คน.พลิกแผนรับมือโลกเสี่ยง เน้นเพิ่มสต๊อกสินค้าให้พอก่อนดูแลราคา
กรมการค้าภายในโชว์ 2 ปีปรับการทำงานเชิงรุก วางแผนแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำไว้ล่วงหน้า รับมือความไม่แน่นอนทั้งสถานการณ์โลกและสภาพอากาศ เพิ่มระดับสำรอง โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยผลิตได้ หลังพบหลายประเทศเพิ่มการเก็บสต๊อก ย้ำต้องรักษาสินค้าให้เพียงพอก่อนดูแลราคา พร้อมเช็กสถานการณ์ล่าสุด ทั้งสบู่ ยาสีฟัน แชมพู ยังไม่มีแผนขึ้นราคา จับตาผลผลิตไข่ไก่ใหม่ออกตลาด คาดเดือน ต.ค.ราคาขยับลง
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานและทิศทางการบริหารจัดการสินค้าว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมากรมได้ปรับแนวทางการทำงาน โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนแก้ปัญหาล่วงหน้า โดยเฉพาะหลังได้รับนโยบายให้หน่วยงานเตรียมมาตรการล่วงหน้า รวมถึงการหาตลาดรองรับสินค้าเกษตรก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด
หนึ่งในความเสี่ยงที่ คน.กำลังติดตาม คือ สภาพอากาศและความไม่แน่นอนที่อาจกระทบทั้งปริมาณและคุณภาพผลผลิตสินค้าเกษตร โดยภายใต้ความไม่แน่นอนดังกล่าว กรมได้เตรียมบริหารจัดการสต๊อกสินค้า โดยสินค้าไทยที่สามารถผลิตได้จะพิจารณาระดับการสำรองให้สูงกว่าระดับปกติ เพื่อเป็นหลักประกันด้านความเพียงพอหากเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขปริมาณ Safety Stock ของสินค้าแต่ละประเภทถือเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหว จึงไม่ควรเปิดเผยเป็นปริมาณ โดยแนวทางที่เหมาะสมคือ พิจารณาเพิ่มระดับสำรองตามสถานการณ์และความจำเป็นของสินค้าแต่ละชนิด เหตุผลสำคัญมาจากภาพที่ คน.พบว่า แม้สต๊อกสินค้าบางประเภทในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น แต่ราคากลับไม่ได้ลดลง สะท้อนว่าหลายประเทศมีแนวโน้มเก็บสินค้าไว้ภายในประเทศมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก
ดังนั้น ไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตจึงต้องเตรียมแผนปรับระดับ Safety Stock เพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับปาล์มน้ำมัน การเพิ่มระดับสำรองส่วนหนึ่งเป็นการรองรับความต้องการใช้ในภาคพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การบริโภคไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก โดยกรมได้ตรวจสอบความเพียงพอทั้งน้ำมันปาล์มและวัตถุดิบประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตพลังงาน ซึ่งได้รับการยืนยันจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่าปริมาณยังเพียงพอ
ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในยังติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าหากสถานการณ์ราคาตลาดโลกยังอยู่ในระดับปัจจุบัน ราคาภายในประเทศไม่น่าจะปรับเพิ่มขึ้นมาก ส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง ซึ่งไทยมีความต้องการใช้วัตถุดิบและต้องบริหารปริมาณให้เพียงพอกับความต้องการภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชนจะมีการดำรง Safety Stock เพื่อรองรับกรณีเกิดสถานการณ์ผิดปกติ โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีความต้องการใช้มากกว่า 9 ล้านตัน และมีการบริหารสำรองในระดับที่รองรับการผลิตได้ 1-2 เดือน
“สำหรับการดูแลค่าครองชีพ หลักสำคัญของกรมคือการสร้างสมดุล โดยอันดับแรกสินค้าต้องมีปริมาณเพียงพอ จากนั้นจึงดูแลให้ราคาอยู่ในระดับเหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงตรวจสอบการกระทำที่อาจเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค”
จากการตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุดในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สบู่ ยาสีฟัน และแชมพู ผู้ประกอบการยืนยันว่ายังไม่มีแผนปรับราคาขึ้น การเปลี่ยนแปลงราคาที่ผู้บริโภคอาจพบในบางช่วงส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับโปรโมชั่น แต่ราคายังคงอยู่ภายในกรอบที่กำหนด ส่วนสินค้าที่ต้องบริหารปริมาณอย่างใกล้ชิด
เช่น น้ำมันพืช กรมได้ประสานห้างค้าปลีกให้สลับกันจัดโปรโมชั่น เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกซื้อสินค้าในราคาที่ลดลง ขณะที่ผลิตภัณฑ์พลาสติกบางประเภท ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเร่งจัดหาวัตถุดิบเข้ามา กรมได้รับการยืนยันว่าปริมาณสินค้าในประเทศยังมีเพียงพอ สำหรับไข่ไก่ หลังจากราคาปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า คาดว่าตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจะเริ่มมีผลผลิตจากแม่ไก่รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด และคาดว่าช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม มีแนวโน้มราคาโดยรวมปรับลดลง
“ปัจจุบันไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอปรับราคาสินค้าเข้ามาเพิ่มเติม โดยช่วงก่อนหน้ามีบางรายขอปรับราคาเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น แต่กรมไม่ได้อนุญาตทั้งหมด และพิจารณาเฉพาะบางกรณี โดยราคาที่ได้รับการพิจารณาจะต้องไม่สูงกว่าระดับของคู่แข่งในตลาด”
นายวิทยากรกล่าวว่า อีกมาตรการที่กรมให้ความสำคัญ คือ โครงการ “ข้าวประณีต” เพื่อแยกข้าวที่มีอัตลักษณ์ คุณลักษณะ และกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพออกจากการขายข้าวทั่วไป เนื่องจากเกษตรกรที่มีความพิถีพิถันตั้งแต่สายพันธุ์ การเพาะปลูกจนถึงการเก็บเกี่ยว ไม่ควรได้รับราคาในระดับเดียวกับสินค้าทั่วไป โดยปี 2569 มีเกษตรกรและกลุ่มผู้ผลิตเข้าร่วมโครงการแล้ว 200 กลุ่ม ส่วนปี 2570 มีผู้สมัครเข้าร่วมเพิ่มเติมอีก 266 กลุ่ม
โดยกรมอยู่ระหว่างเตรียมเครื่องหมายสำหรับสินค้า “ข้าวประณีต” และยื่นจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างการรับรู้และแยกตลาดข้าวที่มีคุณลักษณะเฉพาะออกจากตลาดข้าวทั่วไป ทั้งนี้ การผลักดันข้าวประณีตไม่ได้เข้ามาทดแทนหรือทำลายตลาดข้าวหอมมะลิ เนื่องจากข้าวประณีตบางส่วนก็เป็นข้าวในตระกูลข้าวหอมมะลิ แต่เป็นการคัดเลือกสินค้าที่มีความโดดเด่นเฉพาะด้าน เช่น ความหอม ความอร่อย และความเหนียวนุ่ม มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ขณะที่ตลาดข้าวหอมมะลิและข้าวประเภทอื่นยังคงดำเนินต่อไป