กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
กาแฟพันธุ์ไทย ฉลอง 14 ปี เดินหน้า 2 แคมเปญ จับมือ “ขายหัวเราะ” ใช้พลังคาแรกเตอร์สร้างสีสันและเชื่อมผู้บริโภคต่างเจเนอเรชัน พร้อมต่อยอดแคมเปญ D.I.Y. เปิดพื้นที่ให้ลูกค้าร่วมสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่ม หวังสร้างความผูกพันกับแบรนด์และขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่
ตลาดร้านกาแฟในช่วงที่ผ่านมา ยังคงมีการแข่งขันที่ดุเดือดต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมต้นทุนจากสถานการณ์ภายนอก และการปรับกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อชิงใจผู้บริโภค เช่นเดียวกับ ‘กาแฟพันธุ์ไทย’ แบรนด์ร้านกาแฟในเครือ PTG Energy ที่ปรับตัว ปรับกลยุทธ์มาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งมาถึง 14 ปี
ล่าสุด กาแฟพันธุ์ไทย ถือโอกาสครบรอบ 14 ปีของแบรนด์ เปิดความสนุกใหม่ ๆ ทั้งแคมเปญเครื่องดื่ม D.I.Y. และแคมเปญคอลแลบส์ระหว่าง ‘คนชงกาแฟ’ กับ ‘คนชงมุก’
แท็กทีม ‘ขายหัวเราะ’ ชงมุก
เริ่มต้นด้วยแคมเปญใหญ่ที่เป็นการเจอกันของคนชงกาแฟอย่าง “กาแฟพันธุ์ไทย” กับคนชงมุกระดับตำนานอย่าง “ขายหัวเราะ” สร้างสีสันและทำหน้าที่บอกเล่าการเติบโตของแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ที่ทั้งสนุก เข้าใจง่าย และชวนติดตาม ภายใต้แคมเปญ “14 ปี พันธุ์ไทยใหญ่เท่าช้าง” นำโดย “น้องชงชง” มาสคอตเด็กฝึกงานน่าเอ็นดูของพันธุ์ไทย ที่รับบทเจ้าบ้านเปิดประตูต้อนรับแก๊งการ์ตูนตัวตึงจาก ‘ขายหัวเราะ’ มาร่วมสร้างสีสัน ไม่ว่าจะเป็น บ.ก.วิติ๊ด หนูหิ่น ปังปอนด์ และคนติดเกาะ
สุขวสา ภูชัชวินิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา พันธุ์ไทยไม่เคยหยุดพัฒนา จากธุรกิจร้านกาแฟที่สร้างการเติบโตของรายได้กว่า 400% วันนี้กำลังก้าวไปสู่บทใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ทั้งการพัฒนา New Business Model และการขยายสู่ธุรกิจอาหาร เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต

สำหรับทิศทางการตลาดในปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า เราให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Character Marketing ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่ม Kidult (Kid + Adult) หรือคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ยังมีพื้นที่ในใจให้กับความสนุกและตัวละครที่ชื่นชอบ เพราะวันนี้คาแรกเตอร์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเด็กอีกต่อไป แต่ยังเป็นตัวแทนของความชอบ ไลฟ์สไตล์ และการแสดงออกถึงตัวตน
พร้อมทั้งนำกลยุทธ์ Nostalgia Marketing หรือการตลาดที่เชื่อมโยงกับความทรงจำในอดีต มาสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ ผ่านสิ่งที่คุ้นเคยและเติบโตมาด้วยกัน ซึ่งขายหัวเราะเป็นหนึ่งในความทรงจำร่วมของคนไทยหลายเจเนอเรชัน
“เราเชื่อว่าเรื่องราวของแบรนด์ สามารถเล่าด้วยความสนุกและเสียงหัวเราะได้ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายทอดผ่านตัวละครที่ผู้คนรักและผูกพัน พันธุ์ไทยจึงมอบหมายภารกิจใหญ่ให้ “น้องชงชง” มาสคอตเด็กฝึกงานน้องใหม่ของแบรนด์ มาแท็กทีมกับ Character IP ระดับไอคอนของขายหัวเราะ เพื่อเปลี่ยน Brand Story ให้กลายเป็นเรื่องสนุกที่คนอยากดู อยากแชร์ และอยากติดตาม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบคอนเทนต์สร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์”
ใช้อารมณ์ขัน เชื่อมคนต่างเจน
พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทเครือวิธิตากรุ๊ป กล่าวว่า ‘ขายหัวเราะ’ เติบโตมากับเสียงหัวเราะของคนไทย เพราะเราเชื่อว่าอารมณ์ขันเป็นภาษาสากลที่เชื่อมผู้คนต่างวัยเข้าด้วยกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เราหยิบเรื่องราวใกล้ตัวและวิถีชีวิตของคนไทยมาสร้างเป็นมุกสนุก ๆ ที่ใครอ่านก็ยิ้มได้ เมื่อได้มาร่วมงานกับพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เข้าใจรสชาติและความเป็นไทยเช่นเดียวกัน จึงเป็นการพบกันของสองแบรนด์ที่มี DNA ใกล้เคียงกัน
“การที่ บ.ก.วิติ๊ด หนูหิ่น ปังปอนด์ และคนติดเกาะ ได้มาร่วมเฟรมกับน้องชงชง จึงไม่ใช่แค่การรวมตัวของตัวละคร แต่เป็นการนำเสน่ห์ความเป็นไทยมาสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ให้คนรุ่นเก่าได้หายคิดถึง และคนรุ่นใหม่ได้รู้จักในมุมที่สนุกกว่าเดิม”

ชู 5 ก้าวใหญ่เท่าช้าง
แคมเปญ “14 ปี พันธุ์ไทยใหญ่เท่าช้าง” ที่เป็นการคอลแลบส์กันระหว่าง กาแฟพันธุ์ไทย x ขายหัวเราะ จะนำเสนอเรื่องราว 5 ก้าวใหญ่เท่าช้าง หรือ 5 BIGs ที่สะท้อนความตั้งใจและทิศทางการเติบโตของพันธุ์ไทย ผ่าน Key Visual และ Animated Video
BIG BEAN – กาแฟไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก! จากยอดดอยสู่ Specialty Coffee กาแฟไทยคุณภาพที่ตั้งใจให้คนทั้งโลกหลงรัก
BIG STAGE – ร้านกาแฟไม่ได้มีดีแค่กาแฟ! เปลี่ยนพื้นที่ร้านให้เป็น Creative Space เปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้ปล่อยของและแสดงความคิดสร้างสรรค์
BIG LOCAL – ของดีเมืองไทย มีอะไรให้ว้าวอีกเยอะ! เชื่อมโยงภูมิปัญญาไทย สนับสนุนท้องถิ่น และส่งต่อสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมไทย
BIG PRIDE – ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะมีรางวัลการันตี! รวมความสำเร็จและรางวัลแห่งความภาคภูมิใจตลอดเส้นทางการเติบโตของพันธุ์ไทย
BIG FUTURE – ก้าวต่อไปใหญ่กว่าแก้วกาแฟ! เปิดประตูสู่ธุรกิจอาหารและ New Business Model ใหม่ๆ เพราะสำหรับพันธุ์ไทย อะไรก็เป็นไปได้!
และยังมีคอนเทนต์อื่น ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น Short Clip Viral ชุด “วันๆ แอดมินชงชงทำอะไร? (เวอร์ชันมีหนูหิ่นเป็นภาระ)” เรื่องราวของ “หนูหิ่น” สาวจิ้นฟินเวอร์จากจักรวาลขายหัวเราะ บุกออฟฟิศพันธุ์ไทยมาสมัครงานเป็นบาริสต้า
และหนังสือขายหัวเราะ Special Edition ฉบับ “14 ปี ชงเรื่องใหญ่ ใส่มุกเต็มเล่ม” ที่จะพาทุกคนเปิดหน้ากระดาษไปพบกับเบื้องหลังความสำเร็จตลอด 14 ปีของพันธุ์ไทย ผ่านเรื่องราวที่มีทั้งสาระ ความสนุก และมุกฮาแบบฉบับขายหัวเราะ โดยมีน้องชงชงรับหน้าที่เป็นไกด์นำทาง

เดินหน้ากระแส D.I.Y.
นอกจากแคมเปญต้อนรับวาระ 14 ปีของแบรนด์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ คือ การเดินหน้าแคมเปญ ‘พันธุ์ไทย D.I.Y.’ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดี เกิดการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ จากลูกค้าผู้บริโภคจริง โดยเปิดตัว ‘คุณเนย’ แห่ง @bananoeii อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังและ Matcha Lover ผู้คิดค้นเมนูสุดไวรัล ขึ้นแท่น ‘Friend of Punthai’ คนแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมครีเอต 5 เมนูใหม่ เฉพาะที่พันธุ์ไทย
ผู้บริหารกาแฟพันธุ์ไทย เล่าที่มาที่ไปของแคมเปญ D.I.Y. ในครั้งนี้ว่า ตลาดมัทฉะในไทยเติบโตเป็นอย่างมาก นับเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่และมีการแข่งขันสูง การจับมือกับคุณเนยจึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์และขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น
แคมเปญนี้มาจาก Insight ของ ‘คุณเนย’ สายมัทฉะตัวจริงผ่านการชิมมาแล้วทุกแบรนด์ แต่เลือก ‘พันธุ์ไทย’ เป็นอันดับหนึ่งในใจ เพราะตอบโจทย์จริต D.I.Y. ให้ใส่ท็อปปิ้งได้แบบจัดหนัก ล้นแก้ว สะใจ ชนิดที่ยอมงดอย่างอื่นเพื่อมาฟินกับมัทฉะแก้วโปรด ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น

นอกจากนี้ คุณเนยยังเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนความชอบส่วนตัวให้กลายเป็นความแปลกใหม่ที่จับต้องได้ ซึ่งตรงกับแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่าทุกไอเดีย D.I.Y. เป็นไปได้เสมอ และยังสามารถเชื่อม Consumer สู่ Co-Creator เริ่มจากการที่คุณเนยเลือกดื่มพันธุ์ไทยและครีเอตเมนูเองตามความชอบ จนได้มาออกแบบเมนูร่วมกับแบรนด์จริง เพราะพันธุ์ไทยเป็นแบรนด์ที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเสียงของผู้บริโภค
“ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองของคุณเนย บวกกับเอกลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่กล้าทดลองสิ่งใหม่ ทำให้เธอเป็นตัวแทนในการส่งต่อแรงบันดาลใจและเชื่อมต่อกับกลุ่ม Gen Z สามารถดึงดูดกลุ่ม Young Gen และคอมมูนิตี้คนรักมัทฉะให้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น”
เปิดตัวเลข “กาแฟพันธุ์ไทย” Q2/69
สำหรับตัวเลขผลประกอบการของกาแฟพันธุ์ไทย ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา (อ้างอิงข้อมูลจาก PTG Energy) ระบุว่า มีรายได้อยู่ที่ 1,752 ล้านบาท (ครึ่งแรก ปี 2569 มีรายได้ 3,518 ล้านบาท) ยอดขายเครื่องดื่มรวม 40.6 ล้านแก้ว เติบโตขึ้น +42.1% YoY (ครึ่งแรก ปี 2569 ยอดขายเครื่องดื่มรวม 82.1 ล้านแก้ว)
ขณะที่จำนวนสาขาของกาแฟพันธุ์ไทย ไตรมาส 2 ปี 2569 ข้อมูลระบุว่า มีสาขารวม 2,467 สาขา เพิ่มขึ้น +50.2% YoY (เพิ่มขึ้น 825 สาขาจากปีก่อนหน้า)
เมื่อแบ่งสัดส่วนสาขาของกาแฟพันธุ์ไทย พบว่า มีสาขานอกสถานีบริการน้ำมัน PT รวม 60.2% (สาขาลงทุนเอง 37.7%, แฟรนไชส์ 22.5%) ส่วนสาขาในสถานีบริการน้ำมัน PT รวม 39.8% (สาขาลงทุนเอง 35.1%, แฟรนไชส์ 4.7%)
เมื่อแบ่งตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีสัดส่วนจำนวนสาขามากที่สุด (35%) ตามด้วย ภาคอีสาน (21%) ภาคตะวันออก (13%) ภาคกลาง (13%) ภาคเหนือ (7%) ภาคใต้ (6%) และภาคตะวันตก (5%)