คมนาคมตั้งทีมแก้ Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังหอการค้าฯ ชง 3 ระยะ รับส่งออกกว่า 2.42 ล้านล้าน
หอการค้าไทยชงคมนาคมเร่งปลดล็อกปัญหา Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังความแออัด-ข้อจำกัดสะสมกระทบการขนส่งสินค้า เสนอแผนแก้ปัญหา 3 ระยะ ตั้งแต่เร่งด่วน 0-6 เดือน ไปจนถึงพัฒนาคลังสินค้าแห่งที่ 3 ระยะยาว ขณะที่ “พิพัฒน์” มอบปลัดคมนาคมตั้งโต๊ะคุมคณะทำงาน ให้ สนข.เป็นเลขานุการ เร่งประสานทุกหน่วยงานแก้ปัญหาเป็นรูปธรรม รองรับการค้า-ส่งออกทางอากาศที่ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มีมูลค่าการค้ากว่า 5.53 ล้านล้านบาท
นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้แทนหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่า ได้เสนอรายงานและข้อเสนอแนะเรื่อง “การยกระดับประสิทธิภาพระบบ Air Cargo ของประเทศไทย : กรณีศึกษาปัญหาความแออัด ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” พร้อมแนวทางแก้ไขข้อจำกัดทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว
การขนส่งสินค้าทางอากาศมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการส่งออกของไทย โดยช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ประเทศไทยมีมูลค่าการค้าผ่านทางอากาศประมาณ 5.53 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกประมาณ 2.42 ล้านล้านบาท หรือราว 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด สินค้าสำคัญ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตรและอาหาร รวมถึงสินค้ามูลค่าสูงที่ต้องอาศัยความรวดเร็วและความแน่นอนในการขนส่ง
ปัญหาความแออัดที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องทั้งพื้นที่รองรับสินค้า กำลังคน อุปกรณ์ การตรวจสอบความปลอดภัย ขั้นตอนการทำงาน และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องแก้ไขแบบเชื่อมโยงทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะจุด
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ช่วงที่ผ่านมา ยังซ้ำเติมปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก รวมถึงเกิดปัญหาผู้โดยสารและสัมภาระตกค้าง กระทบนักธุรกิจและผู้ประกอบการ
หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยติดตามปัญหาความแออัดและข้อจำกัดของ Air Cargo ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 และหารือผ่านคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain อย่างต่อเนื่อง ก่อนมีมติเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ให้จัดทำรายงานและข้อเสนอเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคม
ส่วนเหตุการณ์ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ซึ่งมีสินค้าขาเข้าสะสมและความแออัดจนกระทบการให้บริการ ก่อนนำไปสู่การประกาศ Embargo นั้น หอการค้าฯ ระบุว่าไม่ใช่จุดเริ่มต้นของปัญหา แต่ทำให้ข้อจำกัดสะสมปรากฏชัดขึ้น โดยภายหลังการเร่งประสานและออกมาตรการร่วมกัน การบินไทยได้ยกเลิก Embargo เมื่อวันที่ 30 กันยายน และกลับมารับขนส่งสินค้าได้ตามปกติ
เร่งแก้คอขวด X-ray-เพิ่มพื้นที่คลัง
สำหรับมาตรการเร่งด่วนช่วง 0-6 เดือน หอการค้าฯ เสนอให้เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจและรองรับสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ตรวจสอบด้วยเครื่อง X-ray ได้ยาก ซึ่งปัจจุบันอาจใช้เวลานานและเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญ
พร้อมเสนอให้เพิ่มทางเลือกด้านพื้นที่คลังสินค้า เตรียมกำลังคนและอุปกรณ์ให้เพียงพอในช่วงที่มีปริมาณสินค้าสูง และจัดทำแผนรองรับเหตุขัดข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าสะสมจนกระทบต่อการให้บริการ
ส่วนระยะกลาง 6-24 เดือน เสนอให้เพิ่มขีดความสามารถของคลังสินค้าและพื้นที่รองรับที่มีอยู่ พัฒนาทางเลือกในการตรวจสอบสินค้าให้รวดเร็วและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงขยายระบบที่ทำให้สินค้าสามารถผ่านกระบวนการรักษาความปลอดภัยจากต้นทางก่อนเข้าสู่สนามบิน เพื่อลดภาระการตรวจและความแออัดในพื้นที่คลังสินค้า
นอกจากนี้ ยังเสนอพัฒนาระบบข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถวางแผนพื้นที่ กำลังคน และอุปกรณ์ได้ล่วงหน้า
ดันคลังสินค้าแห่งที่ 3 รองรับระยะยาว
สำหรับแผนระยะยาวตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป เสนอให้เพิ่มขีดความสามารถเชิงโครงสร้าง โดยเร่งพัฒนาคลังสินค้าแห่งที่ 3 และเตรียมพื้นที่รองรับการเติบโตของ Air Cargo ในอนาคต
ควบคู่กับส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกระบวนการรักษาความปลอดภัยสินค้าได้ตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงพัฒนาพื้นที่และระบบสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการและ SMEs เพื่อให้สุวรรณภูมิรองรับการเติบโตของการขนส่งสินค้าทางอากาศในระยะยาวได้อย่างเพียงพอ
หอการค้าฯ ยังเสนอให้ตั้งกลไกร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับกระทรวง เพื่อติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน โดยกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ กรอบเวลา และตัวชี้วัดของแต่ละมาตรการอย่างชัดเจน รวมถึงยกระดับปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขในระดับปฏิบัติการขึ้นสู่ผู้มีอำนาจพิจารณา
“พิพัฒน์” สั่งตั้งคณะทำงานเร่งแก้ปัญหา
ภายหลังการหารือ นายพิพัฒน์ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานคณะทำงาน และให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ เพื่อประสานและติดตามการแก้ไขปัญหา Air Cargo ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
นายภูมินทร์กล่าวว่า การยกระดับระบบ Air Cargo ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาความแออัดเฉพาะหน้า แต่เป็นการสร้างความรวดเร็ว ความแน่นอน และความน่าเชื่อถือให้การขนส่งสินค้าทางอากาศของไทย เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าและการส่งออก เสริมศักยภาพท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะประตูการค้าทางอากาศสำคัญ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว