“ธนากร” ชงรัฐตั้ง War Room Air Cargo เร่งเคลียร์สินค้าค้างสุวรรณภูมิ หวั่นกระทบออร์เดอร์ส่งออก
สรท.ชี้น้ำท่วมพ่วงปัญหาระบบ Cargo สุวรรณภูมิ กระทบส่งออกทั้งความล่าช้า ต้นทุนโลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นคู่ค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร-อาหารสด อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้า Just-in-Time ยังไม่ประเมินมูลค่าความเสียหาย เสนอรัฐตั้ง War Room รายวัน เร่งระบายสินค้าตกค้าง หา Capacity-เส้นทางสำรอง พร้อมทำ Business Continuity ระดับประเทศ
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สรท.ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมและปัญหาความขัดข้องของระบบขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือ Air Cargo โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำลังส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ทั้งในด้านความล่าช้า ต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่างประเทศ
กลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหารสด สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงสินค้าที่ต้องส่งมอบแบบ Just-in-Time ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความแน่นอนด้านเวลาในการขนส่ง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สรท.เห็นว่ายังไม่ควรประเมินมูลค่าความเสียหายรวมออกมาเป็นตัวเลข เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการคลี่คลาย โดย สรท.จะเร่งรวบรวมข้อมูลจากผู้ส่งออก เพื่อประเมินมูลค่าสินค้าตกค้าง ความเสียหาย ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบต่อคำสั่งซื้ออย่างเป็นระบบ
ชงตั้ง War Room Air Cargo แก้ปัญหารายวัน
นายธนากรกล่าวว่า สรท.เสนอให้ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม เร่งตั้ง War Room ด้าน Air Cargo โดยประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) สายการบิน ผู้ประกอบการคลังสินค้า Freight Forwarder และ สรท. เพื่อติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาแบบรายวัน
พร้อมเสนอให้เร่งระบายสินค้าที่ตกค้าง และจัดลำดับความสำคัญ หรือ Priority ให้กับสินค้าเน่าเสียง่าย วัตถุดิบสำคัญ ชิ้นส่วนการผลิต และสินค้าที่มีกำหนดส่งมอบ หรือ Deadline เพื่อจำกัดความเสียหายและลดผลกระทบต่อการผลิตและคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ควรเร่งจัดหา Capacity และเส้นทางสำรอง รวมถึงพิจารณาใช้คลังสินค้านอกพื้นที่ หรือ Off-site ตลอดจนสนามบินและเส้นทางอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้จุดใดจุดหนึ่งกลายเป็นคอขวดของระบบขนส่งสินค้า
เร่งศุลกากร-แก้โครงสร้าง Cargo สุวรรณภูมิ
สรท.ยังเสนอให้อำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและกระบวนการตรวจปล่อยสินค้า เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายสินค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่ลดทอนมาตรฐานด้านความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบ Air Cargo ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งด้านพื้นที่คลังสินค้า Capacity ระบบ KC/RA และ NCCS เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการเติบโตของการส่งออกในอนาคต
อีกประเด็นสำคัญคือ การจัดทำแผน Business Continuity สำหรับระบบ Air Cargo ในระดับประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วม ภัยพิบัติ หรือเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และต้องสามารถนำเส้นทางหรือระบบสำรองมาใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
แนะผู้ส่งออกเจรจาคู่ค้า-ดูเงื่อนไข Force Majeure
สำหรับผู้ส่งออก สรท.แนะนำให้เร่งประสานกับคู่ค้าต่างประเทศ เพื่อขอปรับกำหนดการส่งมอบสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมพิจารณาใช้เงื่อนไข Force Majeure ตามข้อกำหนดในสัญญาเป็นรายกรณี
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรจัดเก็บหลักฐานผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการเจรจากับคู่ค้าและการดำเนินการตามเงื่อนไขในสัญญาที่เกี่ยวข้อง
นายธนากรกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ สรท. คือ เร่งให้ระบบ Cargo กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ลดความเสียหายและต้นทุนของผู้ส่งออก และไม่ให้ปัญหาด้านโลจิสติกส์กลายเป็นข้อจำกัดต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย