษตร
สำหรับไฮไลต์ภายในงาน จะมีการจัดแสดงนิทรรศการ 9 ผลงานวิจัยดีเด่น ได้แก่ เม็ดพลาสติกชีวภาพผสมกากกาแฟ มันจาวมะพร้าวต่อยอดเชิงพาณิชย์ น้ำมันหอมระเหยกานพลูเอนแคปซูเลตกำจัดด้วงถั่วเขียว โปรตีนไฮโดรไลเซทจากเห็ดฟาง แผ่นเทียบสีเก็บเกี่ยวผลกาแฟเชอรี่ สารยับยั้งเอนไซม์แอลฟ่า-กลูโคซิเดสจากหอมแดง การหมักกาแฟอะราบิกาแบบครบวงจร สารสกัดใบห้อม และฟิล์มเจาะรูขนาดไมครอนเพื่อยืดอายุผักและผลไม้
นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่เรียนรู้การนำงานวิจัยไปต่อยอด ผ่านกิจกรรมสาธิต “อร่อยสร้างมูลค่า! จากผลไม้สู่ไอศกรีม” และ “เลือกอะโวคาโดอย่างเซียน!” รวมถึง Workshop “จากธรรมชาติสู่ผืนผ้า : สนุกกับสีห้อม” และ “สร้างเครื่องสำอางด้วยตัวคุณเอง (From Farm to Beauty)”
พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง “การเพิ่มมูลค่ากาแฟด้วยเทคโนโลยีหลังเก็บเกี่ยวและแปรรูป” และ “การปฏิบัติก่อนและหลังเก็บเกี่ยวเพื่อการยกระดับคุณภาพมะม่วงน้ำดอกไม้เพื่อการส่งออก”
ดึงของดีชุมชนเปิดตลาดถึงผู้บริโภค
อีกหนึ่งส่วนของงานคือตลาดนัดนวัตกรรม ซึ่งนำสินค้าและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนมาจำหน่าย อาทิ อะโวคาโดจากวิสาหกิจชุมชนอะโวคาโดปากช่อง จ.นครราชสีมา ละมุดพันธุ์มะกอกและละมุดพื้นเมืองสุโขทัยจากบ้านสวนอบอุ่น จ.สุโขทัย และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มคลองน้ำเค็มทันใจ จ.จันทบุรี
รวมถึงผลิตภัณฑ์ย้อมสีห้อมจากวิสาหกิจชุมชนเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย A&R จ.เชียงราย และผลิตภัณฑ์กาแฟ น้ำผึ้ง และข้าวเบญจรงค์ จากศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ภายในงานยังมีกิจกรรม POST Challenge เปิดให้ผู้เข้าร่วมตามหานวัตกรรม ตอบคำถามและสะสมคะแนนจากบูธนิทรรศการ เพื่อลุ้นรับกระเป๋าผ้าย้อมสีธรรมชาติ เมล็ดพันธุ์คุณภาพ แก้วเก็บความเย็น และของที่ระลึก
“ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมเที่ยวชมงานและมาเลือกซื้อสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และสินค้าอัตลักษณ์ GI คุณภาพดีส่งตรงจากเกษตรกร พร้อมร่วมเปิดประสบการณ์เรียนรู้สร้างอาชีพ เพื่อต่อยอดสร้างรายได้เสริม พบกันในงาน ‘เปิดบ้านวิชาการ และตลาดนัดนวัตกรรม’ ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569” นายรพีภัทร์กล่าว