‘กล้วยหอมทอง’ ภาคใต้คึกคัก โมเดิร์นเทรดแข่งซื้อ ราคาหน้าสวนพุ่ง
ผลกระทบจากภาวะเอลนีโญส่งผลให้ตลาดกล้วยหอมทองคึกคักต่อเนื่อง จากห้างโมเดิร์นเทรดและร้านค้าปลีกเร่งจัดหาผลผลิต ขณะเดียวกันตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหน้าสวนปี 2569 พุ่งสูง
นางสาวรัตน์ตกา แป้นแก้ว ที่ปรึกษากลุ่มศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดพัทลุง (YSF) ในฐานะผู้ปลูกและรวบรวมกล้วยหอมทอง ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ราคากล้วยหอมทองในปี 2569 อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง โดยราคาหน้าสวนปรับขึ้นมาอยู่ที่ 22-25 บาท/กก. และบางช่วงขึ้นไปถึง 30 บาท/กก. ถือว่าดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา และคาดว่ามีแนวโน้มดีขึ้นตลอดปี 2570 แม้เกษตรกรจะทยอยเพิ่มพื้นที่ปลูกมากขึ้นก็ตาม
ปัจจุบัน YSF พัทลุงดำเนินธุรกิจกล้วยหอมทองแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการปลูก การรวบรวมผลผลิต ตลอดจนจัดจำหน่าย นอกจากจะรับซื้อ
และรวบรวมผลผลิตจากเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่แล้ว ยังรับซื้อนอกพื้นที่ด้วย เช่น จ.นครราชสีมา มีราคารับซื้ออยู่ที่ 22-24 บาท/กก.
ปัจจุบันมีผลผลิตประมาณ 4 ตัน หรือราว 17,000 ลูก/วัน ส่งให้กับร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ประมาณ 650 สาขา จากความต้องการของตลาดร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่ราว 5,000 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งต้องการกล้วยหอมทองประมาณ 500,000 ลูกต่อวัน
“กล้วยหอมทองที่ส่งเข้าร้านสะดวกซื้อแบ่งเป็นกลุ่ม A และ B รวมถึงแพ็กคู่ในกลุ่ม C ส่วนกลุ่มตกไซซ์จะส่งต่อให้ผู้รับซื้อเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น กล้วยฉาบ และขนมเค้กกล้วยหอมทอง ทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนสร้างรายได้ให้ชุมชนมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือสถานการณ์เอลนีโญ โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อผลผลิต กล้วยหอมทอง แต่กลุ่มได้เตรียมแนวทางรองรับไว้แล้ว เพื่อให้มีผลผลิตป้อนสู่ตลาดต่อเนื่อง
ด้าน นายเดียน แป้นแก้ว สมาชิกกลุ่ม YSF พัทลุง กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมทอง 100 ไร่ และอยู่ระหว่างปลูกแปลงใหม่อีก 75 ไร่ แต่ยังมีความต้องการพื้นที่ปลูกเพิ่มอีกประมาณ 100 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ จีนและญี่ปุ่น โดยปัจจุบันมีคำสั่งซื้อเข้ามามากแต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ การปลูกกล้วยหอมทองของกลุ่มดำเนินการตามมาตรฐาน GAP และเน้นการผลิตแบบปลอดสารพิษ
ขณะที่แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้ปลูกกล้วยหอมทอง จ.สงขลา กล่าวว่า กล้วยหอมทองเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยังมีอนาคต เพราะตลาดมีความต้องการสูง ห้างโมเดิร์นเทรดหลายแห่งแข่งขันกันจัดหาผลผลิตและกำหนดราคารับซื้อ รวมถึงปริมาณกล้วยหอมทองในตลาดยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้ราคาหน้าสวนอยู่ที่ประมาณ 22 บาท/กก. ส่วนราคาขายปลีกอยู่ที่ 30-60 บาท/กก.
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาขายจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เกษตรกรต้องเผชิญความเสี่ยงกับต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% และต้นทุนถุงพลาสติกสำหรับห่อผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่า 25% ทำให้ราคาที่ปรับตัวขึ้นยังต้องนำมาชดเชยกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย