เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
News สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
World ‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
เกษตรฯ วาง 2 แพ็กเกจช่วยชาวนา 4.69 ล้านครัวเรือน เตรียมเสนอ นบข.เคาะ
Economic เกษตรฯ วาง 2 แพ็กเกจช่วยชาวนา 4.69 ล้านครัวเรือน เตรียมเสนอ นบข.เคาะ
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณบาทละ 67,250 บาท
SCB EIC ประเมินน้ำท่วมกระทบ 1.48 ครัวเรือน ฉุดเศรษฐกิจ 0.1%
Finance SCB EIC ประเมินน้ำท่วมกระทบ 1.48 ครัวเรือน ฉุดเศรษฐกิจ 0.1%
ก.ล.ต.ยกระดับคุม IPO-SPO กำหนดผู้ตรวจสอบภายใน ต้องมีประสบการณ์ 5 ปี
Finance ก.ล.ต.ยกระดับคุม IPO-SPO กำหนดผู้ตรวจสอบภายใน ต้องมีประสบการณ์ 5 ปี
ส.อ.ท. -กระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นโรงงานน้ำท่วม ชงมาตรการช่วย SMEs–ปลดล็อกกฎระเบียบ
Economic ส.อ.ท. -กระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นโรงงานน้ำท่วม ชงมาตรการช่วย SMEs–ปลดล็อกกฎระเบียบ
เอกนิติ คาด AM2026 สร้างเงินหมุนเวียนในระบบทะลุ 2,000 ล้าน จากผู้ร่วมงาน 191 ประเทศ
Finance เอกนิติ คาด AM2026 สร้างเงินหมุนเวียนในระบบทะลุ 2,000 ล้าน จากผู้ร่วมงาน 191 ประเทศ
สรรพากร โชว์ผลงานจัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2.5 ล้านล้าน สูงกว่าเป้า 7.5 หมื่นล้าน
Finance สรรพากร โชว์ผลงานจัดเก็บรายได้ปีงบ’69 ทะลุ 2.5 ล้านล้าน สูงกว่าเป้า 7.5 หมื่นล้าน
สยามพารากอน ประกาศความสำเร็จ“Bangkok Watch Week 2026” วางแผนลุยต่อปีหน้า
Biz Movement สยามพารากอน ประกาศความสำเร็จ“Bangkok Watch Week 2026” วางแผนลุยต่อปีหน้า
ดูทั้งหมด

ส.อ.ท. -กระทรวงอุตฯ เร่งฟื้นโรงงานน้ำท่วม ชงมาตรการช่วย SMEs–ปลดล็อกกฎระเบียบ

09 ต.ค. 2569 | 16:47น.

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเสนอแนวทางสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและเร่งคืนกำลังการผลิต ควบคู่กับการผลักดันมาตรการฟื้นฟูอุตสาหกรรมยานยนต์ การปรับปรุงกฎระเบียบด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญของภาคอุตสาหกรรม เพื่อรักษาฐานการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. หารือร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ส.อ.ท. ภายใต้กลไก MIND x FTI ครั้งที่ 2/2569 ต่อเนื่องจากการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569

ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นเจ้าภาพ โดยทั้งสองหน่วยงานกำหนดแนวทางประชุมร่วมกันทุก 2 เดือน และสลับกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อประสานความร่วมมือ ติดตามปัญหา และผลักดันการแก้ไขอุปสรรคของภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

เร่งฟื้นฟูโรงงานจากอุทกภัย รักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน

ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานสำคัญของประเทศ เบื้องต้นมีผู้ประกอบการได้รับผลกระทบประมาณ 2,000 รายใน 14 จังหวัด ทั้งจากความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนข้อจำกัดด้านการเดินทางและการขนส่ง ส่งผลให้การผลิตและการส่งมอบสินค้าหยุดชะงัก

ผลกระทบยังขยายวงไปถึงผู้ประกอบการนอกพื้นที่ประสบภัยในหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและเกษตรแปรรูป วัสดุก่อสร้าง สุขภาพและความงาม พลาสติก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ โดย ส.อ.ท. ประเมินว่า หากภาคอุตสาหกรรมไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 100,000 ล้านบาท

ขณะที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูกิจการ และความเสี่ยงต่อการรักษาคำสั่งซื้อและการจ้างงาน สะท้อนให้เห็นว่าอุทกภัยไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะโรงงานในพื้นที่ประสบภัย แต่ยังกระทบต่อระบบการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง

เพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าว ส.อ.ท. จัดตั้ง War Room ภายใต้กรอบ “Response–Rescue–Recovery” เพื่อรับแจ้งเหตุ ประสานความช่วยเหลือ สำรวจความเสียหาย และผลักดันมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อสำหรับการฟื้นฟูกิจการ พร้อมประสานจัดหาพื้นที่รองรับขยะจากอุทกภัย และเตรียมความพร้อมของพื้นที่อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมชื่นชมการดำเนินงานของ ส.อ.ท. ที่มีการวางระบบและประสานงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย การให้ความช่วยเหลือระหว่างเกิดเหตุ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยเน้นย้ำความสำคัญของระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนล่วงหน้า การจัดการขยะจากอุทกภัย และการเตรียมความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่

พิจารณาสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท เสริมสภาพคล่อง SMEs เร่งคืนกำลังการผลิต
ส.อ.ท. หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณามาตรการสินเชื่อวงเงินหลักหมื่นล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมุ่งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน ซ่อมแซมเครื่องจักร ฟื้นฟูสถานประกอบการ รักษาการจ้างงาน และเร่งให้ภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินการผลิตได้โดยเร็ว

ส.อ.ท. ระบุว่า ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีเงินทุนสำรองจำกัด กำลังเผชิญภาระต้นทุนจากความเสียหายต่อเครื่องจักรและสถานประกอบการ ควบคู่กับข้อจำกัดด้านการผลิตและการขนส่ง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่าย ทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ วงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการสนับสนุนทางธุรกิจได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ส.อ.ท. เน้นย้ำว่า การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการเยียวยาความเสียหาย การเติมสภาพคล่อง และการเร่งคืนกำลังการผลิต โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการให้เข้าถึงผู้ประกอบการอย่างรวดเร็วและตรงจุด ลดผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต และรักษาความต่อเนื่องของภาคธุรกิจ

เร่งฟื้นตลาดรถยนต์ไทย สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนและรักษาฐานการผลิต

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นอีกหนึ่งภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและการหยุดชะงักของระบบขนส่ง ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดรถยนต์ในประเทศที่ซบเซา โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งเป็น Product Champion และเป็นฐานการผลิตสำคัญของประเทศไทย มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศสูงกว่า 90% และเชื่อมโยงกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs จำนวนมากในห่วงโซ่อุปทาน

การจำหน่าย และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม อาจกระทบต่อความต่อเนื่องของฐานการผลิต การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดแนวทางสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นตลาดภายในประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันโครงการ Trade-in รถเก่าแลกรถใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะ ควบคู่กับมาตรการสินเชื่อ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และกลไกค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงรถยนต์ใหม่ พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความเป็นธรรมระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศกับรถยนต์นำเข้า ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย และพิจารณาแนวทางการบังคับใช้มาตรฐาน Euro 6 ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดและความพร้อมของผู้ประกอบการ

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการญี่ปุ่นให้สามารถดำเนินธุรกิจและลงทุนในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสานความร่วมมือกับ ส.อ.ท. เพื่อผลักดันแนวทางเกี่ยวกับมาตรฐาน Euro 6 โครงสร้างภาษีสรรพสามิต และหลักเกณฑ์ Local Content ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และทิศทางการลงทุน

ผลักดันกฎหมายกากอุตสาหกรรม ยกระดับการกำกับดูแลและเศรษฐกิจหมุนเวียน
ส.อ.ท. เสนอข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกากอุตสาหกรรม รวม 11 ประเด็น เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบให้มีประสิทธิภาพ ลดภาระและความซ้ำซ้อนของผู้ประกอบการ พร้อมยกระดับการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยเสนอให้พัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัล (e-License) ผลักดันแนวทาง End of Waste เพื่อส่งเสริมการนำของเสียกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบทุติยภูมิ และสนับสนุนพื้นที่นำร่อง Sandbox มาบตาพุด เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเสนอให้พิจารณายกระดับระบบกำกับดูแลและกำหนดบทลงโทษให้เหมาะสม เพื่อป้องปรามการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เกี่ยวกับการติดตามเส้นทางการเงิน

ตลอดจนการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการพัฒนาระบบอนุญาตดิจิทัลและการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การใช้หินฝุ่นทดแทนทรายธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน

เดินหน้าประเด็นอุตสาหกรรมสำคัญ ปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจ

นอกจากประเด็นเร่งด่วนข้างต้น ที่ประชุมยังหารือแนวทางขับเคลื่อนและแก้ไขข้อจำกัดของอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
  • การผลักดันโครงการ Buy Thai
  • การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย
  • การยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT)
  • การเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย
  • การปรับปรุงกฎหมายแร่และกระบวนการอนุญาต

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานและติดตามข้อเสนอร่วมกับ ส.อ.ท. อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับข้อสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับปัญหากฎหมาย มาตรการส่งเสริม และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อเร่งผลักดันการแก้ไขปัญหาและพัฒนามาตรการสนับสนุนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

การหารือภายใต้กลไก MIND x FTI จึงเป็นอีกช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อเสนอจากภาคเอกชนสู่การดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน การฟื้นฟูผู้ประกอบการ และการปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถรับมือกับความท้าทายและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน