“สุริยะ” เร่งเพิ่มแก้มลิงหาดใหญ่ ด้าน ARDA ดัน Radar 4 Flood เตือนภัยล่วงหน้า 24 ชม.
“สุริยะ” ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่ ตรวจระบบป้องกันน้ำท่วมแบบบูรณาการ เดินหน้าเพิ่มความจุแก้มลิงคลองเรียนอีก 250,000 ลูกบาศก์เมตร และเพิ่มอัตราระบายน้ำคลองเตยจาก 160 เป็น 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ ARDA ผลักดันงานวิจัย Radar4Flood สู่การใช้งานจริง 4 ลุ่มน้ำ ครอบคลุม 3.36 ล้านไร่ ให้ข้อมูลฝนทุก 10 นาที และคาดการณ์น้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่มล่วงหน้าได้ถึง 24 ชั่วโมง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเทศบาลนครหาดใหญ่แบบบูรณาการ ณ โครงการแก้มลิงคลองเรียน ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เทศบาลนครหาดใหญ่ได้วางแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการน้ำ ทั้งด้านการกักเก็บ หน่วงน้ำ และเร่งระบายน้ำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับน้ำหลากและลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง
เพิ่มแก้มลิงคลองเรียนอีก 2.5 แสน ลบ.ม.
โครงการแก้มลิงคลองเรียนมีแผนเพิ่มความจุกักเก็บน้ำอีก 250,000 ลูกบาศก์เมตร จากเดิม 530,000 ลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 103 ชุมชน และเชื่อมโยงระบบระบายน้ำกับคลองและคูระบายน้ำสายหลักในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองเตย ระยะที่ 1 ซึ่งจะเพิ่มอัตราการระบายน้ำจาก 160 เป็น 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
พร้อมเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำบริเวณปลายคลองเตยจาก 63 เป็น 91 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้น้ำออกจากพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานบูรณาการร่วมกับเทศบาลนครหาดใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรและเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ
ARDA ดัน Radar4Flood ใช้จริง 4 ลุ่มน้ำ
ขณะเดียวกัน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA สนับสนุนทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาระบบ “Radar4Flood” สำหรับติดตามและคาดการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยใช้ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศแปลงเป็นข้อมูลเฝ้าระวังที่ประชาชน เกษตรกร และหน่วยงานในพื้นที่สามารถนำไปใช้ได้
ปัจจุบันระบบถูกนำไปใช้จริงในพื้นที่นำร่อง 4 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำทับมาและลุ่มน้ำคลองสะพาน จังหวัดระยอง ลุ่มน้ำลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา และลุ่มน้ำคลองสวนหมาก จังหวัดกำแพงเพชร
ครอบคลุมพื้นที่รวม 5,382 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3.36 ล้านไร่ ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เกษตรประมาณ 1.8 ล้านไร่ ครอบคลุมประชาชนและเกษตรกรราว 1 ล้านคน หรือประมาณ 560,000 ครัวเรือน และมีหน่วยงานกับเครือข่ายนำระบบไปใช้แล้ว 20 แห่ง
อัพเดตทุก 10 นาที พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า จุดเด่นของ Radar4Flood คือการบูรณาการข้อมูลจากเครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศหลายสถานีร่วมกับข้อมูลสถานีวัดน้ำฝนภาคพื้นดิน
ระบบสามารถแสดงตำแหน่ง ทิศทางการเคลื่อนที่ ความรุนแรง และปริมาณฝนสะสมในระดับพื้นที่ โดยให้ข้อมูลฝนความละเอียด 600 x 600 เมตร อัพเดตทุก 10 นาที และคาดการณ์แนวโน้มฝนล่วงหน้าได้ประมาณ 3 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังเชื่อมข้อมูลฝนเข้ากับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อคาดการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และการกัดเซาะหน้าดินแบบพลวัตล่วงหน้าได้ถึง 24 ชั่วโมง พร้อมปรับปรุงผลการคาดการณ์ทุก 1 ชั่วโมง
ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เคลื่อนย้ายเครื่องจักร เปิดทางระบายน้ำ ป้องกันพื้นที่เพาะปลูก เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง หรือเตรียมอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง
สร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง 500 คน
รศ.ดร.พรรณทิพย์ พุทธรักษา มะเปี่ยม หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ทีมวิจัยทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น องค์กรผู้ใช้น้ำ เกษตรกร และเครือข่ายหมอดิน เพื่อถ่ายทอดการใช้งานระบบครอบคลุม 72 ตำบล
พร้อมสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยระดับชุมชนมากกว่า 500 คน เพื่อให้ข้อมูลจากระบบถูกนำไปใช้วางแผนรับมือภัยพิบัติในพื้นที่จริง
โครงการยังพัฒนาฐานข้อมูลแบบจำลองพยากรณ์ฝนเชิงพื้นที่และ Open API เพื่อรองรับการเชื่อมโยงกับระบบอื่นในอนาคต
ปี 2569 ขยายอีก 5 จังหวัด
ในปี 2569 อยู่ระหว่างขยาย Radar4Flood ไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 จังหวัด ได้แก่ พะเยา ชัยภูมิ ขอนแก่น สงขลา และพัทลุง
และมีแผนขยายต่อไปยัง 8 ลุ่มน้ำที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในภาคเหนือภายในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมประชาชนเพิ่มขึ้นประมาณ 6.42 ล้านคน และพื้นที่เกษตรประมาณ 15.7 ล้านไร่
ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ Radar4Flood คือการเพิ่มเวลาให้ประชาชนและเกษตรกรเตรียมรับมือความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยต่อจากนี้จะเน้นพิสูจน์ประสิทธิภาพ ขยายพื้นที่ใช้งาน และเชื่อมระบบเข้ากับกลไกเฝ้าระวังในพื้นที่ให้มากขึ้น




