ส่งไม้ต่อ ‘ปลัดพลังงาน’ ภารกิจ PDP-สัมปทานรอบ 26
3 ปีของ “ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ” บนเก้าอี้ปลัดกระทรวงพลังงาน ไม่ได้จบลงเพียงการส่งมอบตำแหน่งให้ปลัดคนใหม่ แต่เป็นการส่งต่อ “โจทย์พลังงานชุดใหญ่” ที่หลายเรื่องยังเดินมาไม่ถึงบทสรุป โดยเฉพาะ 2 ภารกิจสำคัญ ที่กำลังอยู่บนโต๊ะของกระทรวงพลังงานในจังหวะเปลี่ยนผ่าน คือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ และสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 26 ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของ “ฉันทานนท์ วรรณเขจร” ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ที่เข้ามารับช่วงต่อ หลังประเสริฐเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้
สางกรณีเชฟรอน-คุย MTJDA
“ประเสริฐ” ได้ย้ำว่า บทบาทของปลัดกระทรวงพลังงานไม่ได้หมายถึงการลงไปสั่งการในรายละเอียดทุกเรื่อง เนื่องจากอำนาจหน้าที่ส่วนใหญ่อยู่กับกรมและหน่วยงานในสังกัด แต่หัวใจของตำแหน่งคือ การกำกับการทำงานผ่านคณะกรรมการ การประสานหน่วยงาน และการผลักดันให้ภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบสามารถเดินหน้าไปจนถึงเป้าหมาย
เมื่อมองย้อนกลับไป 3 ปี ภาพที่เห็นจึงเป็นทั้งการปิดงานเก่าและการเปิดโจทย์ใหม่ไปพร้อมกัน ในฝั่ง “กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ” หนึ่งในภารกิจสำคัญคือ การสะสางปัญหาที่คั่งค้างมายาวนาน โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับเชฟรอน ซึ่งผ่านทั้งการเจรจาและกระบวนการทางกฎหมาย ก่อนจะสามารถหาข้อยุติในรูปแบบการประนีประนอมยอมความโดยไม่จำเป็นต้องนำคดีเข้าสู่ศาล
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยังเดินหน้า “ต่ออายุสัมปทานแหล่งไพลิน” ซึ่งเป็นอีกภารกิจที่ต้องเร่งจัดการเนื่องจากสัมปทานใกล้หมดอายุ และมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการเปลี่ยนผู้ดำเนินการ (Operator) โดยผู้รับสัมปทานยินดีดำเนินการตามเงื่อนไข อีกด้านหนึ่งคือ พื้นที่ Malaysia-Thailand Joint Development Area (MTJDA) ซึ่งมีความคืบหน้าในการลงนาม New PSC Contract สำหรับแปลง A-18 และเปิดทางให้ ปตท.สผ. เข้าไปถือสัดส่วนร่วม ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่สามารถผลักดันจากกระบวนการเจรจามาสู่การลงนามสัญญาได้
ขณะที่สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 25 ผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องและเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) จนในที่สุดได้ชื่อผู้มีสิทธิในสัมปทานแห่งนี้เรียบร้อย ทั้งหมดนี้คือ “งานเก่า” ที่ถูกเร่งปิด แต่ในอีกด้านหนึ่งกระทรวงพลังงานกำลังเปิดเกมใหม่ที่มีเดิมพันสูงกว่าเดิม นั่นคือ “สัมปทานรอบที่ 26”
โจทย์ใหญ่ “สัมปทานรอบ 26”
สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 26 เป็นหนึ่งในงานสำคัญที่ทิ้งไว้ให้ปลัดคนใหม่เดินหน้าต่อ โดยอยู่ระหว่างเตรียมการและปรับรูปแบบเงื่อนไขการลงทุนให้มีความน่าสนใจมากขึ้น เหตุผลสำคัญคือ พื้นที่ที่จะเปิดให้ลงทุนเป็นแหล่งปิโตรเลียมในทะเลน้ำลึก ซึ่งมีต้นทุนและความเสี่ยงในการสำรวจสูงกว่าพื้นที่ทั่วไป การออกแบบเงื่อนไขจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการจูงใจนักลงทุนกับการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ที่ขณะนี้มีหลายบริษัทเข้ามาหารือเกี่ยวกับโอกาสการลงทุน สะท้อนว่าตลาดยังให้ความสนใจ
แต่ขั้นตอนต่อจากนี้คือ การทำให้ความสนใจดังกล่าวเปลี่ยนเป็นการลงทุนจริง ครั้งนี้จึงไม่ได้จบที่การประกาศเชิญชวน แต่รวมถึงการกำหนดพื้นที่ เงื่อนไขการลงทุน ระบบผลประโยชน์ตอบแทน และกระบวนการพิจารณาข้อเสนอซึ่งต้องเดินหน้าอย่างเป็นระบบ
ในเชิงยุทธศาสตร์สัมปทานรอบ 26 นี้ ยังมีความหมายมากกว่าการหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ เพราะทุกการค้นพบก๊าซธรรมชาติในประเทศสามารถช่วยเพิ่มทางเลือกด้านการจัดหาก๊าซ ลดแรงกดดันจากการนำเข้า LNG และเสริมความมั่นคงของระบบพลังงานในระยะยาว มันจึงเป็นงานระดับต้นน้ำที่ปลัดฉันทานนท์ต้องมารับช่วงต่อ และผลสำเร็จของการเปิดรอบดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่มันจะเป็นฐานพลังงานให้กับประเทศในอีกหลายปีข้างหน้า
PDP-โซลาร์ ปชช. 10,000 MW
ในขณะที่แผน PDP 2026 ฉบับใหม่ แม้ว่าเดิมประเทศไทยมีร่าง PDP 2024 ที่จัดทำและรับฟังความคิดเห็นไปแล้วดูเหมือนใกล้จะสำเร็จ แต่บริบทของประเทศเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะการเข้ามาของ Data Center และ AI ซึ่งทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่สามารถใช้สมมติฐานแบบเดิมมาวางแผนได้ ขณะเดียวกันเป้าหมาย Net Zero ก็เพิ่มความกดดันให้การเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าต้องเดินไปพร้อมกับการลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้ PDP 2026 ต้องตอบโจทย์พร้อมกันอย่างน้อย 3 ด้าน คือ ความมั่นคง ความสะอาด และการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่
ร่าง PDP 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงเอกสารคาดการณ์ว่าประเทศจะใช้ไฟเท่าไรในอนาคต แต่กำลังกลายเป็น “แผนแม่บท” ที่จะกำหนดโครงสร้างพลังงานของไทยไปอีกหลายทศวรรษ และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ยังคงอยู่ในแผน คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ขณะที่พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างระบบส่งจะต้องถูกออกแบบให้รองรับสัดส่วนพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น ความท้าทายจึงอยู่ที่การหาจุดสมดุลระหว่างการเพิ่มไฟสะอาดกับการรักษาความมั่นคงของระบบ เพราะในโลกของ Data Center การที่ไฟดับเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ อาจสร้างความเสียหายมหาศาล
หนึ่งในกลไกสำคัญ คือ Direct PPA ซึ่งเริ่มต้นจากแนวคิดเพื่อรองรับ Data Center โดยวางกรอบเบื้องต้นไว้ที่ 2,000 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะขยายขอบเขตให้กว้างขึ้นครอบคลุมไปยังภาคอุตสาหกรรม เพราะในวันที่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ไม่ได้ต้องการเพียงไฟฟ้าราคาถูก แต่ต้องการไฟฟ้าที่สะอาด มีเสถียรภาพ และมีคุณภาพสูง กระทรวงพลังงานจึงต้องออกแบบระบบให้มีทางเลือกมากกว่าหนึ่ง ทั้งการลงทุนผลิตไฟฟ้าเอง การร่วมลงทุนกับผู้ผลิต หรือการซื้อไฟฟ้าจากภาครัฐ
ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อีกหนึ่งภาพที่เห็นชัด คือ การขยายบทบาทของประชาชนในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้า “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน” จากเดิมระดับหลักแสนครัวเรือนเป็น 1 ล้าน และล่าสุด 1.5 ล้านหลังคาเรือน ส่งผลให้กรอบการรับซื้อไฟฟ้าถูกขยายเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันยังมีโครงการโซลาร์ชุมชนเป้าหมาย 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อเปิดให้ผู้สนใจเข้ามายื่นข้อเสนอ การขยายโซลาร์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของพลังงานสะอาด แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างผู้ผลิตไฟฟ้าจากระบบที่ผู้ผลิตรายใหญ่เป็นศูนย์กลาง ไปสู่ระบบที่ครัวเรือน ชุมชน และภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ส่งต่อภารกิจ “เปลี่ยนผ่าน”
การส่งต่อเก้าอี้ปลัดจาก “ประเสริฐ” ไปยัง “ฉันทานนท์” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กระทรวงพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ทั้งการรักษาความมั่นคงของระบบเดิม นั่นคือ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และโรงไฟฟ้า อีกด้านหนึ่งก็ต้องเร่งสร้างระบบใหม่ที่รองรับพลังงานสะอาด Data Center AI และ Net Zero ภารกิจของปลัดคนใหม่จึง “ไม่ได้เริ่มจากศูนย์” แต่รับช่วงจากงานที่ถูกวางกรอบไว้แล้วหลายด้าน
อย่าง PDP 2026 ต้องเดินหน้าจากร่างสู่การประกาศใช้และนำไปปฏิบัติจริง สัมปทานปิโตรเลียมรอบ 26 ต้องเดินจากการเตรียมเงื่อนไขไปสู่การเปิดรับข้อเสนอและสร้างการลงทุนใหม่ Direct PPA ต้องพิสูจน์ว่า กรอบ 2,000 เมกะวัตต์สามารถเกิดขึ้นจริง และขยายไปสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ โซลาร์ภาคประชาชนต้องเปลี่ยนจากเป้าหมาย 10,000 เมกะวัตต์ ไปสู่ระบบที่เชื่อมโยงกับโครงข่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่งาน Gastech 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้สร้างเวทีให้ไทยแสดงศักยภาพด้านพลังงานต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนทั่วโลก ก็เป็นอีกหนึ่งต้นทุนทางความเชื่อมั่นที่ต้องต่อยอดหลังจากนี้ 3 ปีของประเสริฐจึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงของการสะสาง วางโครง และเปิดทางไว้ให้เดินต่อในอนาคต ขณะที่โจทย์ของฉันทานนท์ คือ การเดินหน้า ทำให้เกิดผล และต่อยอด
นี่จึงเป็นการส่งไม้ต่อไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไทยทั้งระบบ