เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘AI Agent จีน’ ซ่อน-หลอก-หนี พฤติกรรมเสี่ยงคล้ายโมเดลสหรัฐฯ จี้ทั่วโลกต้องคุมเข้ม
Tech ‘AI Agent จีน’ ซ่อน-หลอก-หนี พฤติกรรมเสี่ยงคล้ายโมเดลสหรัฐฯ จี้ทั่วโลกต้องคุมเข้ม
KKP วิเคราะห์จีดีพีไทยโตต่ำสุดอาเซียน ได้เอไอหนุนแต่สร้างประโยชน์ประเทศต่ำ
Economic KKP วิเคราะห์จีดีพีไทยโตต่ำสุดอาเซียน ได้เอไอหนุนแต่สร้างประโยชน์ประเทศต่ำ
“โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” งามจากฝีมือช่างไทย สู่ดีไซน์ร่วมสมัย
Biz Movement “โลหะ 3 กษัตริย์ เงิน ทอง ทองแดง” งามจากฝีมือช่างไทย สู่ดีไซน์ร่วมสมัย
ปลดล็อกข้อจำกัดไทย เน้นแข่งศักยภาพสูง-ไม่มุ่งขายของถูก
Politics ปลดล็อกข้อจำกัดไทย เน้นแข่งศักยภาพสูง-ไม่มุ่งขายของถูก
“บี.กริม”ร่วมมือ“สยามพิวรรธน์” พัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด และติดโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน
SD “บี.กริม”ร่วมมือ“สยามพิวรรธน์” พัฒนาโครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด และติดโซลาร์รูฟท็อปสยามพารากอน
Anthropic จ่อเข้า IPO แต่เตือนนักลงทุน AI ตัวเองอาจคุกคามมนุษยชาติ
Tech Anthropic จ่อเข้า IPO แต่เตือนนักลงทุน AI ตัวเองอาจคุกคามมนุษยชาติ
บริหารจัดการน้ำ vs เปลี่ยนผ่านพลังงาน
Economic บริหารจัดการน้ำ vs เปลี่ยนผ่านพลังงาน
‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
SD ‘น้ำท่วม’ คนจนเจ็บสุด สฤณี อาชวานันทกุล  ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม
ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Economic ซูเปอร์เอลนีโญ 2 มหาสมุทรยักษ์สลับขั้วพายุ สะเทือนไทย เกษตรฯ เสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
Tech Lenovo เปิดตัวโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานชุดใหม่ เสริมองค์กรรับอนาคตยุค AI
ดูทั้งหมด

KKP วิเคราะห์จีดีพีไทยโตต่ำสุดอาเซียน ได้เอไอหนุนแต่สร้างประโยชน์ประเทศต่ำ

30 ก.ย. 2569 | 13:01น.

KKP Research ปรับประมาณการจีดีพีไทยปี 2569 โต 2.5% แต่อยู่ในระดับต่ำสุดในอาเซียนเทียบเท่าฟิลิปปินส์ ชี้ไทยได้ประโยชน์คลื่นวัฏจักร AI เหมือนประเทศอื่นๆ แต่สร้างประโยชน์ให้แก่เศรษฐกิจในประเทศต่ำ แนะทางออกต้องปรับนโยบายให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด

รายงานจาก KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้จัดทำบทวิเคราะห์เรื่อง “KKP ปรับเพิ่มจีดีพีไทยปี 69 โต 2.5% รับอานิสงส์ วัฏจักรลงทุน AI ชี้เศรษฐกิจแบ่งขั้ว K-Shape ชัดเจน เสนอรัฐเร่งแก้โจทย์โครงสร้างเพื่อดึงเม็ดเงินให้อยู่ในไทย” โดยประเมินเศรษฐกิจอาเซียนยังได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ไทยได้ประโยชน์น้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

โดยคาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2569 จะขยายตัว 2.5% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากประมาณการเดิมที่วางไว้ 2.1% แต่อยู่ในระดับที่ต่ำสุดในภูมิภาคอาเซียนเทียบเท่ากับประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับประเทศไทยได้รับประโยชน์จากวัฏจักร AI ทำให้การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีต่อเนื่อง ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จัดให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกี่ยวกับ AI รายใหญ่ของโลก แต่ผลประโยชน์ที่ส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยยังน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและการปรับตัว ซึ่งเมื่อเทียบกับอาเซียนทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ต่างได้รับประโยชน์โดยตรงจากวัฏจักร AI

ส่วนไทยและเวียดนามเริ่มได้อานิสงส์ผ่านห่วงโซ่อุปทานที่กว้างขึ้น ทางด้านอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์พึ่งพาอุปสงค์ในประเทศมากกว่า ทำให้การฟื้นตัวช้ากว่า โดย KKP Research ประเมินเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2569 จะเติบโต 5.0% นำโดยเวียดนามโต 8.2% มาเลเซีย 5.2% สิงคโปร์ 5.1% และไทยกับฟิลิปปินส์โต 2.5%

ชี้ลงทุนเอไอทำให้ประเทศสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้น้อย

สำหรับช่องว่างระหว่างไทยกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน มาจากความสามารถในการรักษามูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไว้ในประเทศได้น้อย จาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ไทยยังอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าระดับชิ้นส่วนและการประกอบ จึงต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจำนวนมาก

ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีและ Data center ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ ทำให้กำไรส่วนหนึ่งต้องกลับไปสู่ต่างประเทศ รวมถึงการลงทุน AI ในไทยกระจุกตัวอยู่ใน Data center ซึ่งใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศไม่สูง ทำให้การลงทุนต่อเนื่องไปยังธุรกิจไทยมีจำกัด อีกทั้งการเติบโตจาก AI ยังถูกกระทบจากภาคการผลิตดั้งเดิมที่หดตัวจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า

อีกทั้งมีสัญญาณสำคัญที่พบว่าการส่งออกไทยขยายตัวแข็งแกร่ง แต่บัญชีเดินสะพัดกลับขาดดุลอยู่ แตกต่างจากบางประเทศในภูมิภาคที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักร AI และเกินดุลการค้า ตอกย้ำว่าไทยเข้าร่วมในวัฏจักร AI แต่สามารถเก็บมูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ในประเทศได้น้อยกว่า

ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์มูลค่าสูง แต่ผลตอบแทนส่วนใหญ่อยู่กับบริษัทต่างชาติ

ทางด้านการลงทุน Data center ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการลงทุนในไทยช่วงปี 2569-2570 แต่ผลบวกต่อเศรษฐกิจอาจต่ำกว่ามูลค่าการลงทุนที่ประกาศไว้ เนื่องจากต้องพึ่งพาเครื่องจักรและอุปกรณ์นำเข้าสูง รวมถึงการสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนส่วนใหญ่ยังอยู่กับผู้ประกอบการต่างชาติ และการจ้างงานหลังเปิดดำเนินการมีไม่มากเมื่อเทียบกับเงินลงทุน โดยผลตอบแทนที่ไทยจะได้รับต้องขึ้นอยู่กับว่า Data center สามารถเชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมอื่นในประเทศได้มากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้แนวทางสำคัญไทยควรกำหนดเงื่อนไขการลงทุนให้ชัดเจนขึ้น เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและควบคุมผลกระทบ โดยเฉพาะการกำหนดต้นทุนไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง การควบคุมการใช้น้ำ และการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์จาก BOI กับการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ การพัฒนาทักษะ และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ดั้งเดิม

ส่งออกขยายตัว แต่รายได้เข้าประเทศไม่ได้เต็มที่

สำหรับภาคส่งออกคาดว่าจะยังขยายตัวแข็งแกร่งถึงไตรมาส 4 แต่ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยมีข้อจำกัด เนื่องจากสินค้าส่งออกที่เติบโตรวดเร็ว กลับมีการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจำนวนมาก รวมถึงไทยเป็นจุดผ่านของสินค้ามากกว่าฐานการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง สะท้อนจากการขาดดุลการค้าและสัดส่วนการจ้างงานในภาคส่งออกที่ลดลง ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานต่างทยอยปิดกิจการ ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านการจ้างงานที่ต้องติดตามต่อไป

ขณะที่การบริโภคสะท้อนภาพเศรษฐกิจแบบ K-shaped โดยกลุ่มรายได้สูงยังมีกำลังซื้ออยู่ แตกต่างจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังเผชิญภาระหนี้ครัวเรือน รายได้เติบโตจำกัด และเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ทั้งยอดขายและการโอนที่ซบเซา ฐานะการเงินของผู้ประกอบการ และการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น โดยการระบายอุปทานอสังหาริมทรัพย์คงค้างและการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ เป็นปัจจัยสำคัญต่ออุปสงค์ในปี 2570

ปรับประมาณการจีดีพีเป็น 2.5% จากแรงลงทุนเอไอและท่องเที่ยว

ทั้งนี้ KKP Research ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปี 2569 จาก 2.1% เป็น 2.5% มาจากเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาดไว้ ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนตามวัฏจักร AI ที่ยังเร่งตัว และรายได้จากนักท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง แม้จำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัว

อย่างไรก็ตามในปี 2570 ปรับประมาณการจีดีพี จาก 2.2% เป็น 2.7% ซึ่งมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน โดยแม้ว่าจะปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งการเติบโตยังพึ่งพาภาคส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่ภาคเศรษฐกิจในประเทศส่วนใหญ่ยังอ่อนแอ