TEAMG เตือน กทม.-ปริมณฑล ฝน 100-150 มม./วัน น้ำล้นคลอง-ถนนท่วมถึง 27 ก.ย.
TEAMG ประเมิน กทม.-ปริมณฑลยังมีฝนต่อเนื่อง 100-150 มิลลิเมตรต่อวันในวันที่ 26-27 กันยายน สูงกว่าขีดความสามารถระบบระบายน้ำที่ออกแบบรองรับราว 60 มิลลิเมตรต่อวัน ส่งผลให้น้ำค้างในคลองหลายสายและบางจุดเริ่มล้นตลิ่ง พื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองอาจมีน้ำบนถนน 10-20 เซนติเมตร และบางแห่งอาจสูงถึง 50 เซนติเมตร ขณะที่ระดับแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนต์ หรือ TEAMG เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยปริมาณฝนในวันนี้และวันถัดไปอยู่ที่ประมาณ 100-150 มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่าความสามารถของระบบระบายน้ำที่ออกแบบให้รองรับฝนประมาณ 60 มิลลิเมตรต่อวัน
ปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ได้มาจากน้ำเหนือหลาก แต่เกิดจากน้ำฝนที่ระบายออกจากคลองสายใหญ่และอุโมงค์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาไม่ทัน ทำให้น้ำส่วนเกินสะสมอยู่ในคลองหลายสาย จนระดับน้ำปริ่มตลิ่งและบางแห่งเริ่มเอ่อล้นออกมา
“เป็นน้ำฝนที่ระบายไม่ทัน ไม่เป็นน้ำหลาก ไม่ได้มาจากน้ำเหนือ และไม่ได้เกิดจากแม่น้ำใหญ่ล้น แต่เป็นการเอ่อเพิ่มขึ้นและล้นจากคลอง”
สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ช่วงวันที่ 25-27 กันยายนจะมีน้ำทะเลหนุนสูง และมีการระบายน้ำจากชัยนาทลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านบางไทรในอัตราประมาณ 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ระดับน้ำบริเวณสะพานนวลฉวีและกรมชลประทาน สามเสน ยังอยู่ในระดับปลอดภัย โดยต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 40 เซนติเมตร
อย่างไรก็ตาม ระบบระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเผชิญแรงกดดันจากปริมาณฝนที่สูงกว่าขีดความสามารถของระบบ ทำให้น้ำในคลองหลายสายอยู่ในระดับปริ่ม
นายชวลิตระบุว่า พื้นที่ที่ต้องจับตา ได้แก่ คลองลาดพร้าวช่วงบางบัว ซึ่งเริ่มมีน้ำล้นออกมาแล้ว ขณะที่คลองรังสิต คลอง 2 คลอง 3 คลอง 4 คลอง 5 ต่อเนื่องถึงคลอง 16 รวมถึงคลองบางเขน คลองเปรมประชากร คลอง 6 วาสายล่าง คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ มีระดับน้ำอยู่ในลักษณะปริ่มคลอง
ในวันที่ 26 กันยายน หากฝนยังตกแบบตก ๆ หยุด ๆ ต่อเนื่องในระดับ 100-150 มิลลิเมตรต่อวัน น้ำในบางคลองอาจเริ่มล้นตลิ่งเพิ่มเติม และทำให้การระบายน้ำจากผิวถนนลงสู่คลองทำได้ไม่ทัน
ผลที่ตามมาคือ น้ำจะเจิ่งนองอยู่บนผิวถนน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้คลอง และอาจต่อเนื่องไปถึงวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน
นายชวลิตประเมินว่า ในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลอง หากน้ำในคลองเอ่อล้นขึ้นมา อาจทำให้ระดับน้ำบนถนนอยู่ที่ประมาณ 10-20 เซนติเมตร ขณะที่พื้นที่ซึ่งเป็นแอ่งต่ำและรับน้ำจากพื้นที่สูงโดยรอบ อาจมีระดับน้ำสูงถึงประมาณ 50 เซนติเมตรในบางแห่ง
อย่างไรก็ตาม ลักษณะน้ำท่วมดังกล่าวจะไม่ใช่น้ำหลากที่ไหลแรง แต่เป็นน้ำฝนสะสมและน้ำที่ระบายออกจากพื้นที่ไม่ทัน รวมถึงการเอ่อล้นจากคลองในบางจุด
นายชวลิตย้ำว่า แม่น้ำเจ้าพระยายังไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมใน กทม.และปริมณฑลในช่วงนี้ แต่ต้องติดตามปริมาณฝนต่อเนื่อง เพราะหากฝนยังอยู่ในระดับสูงกว่าความสามารถของระบบระบายน้ำ จะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้คลองมีน้ำขังต่อเนื่องได้