ประมงไทยย้ำมาตรฐานสากล เดินหน้าปราบ IUU-คุมแรงงาน รักษาส่งออกกว่า 2.23 แสนล้าน
กรมประมงประกาศเดินหน้าป้องกันและขจัด IUU Fishing ต่อเนื่อง วางกรอบตั้งแต่กฎหมาย การบริหารทรัพยากรและกองเรือ ระบบติดตามควบคุม การบังคับใช้กฎหมาย ไปจนถึงตรวจสอบย้อนกลับและดูแลแรงงานประมง พร้อมเร่งกฎหมายลำดับรอง 23 ฉบับ หลังแก้ พ.ร.ก.ประมง 71 มาตรา ขณะที่ปี 2568 ไทยส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงกว่า 1.67 ล้านตัน มูลค่ากว่า 2.23 แสนล้านบาท ย้ำรักษามาตรฐาน “ประมงไทยรับผิดชอบ ถูกกฎหมาย และตรวจสอบได้” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นตลาดโลก
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะยังคงเดินหน้าป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU Fishing อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบบริหารจัดการประมงไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้าประมงไทยมาจากการทำประมงที่ถูกกฎหมาย มีความรับผิดชอบ และตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

การดำเนินงานครอบคลุมบทบาทของไทยทั้งในฐานะรัฐเจ้าของธง รัฐชายฝั่ง และรัฐเจ้าของท่า ตั้งแต่การจดทะเบียนเรือและออกใบอนุญาตทำการประมง การติดตามกิจกรรมของเรือไทย การบริหารทรัพยากรในและนอกน่านน้ำ ไปจนถึงการตรวจสอบเรือประมงต่างชาติและสินค้าประมงก่อนเข้าเทียบท่าและนำเข้าสู่ประเทศ
เร่งกฎหมายลูก 23 ฉบับ หลังแก้ พ.ร.ก.ประมง 71 มาตรา
นางฐิติพรกล่าวว่า ด้านกฎหมาย กรมประมงได้ปรับปรุงกรอบกฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์และรูปแบบการทำประมงที่เปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการบริหารทรัพยากร การควบคุมการทำประมง และการป้องกัน IUU Fishing
ภายหลังพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 มีบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรวม 71 มาตรา และต้องจัดทำกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องอีก 23 ฉบับ ซึ่งกรมประมงอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ เพื่อให้สามารถนำกฎหมายไปใช้ได้ครบถ้วน
ใช้ MSY-TAC คุมกองเรือให้สมดุลทรัพยากร
ด้านการบริหารทรัพยากร กรมประมงใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นฐาน โดยประเมินค่าผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน หรือ Maximum Sustainable Yield (MSY) เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติกำหนดปริมาณสัตว์น้ำที่อนุญาตให้ทำการประมง หรือ Total Allowable Catch (TAC) สำหรับการออกใบอนุญาตในแต่ละปี
พร้อมควบคุมจำนวนเรือและประสิทธิภาพเครื่องมือประมง บริหารจัดการเชิงพื้นที่ และปรับลดขนาดกองเรือให้สอดคล้องกับศักยภาพของทรัพยากร
ที่ผ่านมา มีการดำเนินโครงการนำเรือออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปี 2562 และเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติได้เห็นชอบให้จัดทำโครงการระยะที่ 3 พร้อมหลักเกณฑ์และคุณสมบัติของเรือที่จะนำออกนอกระบบ
ดึง VMS-ERS-EM เฝ้าระวังเรือประมง
ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง กรมประมงใช้ทั้งการกำหนดพื้นที่คุ้มครอง การแบ่งเขตทำการประมง หรือ Zoning การจำกัดการลงแรงประมง และระบบเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
เครื่องมือที่นำมาใช้ ได้แก่ ระบบติดตามเรือประมง Vessel Monitoring System (VMS) ระบบรายงานอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Reporting System (ERS) ระบบติดตามอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Monitoring (EM) รวมถึงระบบประเมินความเสี่ยงเพื่อใช้ตรวจสอบเรือ
พร้อมจัดทำขั้นตอนและคู่มือปฏิบัติงาน หรือ Standard Operating Procedure (SOP) ให้หน่วยปฏิบัติงานใช้มาตรฐานเดียวกัน และประเมินผลการทำงานอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กรมประมงยังเดินหน้าปรับปรุงกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและอัตราโทษให้เหมาะสม สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถป้องกัน IUU Fishing ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
ตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่
นางฐิติพรกล่าวว่า อีกแกนสำคัญคือการตรวจสอบย้อนกลับ โดยกรมประมงออกกฎหมายและกฎระเบียบควบคุมตลอดสายการผลิต พร้อมพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานและระบบรับรองต่าง ๆ
ไทยยังเป็นผู้นำจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ ASEAN Network for Combating IUU Fishing (AN-IUU) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน
พร้อมพัฒนาระบบ Thailand’s Catch Certificate เพื่อบันทึกข้อมูลและออกใบรับรองการจับสัตว์น้ำ ทำให้สินค้าประมงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต
คุมแรงงานต่างด้าว-ป้องกันแรงงานบังคับ
สำหรับแรงงานประมง กรมประมงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสวัสดิภาพคนประจำเรือและป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมาย ควบคู่กับกระบวนการขออนุญาตทำงานตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
โดยมีกระบวนการคุ้มครอง ตรวจสอบ และป้องกันการใช้แรงงานบังคับหรือการค้ามนุษย์ รวมถึงเปิดจดทะเบียนแรงงาน เพื่อให้มีแรงงานใหม่เข้ามาทดแทนแรงงานที่ออกจากระบบได้ตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ การที่ไทยเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยมาตรการของรัฐเจ้าของท่า หรือ Port State Measures Agreement (PSMA) ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเรือประมงต่างชาติ และป้องกันสินค้าประมงที่เกี่ยวข้องกับ IUU เข้าสู่ประเทศ
ส่งออกประมงกว่า 2.23 แสนล้าน
นางฐิติพรกล่าวว่า เมื่อพิจารณาห่วงโซ่อุปทานภาคการประมงในปี 2568 ภาคประมงยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยผลผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำรองรับการบริโภคภายในประเทศประมาณ 2.31 ล้านตัน หรือมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อคนต่อปี
ขณะที่การส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมีปริมาณมากกว่า 1.67 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.23 แสนล้านบาท กระจายไปยังตลาดสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อาเซียน จีน และตะวันออกกลาง
“การป้องกัน IUU Fishing ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นรากฐานสำคัญของการประมงที่ยั่งยืน และความเชื่อมั่นต่อสินค้าประมงไทยในตลาดโลก” นางฐิติพรกล่าว
กรมประมงจึงจะเดินหน้ารักษามาตรฐานและยกระดับระบบบริหารจัดการประมงต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์ทรัพยากร รักษาความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคประมงไทย



