เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ เตรียมรับฝนลงใต้ พร่องเขื่อน-ระดมเครื่องสูบ ย้ำอพยพทันทีหากมีคำเตือน
Economic เกษตรฯ เตรียมรับฝนลงใต้ พร่องเขื่อน-ระดมเครื่องสูบ ย้ำอพยพทันทีหากมีคำเตือน
น้ำท่วมกระทบหมู 9,000 ตัว กรมการค้าภายในยันปริมาณยังพอ ราคาทรงตัว
Economic น้ำท่วมกระทบหมู 9,000 ตัว กรมการค้าภายในยันปริมาณยังพอ ราคาทรงตัว
ส่องไฮไลต์ ‘CP Innovation Exposition 2026’ ก่อนเปิดฉาก 20-22 ต.ค. 2569
Tech ส่องไฮไลต์ ‘CP Innovation Exposition 2026’ ก่อนเปิดฉาก 20-22 ต.ค. 2569
พาณิชย์ขอห้างวัสดุ-เครื่องใช้ไฟฟ้า-อู่รถ “ตรึงราคา” รับฟื้นฟูหลังน้ำลด
Economic พาณิชย์ขอห้างวัสดุ-เครื่องใช้ไฟฟ้า-อู่รถ “ตรึงราคา” รับฟื้นฟูหลังน้ำลด
สทนช.เตือน 10-12 ต.ค. เสี่ยงน้ำหลากหลายพื้นที่ จับตาใต้หนัก-7 เขื่อนใหญ่เกิน 80%
Economic สทนช.เตือน 10-12 ต.ค. เสี่ยงน้ำหลากหลายพื้นที่ จับตาใต้หนัก-7 เขื่อนใหญ่เกิน 80%
SCG สร้างภูมิคุ้มกันน้ำ หนุนธุรกิจเติบโต-ยืดหยุ่น ในยุคโลกรวน
SD SCG สร้างภูมิคุ้มกันน้ำ หนุนธุรกิจเติบโต-ยืดหยุ่น ในยุคโลกรวน
เตือนกลุ่มใช้พลังงานสูงรับมือโค้งท้ายปี’69 ต้นทุนน้ำมันแพงกดการผลิต-ส่งออก
Economic เตือนกลุ่มใช้พลังงานสูงรับมือโค้งท้ายปี’69 ต้นทุนน้ำมันแพงกดการผลิต-ส่งออก
ค่าครองชีพ 9 เดือนปี’69 พุ่ง 21,217 บาท/เดือน “น้ำมัน-ค่าเดินทาง” ตัวดันหลัก
Economic ค่าครองชีพ 9 เดือนปี’69 พุ่ง 21,217 บาท/เดือน “น้ำมัน-ค่าเดินทาง” ตัวดันหลัก
ลงทุน ‘ภูเก็ต’ พุ่ง 2 แสนล้าน บิ๊ก ‘อสังหาฯ-ค้าปลีก’ ลุยไม่หยุด 
Real Estate ลงทุน ‘ภูเก็ต’ พุ่ง 2 แสนล้าน บิ๊ก ‘อสังหาฯ-ค้าปลีก’ ลุยไม่หยุด 
เจ้าพระยาเริ่มคลี่คลาย กรมชลฯ ลดระบายเหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที รับฝนใหม่ 9-13 ต.ค.
Economic เจ้าพระยาเริ่มคลี่คลาย กรมชลฯ ลดระบายเหลือ 2,350 ลบ.ม./วินาที รับฝนใหม่ 9-13 ต.ค.
ดูทั้งหมด

เกษตรฯ เตรียมรับฝนลงใต้ พร่องเขื่อน-ระดมเครื่องสูบ ย้ำอพยพทันทีหากมีคำเตือน

08 ต.ค. 2569 | 17:01น.

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมรับปลายฤดูมรสุม หลังฝนเคลื่อนลงภาคใต้ สั่งกรมชลประทานเร่งพร่องน้ำ ระบายน้ำ เตรียมพื้นที่รับน้ำ พร้อมระดมเครื่องสูบและเครื่องจักรเข้าพื้นที่เสี่ยง ย้ำประชาชนติดตามประกาศทางการ หากมีคำสั่งอพยพต้องออกจากพื้นที่ทันที ขณะที่อุทกภัยสะสมตั้งแต่ 21 สิงหาคม กระทบภาคเกษตรแล้ว 53 จังหวัด เกษตรกร 193,171 ราย เตรียมฟื้นฟูทั้งพืช ประมง ปศุสัตว์ และเงินทุนอาชีพ โดยกรมการข้าวสำรองเมล็ดพันธุ์ 20,000 ตัน รองรับพื้นที่ 1.3 ล้านไร่

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 3/2569 ว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยช่วงปลายฤดูมรสุม หลังแนวฝนกำลังเคลื่อนตัวลงสู่ภาคใต้ โดยได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมในพื้นที่เสี่ยง

กรมชลประทานได้รับมอบหมายให้ติดตามระดับน้ำทั้งในลำน้ำและอ่างเก็บน้ำ พร้อมพร่องน้ำ เร่งระบายน้ำ และเตรียมพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากเกิดฝนตกหนักกระจุกตัวต่อเนื่อง ปริมาณน้ำอาจเกินขีดความสามารถของระบบรองรับและระบายน้ำ

นายกฤษกล่าวว่า ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากกำลังเข้าสู่ช่วงมรสุมในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนของทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินทันทีเมื่อได้รับคำเตือน

“ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามคำเตือนของทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคใต้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงรับมรสุม หากมีประกาศให้อพยพ อย่าลังเลหรือรอจนสถานการณ์รุนแรง ขอให้เร่งออกจากพื้นที่”

สำหรับการช่วยเหลือหลังเกิดภัย กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมคู่มือแนวทางปฏิบัติและซักซ้อมขั้นตอนกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาพื้นที่เกษตรและผลผลิตตามอัตราใหม่ที่กระทรวงการคลังกำหนด

พร้อมแนะนำให้เกษตรกรถ่ายภาพเก็บหลักฐานความเสียหาย ทั้งภาพรวมของพื้นที่ จุดที่ได้รับความเสียหาย และภาพที่มีตัวเกษตรกรอยู่ในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น โดยการช่วยเหลือมีกรอบระยะเวลาไม่เกิน 90 วันหลังภัยสิ้นสุด

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา บางปะกง แม่กลอง และท่าจีน พร้อมมอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งเตรียมฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลด เพื่อให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว

ด้านนายธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานดำเนินการตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน โดยใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนระยะยาวและแผนระยะสั้น 3-7 วัน

พร้อมตรวจสอบประตูระบายน้ำ คันกั้นน้ำ เครื่องจักร และอุปกรณ์ รวมถึงเตรียมระดมเครื่องมือจากภูมิภาคอื่นเข้าช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยปริมาณและช่วงเวลาที่ฝนตกจะเป็นตัวแปรสำคัญ หากน้ำไหลเข้าสู่ระบบมากเกินศักยภาพของลำน้ำและระบบระบาย ก็ยังมีโอกาสเกิดน้ำท่วม จึงต้องเร่งระบายน้ำเพื่อลดระยะเวลาที่ประชาชนได้รับผลกระทบ

สำหรับพื้นที่หาดใหญ่ ระบบระบายน้ำรองรับได้รวมประมาณ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบ่งเป็นคลองระบายน้ำ ร.1 ประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคลองอู่ตะเภาประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ปัจจุบันการซ่อมแซมโครงสร้างหลักและปิดจุดรั่วของคลอง ร.1 ดำเนินการแล้ว เพื่อให้สามารถรองรับน้ำได้ตามศักยภาพเดิม ส่วนงานคันถนนและองค์ประกอบอื่นยังดำเนินการตามสัญญา

นายธวัชชัยยังขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก และตรวจสอบวันเวลาของภาพหรือข่าวที่เผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ

ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พบว่า อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ส่งผลกระทบภาคเกษตรสะสม 53 จังหวัด เกษตรกร 193,171 ราย แบ่งเป็นด้านพืช 157,605 ราย ด้านประมง 12,832 ราย และด้านปศุสัตว์ 22,734 ราย

สำหรับการฟื้นฟูการเพาะปลูก กรมการข้าวเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวสำรอง 20,000 ตัน รองรับพื้นที่ประมาณ 1.3 ล้านไร่ ในอัตราไร่ละ 15 กิโลกรัม ไม่เกินรายละ 30 ไร่ ซึ่งเพียงพอต่อพื้นที่เสียหายที่รายงานในขณะนี้ โดยจะใช้พันธุ์ข้าวที่มีอยู่ในสต๊อก

กรมส่งเสริมการเกษตรเตรียมเมล็ดพันธุ์ผัก ต้นพันธุ์พืช และชีวภัณฑ์ พร้อมให้คำแนะนำเกษตรกรหลังน้ำลด และจะประเมินความต้องการจากความเสียหายจริงเพื่อเสนอของบประมาณเฉพาะส่วนที่ยังขาด

ส่วนกรมวิชาการเกษตรเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชไร่รองรับพื้นที่มากกว่า 3,000 ไร่ และเมล็ดพันธุ์ผักอายุสั้นมากกว่า 150 ไร่ พร้อมประเมินสภาพดินและโรคพืช โดยเฉพาะสวนทุเรียนในภาคตะวันออก รวมถึงประสานลงทะเบียนรับต้นพันธุ์เพื่อฟื้นฟูสวน และเตรียมหน่วยวิศวกรรมเกษตรซ่อมแซมเครื่องมือ

กรมหม่อนไหมเตรียมพันธุ์หม่อน 3,865 ต้น และไข่ไหม 800 แผ่น พร้อมสำรวจความเสียหาย โดยจะใช้ทรัพยากรจากแผนส่งเสริมตามปกติช่วยเหลือก่อน และเสนอขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมตามความจำเป็น

ด้านกรมประมงเตรียมลูกพันธุ์ปลานิลเพื่อฟื้นฟูอาชีพ เบื้องต้นสามารถรองรับเกษตรกรได้ประมาณ 3,000 ราย จากผู้เสียหายประมาณ 12,000 ราย โดยจะให้ความสำคัญกับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและมีความจำเป็นต้องเร่งกลับมาประกอบอาชีพ พร้อมประเมินทรัพยากรและงบประมาณส่วนที่ยังขาดเพื่อเสนอของบกลาง

กรมปศุสัตว์ได้ส่งทีมสัตวแพทย์และนักส่งเสริมการปศุสัตว์ดูแลสุขภาพสัตว์ สนับสนุนเวชภัณฑ์ แร่ธาตุ วิตามิน และเฝ้าระวังโรค หลังพบสัตว์ได้รับผลกระทบ 14,272,781 ตัว ใน 29 จังหวัด

พร้อมฟื้นฟูแปลงพืชอาหารสัตว์ สนับสนุนเสบียงสัตว์ซึ่งมีสำรอง 5,117 ตัน และมีคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล 344 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งเก็บกู้และกำจัดซากสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงด้านโรคและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นพื้นที่ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราที่ยังมีน้ำท่วมสูง

ส่วนกรมพัฒนาที่ดินเตรียมแผนป้องกัน ลดผลกระทบ และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรปีงบประมาณ 2570 เป้าหมาย 50,000 ไร่ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ไม่น้อยกว่า 67 จังหวัด ผ่านการวางแผนใช้ที่ดิน สำรวจ ออกแบบ และก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัย การชะล้าง และดินโคลนถล่ม

ขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมขยายเวลาชำระหนี้ให้ผู้กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยสำหรับสมาชิกสหกรณ์ผู้ประสบภัยเพื่อนำไปพัฒนาอาชีพ รายละไม่เกิน 30,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี โดยจะสำรวจความต้องการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 และขยายเวลาได้หากสถานการณ์ภัยยังต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาร่างคู่มือการให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ปฏิบัติงานในแนวทางเดียวกัน ครอบคลุมทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังภัยสิ้นสุด

สำหรับการช่วยเหลือด้วยเงินทดรองราชการ เกษตรกรจะต้องอยู่ในเขตประกาศให้ความช่วยเหลือ ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัย มีความเสียหายตามหลักเกณฑ์ และผ่านการตรวจสอบรับรองข้อมูลก่อนเสนอพิจารณาช่วยเหลือต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝน เกษตร เขื่อน