เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
TU มั่นใจตลาดโลกยังโต ชูสหรัฐ-จีน-อินเดียมีศักยภาพ พร้อมอัพเป้ารายได้โต 4-6%
Finance TU มั่นใจตลาดโลกยังโต ชูสหรัฐ-จีน-อินเดียมีศักยภาพ พร้อมอัพเป้ารายได้โต 4-6%
“ซัมซุง” ขยายฐานลูกค้า B2B ชิงดีมานด์ค้าปลีกไซซ์ใหญ่
Business “ซัมซุง” ขยายฐานลูกค้า B2B ชิงดีมานด์ค้าปลีกไซซ์ใหญ่
ส่องสเป็ก ‘HUAWEI WATCH GT 7 Pro’ ดีไซน์ลักชูแบบไม่ตะโกน อัดแน่นฟีเจอร์สุขภาพ-ออกกำลังกาย
Tech ส่องสเป็ก ‘HUAWEI WATCH GT 7 Pro’ ดีไซน์ลักชูแบบไม่ตะโกน อัดแน่นฟีเจอร์สุขภาพ-ออกกำลังกาย
TISCO ชี้โลกเผชิญภาวะ ‘แย่งเงินทุน’ ดันดอกเบี้ยสูงยาว
Finance TISCO ชี้โลกเผชิญภาวะ ‘แย่งเงินทุน’ ดันดอกเบี้ยสูงยาว
“โกเธอร์” มุ่งเชื่อมโยง Travel-Lifestyle รับเทรนด์ใหม่ ตั้งเป้ามูลค่าการจองพุ่ง 3.7 พันล.ในปี’70
Business “โกเธอร์” มุ่งเชื่อมโยง Travel-Lifestyle รับเทรนด์ใหม่ ตั้งเป้ามูลค่าการจองพุ่ง 3.7 พันล.ในปี’70
‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
Real Estate ‘10 บิ๊กอสังหาฯ’ แข่งเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้ายไตรมาส 3 
โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
SD โตโยต้า ฟาร์มเอ็กซ์โปเอเชีย 2026 เชื่อมเกษตรไทยสู่ตลาดโลก
ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
Finance ตลท.จีบ 4 บริษัทใหญ่เข้าหุ้นไทย! LINE MAN Wongnai-CJ MORE-ThaiBev-รีทเซ็นทรัล
‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
Business ‘ทีเส็บ’ ยกระดับ Platform เชื่อมเครือข่ายข้อมูลอุตฯ ไมซ์ 
พระราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Alice in Wonderland
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตรการแสดงเฉลิมพระเกียรติ Alice in Wonderland
ดูทั้งหมด

BOI รับโจทย์หนุน 7 อุตฯ ดันเงินลงทุนเพิ่ม-ดีดจีดีพีโต 3%

25 ก.ย. 2569 | 14:01น.

เศรษฐกิจไทยกำลังมาถึงจุดที่ “เงินลงทุน” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป การแข่งขันรอบใหม่จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าไทยดึงทุนเข้าประเทศได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ทุนเหล่านั้นสามารถสร้างมูลค่า เชื่อมโยงธุรกิจไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ได้มากเพียงใด นี่คือโจทย์ใหญ่ของ “Reinvent Thailand”

ซึ่งประเด็นดังกล่าวชัดเจนขึ้นจากการหารือระหว่างรัฐบาลกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ภายใต้กรอบ “Reinvent Thailand” ซึ่งกำหนด 7 กลุ่มธุรกิจเป้าหมายเป็น “กองหน้า” ได้แก่ เกษตรและการแปรรูปอาหาร ยานยนต์ การค้าปลีกและการค้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และเวลเนส การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขณะที่ภาครัฐจะทำหน้าที่เป็น “กองกลาง” สนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน

บีโอไอเตรียมทำมาตรการ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ข้อเสนอจาก กกร. ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมจะถูกนำมาพิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรม โดยขณะนี้บางกิจกรรมยังไม่มีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ จึงจำเป็นต้องหารือกับภาคเอกชนให้ชัดเจนก่อน ว่าแต่ละอุตสาหกรรมมีข้อจำกัดและต้องการการสนับสนุนในด้านใด บางอุตสาหกรรมยังไม่มีมาตรการให้

ดังนั้นอาจต้องนำข้อเสนอที่ได้มาหารือกับเอกชนก่อน จากนั้นจะทำมาตรการออกมาเพื่อเป็นส่วนสนับสนุนภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นการลงทุนเข้ามาในประเทศ และทำให้ประเทศเห็นอุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้น

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับบทบาทของบีโอไอที่ไม่ได้มองเพียงการเพิ่มจำนวนหรือมูลค่าคำขอรับส่งเสริมการลงทุน แต่ต้องการให้การลงทุนที่เกิดขึ้นสามารถสร้างผลต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ทั้งการสร้างงาน การใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

ก่อนหน้านี้ บีโอไอได้ประกาศทิศทางใหม่ในการวัดผลการส่งเสริมการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง” และการลงทุนที่สามารถช่วยยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ขณะที่บทบาทของบีโอไอจะขยับจากการเป็นผู้ให้สิทธิประโยชน์ไปสู่การเป็นผู้บูรณาการเครื่องมือสนับสนุน ผู้ให้บริการอำนวยความสะดวก และผู้เชื่อมโยงอุตสาหกรรมมากขึ้น 

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้า” ซึ่งนายนฤตม์ระบุว่า ปัจจุบันสามารถอยู่ภายใต้หมวดกิจการที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ ซึ่งมีมาตรการสนับสนุนอยู่แล้ว แต่การให้สิทธิประโยชน์ของบีโอไอจะพิจารณาตามประเภทกิจกรรมและเงื่อนไขของแต่ละมาตรการ ดังนั้น หากภาคเอกชนมีข้อเสนอหรือกิจกรรมที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนเพิ่มเติม บีโอไอพร้อมนำข้อเสนอเหล่านั้นมาพิจารณาเพื่อออกแบบมาตรการให้สอดคล้องกับลักษณะของธุรกิจ

ดังนั้นทุกมาตรการจะให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าภาคเอกชนเสนออะไรมาทางบีโอไอก็จะพยายามจัดทำมาตรการเพื่อส่งเสริมการลงทุนให้ แนวทางนี้ทำให้การออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนในระยะต่อไปมีลักษณะ Tailor-made มากขึ้นโดยพิจารณาจากโจทย์ของแต่ละอุตสาหกรรมมากกว่าการใช้มาตรการเดียวกับทุกกิจการ

Reinvent Thailand ดันลงทุน

การออกมาตรการของบีโอไอจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสนับสนุนเป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลภายใต้ยุทธศาสตร์ Investment-led Growth ที่ต้องการให้การลงทุนกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่น้อยกว่า 3% ต่อปี พร้อมผลักดันสัดส่วนการลงทุนจากปัจจุบันราว 22-23% ของ GDP เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 30% และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลกภายใน 4 ปี จากอันดับ 26

หัวใจสำคัญของแผน Reinvent Thailand คือการเชื่อม “กองหน้า” 7 กลุ่มธุรกิจเข้ากับ “กองกลาง” 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน เพื่อให้การลงทุนใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบแยกส่วน แต่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ขณะเดียวกันภาครัฐจะเร่งปลดล็อกกฎระเบียบและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ภาคเอกชนจะเป็นกลไกหลักในการลงทุน สร้างงาน และสร้างรายได้ 

7 อุตสาหกรรมโจทย์ไม่เหมือนกัน

สำหรับ 7 กลุ่มธุรกิจภายใต้ Reinvent Thailand มีลักษณะและโจทย์แตกต่างกัน ตั้งแต่การยกระดับเกษตรและอาหารไปสู่สินค้ามูลค่าสูง การปรับฐานยานยนต์เข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ การพัฒนา Smart Electronics ไปจนถึงการต่อยอด Medical & Wellness การท่องเที่ยว และ Creative Economy โดยเฉพาะ Smart Electronics และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่บีโอไอให้ความสำคัญ เนื่องจากมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ทั้ง BEV, HEV และ PHEV

ด้านอุตสาหกรรมอาหารก็มีโอกาสต่อยอดจากฐานการผลิตเดิม ที่สามารถเชื่อมโยงกับภาคเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบไทย ขณะที่ Wellness และ Creative Economy สามารถใช้จุดแข็งด้านบริการมาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการระดับพรีเมี่ยม บีโอไอจึงต้องการให้มาตรการใหม่ตอบโจทย์ของแต่ละกลุ่มมากขึ้น

เปลี่ยนข้อเสนอเป็นการลงทุนจริง

ภายใต้ Reinvent Thailand รัฐบาลและ กกร. วางกรอบการดำเนินงาน 3 ระยะ ได้แก่ Stabilize Today แก้ปัญหาเร่งด่วน ลดต้นทุน และปลดล็อกอุปสรรคทางธุรกิจ, Transition Now สนับสนุนการปรับตัวด้านเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และมาตรฐานใหม่ และ Invest for Tomorrow วางรากฐานการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พัฒนาทักษะแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการจากแผนนี้คือการเปลี่ยนข้อเสนอให้กลายเป็น Action โดยรัฐบาลจะคัดเลือกมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที (Quick Wins) พร้อมกับเดินหน้าการปฏิรูปเชิงโครงสร้างคณะทำงานทั้ง 7 กลุ่มจะเชื่อมโยงเข้ากับกลไก กรอ. เพื่อให้แต่ละข้อเสนอมีหน่วยงานเจ้าภาพ มีกรอบเวลา และสามารถติดตามความคืบหน้าได้

สำหรับบีโอไอบทบาทสำคัญจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การอนุมัติสิทธิประโยชน์ แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “Connector” เชื่อมการลงทุนใหม่กับผู้ประกอบการไทยและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ โดยก่อนหน้านี้บีโอไอได้วาง 7 หมุดหมายเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเดิม สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ส่งเสริม SMEs และ Startup รวมถึงกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาค

เสียงสะท้อนเอกชน

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กกร. ต้องการให้ Reinvent Thailand เป็นกลไกที่เชื่อมต่อกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อเสนอของภาคเอกชนต้องมีเจ้าภาพ กรอบเวลา และระบบติดตามผลที่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่าภาคเอกชนทั้ง 3 สถาบันพร้อมสนับสนุนข้อมูล บุคลากร และเครือข่าย เพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่

ขณะที่ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การขับเคลื่อนต้องทำให้ SMEs และธุรกิจในภูมิภาคเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าใหม่ได้จริง โดยเร่งลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม และเชื่อมสินค้าและบริการไทยเข้าสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน

ขณะที่ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ไทยต้องสร้างการเติบโตจากทั้งอุตสาหกรรม High Tech และ High Touch โดยมี Smart Electronics เป็นเครื่องยนต์ใหม่ ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านฐานการผลิตยานยนต์และต่อยอด Creative Economy พร้อมเชื่อมการลงทุนใหม่เข้ากับฐานการผลิตเดิม ยกระดับ Local Content พัฒนาทักษะแรงงาน และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่มีต้นทุนแข่งขันได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) บีโอไอ BOI