‘ชัชชาติ’ ชวน ‘ดร.เอ้’ ดูระบบระบายน้ำ กทม. ยันพร่องน้ำก่อนฝนมา เร่งเจาะ ‘เส้นเลือดฝอย’
‘ชัชชาติ’ ชวน ‘ดร.เอ้’ ดูระบบระบายน้ำ กทม. ยันพร่องน้ำก่อนฝนมา เร่งเจาะ ‘เส้นเลือดฝอย’ ช่วยระบายน้ำจากหมู่บ้านและชุมชน ก่อนเข้าสู่แผนฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงข้อวิจารณ์ของนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ เกี่ยวกับการพร่องน้ำและการเปิดประตูระบายน้ำว่า กทม.มีการพร่องน้ำในคลองและบึงอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ช่วงฝนตกหนัก โดยข้อมูลระดับน้ำและการบริหารจัดการระบบระบายน้ำมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักการระบายน้ำ
โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและแนวคันกั้นน้ำด้านตะวันออกเป็นระยะ เช่น ข้อมูลวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ซึ่งรายงานระดับน้ำบริเวณประตูระบายน้ำคลองสอง แสนแสบ และลาดกระบัง พร้อมระบุระดับวิกฤตของแต่ละจุด นอกจากนี้ กทม.ยังมีระบบแสดงข้อมูลสถานีสูบน้ำและระดับน้ำของจุดต่าง ๆ ให้ติดตามได้
สำหรับการบริหารน้ำ ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำทุกจุดพร้อมกันได้ เนื่องจากต้องควบคุมทิศทางและปริมาณน้ำ โดยหลักการคือทยอยระบายน้ำจากพื้นที่ด้านในที่อยู่ใกล้ระบบระบายหลักก่อน แล้วจึงดึงน้ำจากพื้นที่ด้านหลังเข้ามา เพื่อควบคุมการไหลและป้องกันไม่ให้ระบบระบายน้ำรับน้ำพร้อมกันมากเกินไป ซึ่งการพร่องน้ำและการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำต้องบริหารเป็นระบบตามระดับน้ำและสภาพการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่
นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ขณะที่พื้นที่ที่ยังต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่ ลาดกระบัง สะพานสูง หนองจอก และมีนบุรี ซึ่ง กทม.จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งจัดการน้ำในระดับ “เส้นเลือดฝอย” หลังระบบระบายน้ำสายหลักเริ่มมีพื้นที่รองรับ โดยจะเข้าไปช่วยระบายน้ำออกจากหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงระดมเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์จากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าสนับสนุนพื้นที่ที่ยังมีน้ำขัง
พร้อมกันนี้ กทม.เริ่มเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเมืองหลังน้ำลด โดยเฉพาะการจัดการขยะน้ำท่วมและขยะชิ้นใหญ่ริมถนน รวมถึงการใช้ระบบ “บัดดี้เขต” ให้เขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเข้ามาช่วยเหลือเขตที่ได้รับผลกระทบมากกว่า เพื่อเร่งให้พื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว