น้ำท่วมหาดใหญ่ บทเรียนราคาแพง LIFELINE ชวนเตรียมพร้อมก่อนวิกฤต
หลายปีมานี้ภัยพิบัติในไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ขณะที่การประเมินสถานการณ์ สื่อสารเตือนภัย และการอพยพยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะมหาอุทกภัยหาดใหญ่ 2568 ที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสงขลาและภาคใต้มหาศาล
แม้เรื่องน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนหาดใหญ่ แต่เมื่อเกิดวิกฤตขึ้นจริง อาจทำให้หลายคนสับสนได้ว่าต้องทำอย่างไร และต้อง “อยู่ต่อ” หรือ “อพยพ”
ชู LINE Alert เตือนภัย
LINE ประเทศไทยจึงเดินหน้าขับเคลื่อนการตระหนักรู้เรื่องการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยโครงการ LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต ผ่านกิจกรรม “ซ้อมท่วม” ณ Common Art ชั้น G, Lee Gardens Plaza อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนหาดใหญ่ได้เรียนรู้และทดลองรับมือสถานการณ์น้ำท่วมผ่านสถานการณ์จำลอง ตั้งแต่การรับและประเมินข้อมูล การเตรียมตัวและเตรียมบ้าน การฝึกทักษะที่จำเป็น ไปจนถึงการตัดสินใจว่าจะ “อยู่ต่อ” หรือ “อพยพ” เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและข้อจำกัดแตกต่างกันตามลักษณะที่อยู่อาศัย
โครงการนี้ส่งเสริมการใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่าง LINE Alert เป็นบัญชีทางการที่ใช้เผยแพร่ข้อมูลและแจ้งเตือนภัย ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2.6 แสนคน โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง15 องค์กรภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมควบคุมมลพิษ เป็นต้น ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและป้องกันข่าวปลอมที่อาจสร้างความตื่นตระหนก
ขณะเดียวกัน ยังมีฟีเจอร์ LINE Safety Check สำหรับรายงานสถานะความปลอดภัยในช่วงเกิดภัยพิบัติ ทำให้ครอบครัว เพื่อน และคนใกล้ชิดสามารถตรวจสอบความเป็นอยู่ได้รวดเร็วขึ้น


นำร่องอำเภอหาดใหญ่ที่แรก
ความพิเศษของ “ซ้อมท่วม” ที่หาดใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นพื้นที่แรกในการทดลองแนวคิด “รู้และลงมือทำ” ด้วยศักยภาพของชุมชนที่ตื่นตัวต่อภัยพิบัติและมีเครือข่ายความร่วมมือ อาทิ เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคลองแห, Hatyai Connext, Lee Gardens Plaza, SCCCRN, มูลนิธิชุมชนสงขลา รวมถึงบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ร่วมสนับสนุนกิจกรรม เพื่อร่วมกันผลักดันเรื่องการเตรียมพร้อมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและเชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่ ขณะเดียวกัน LINERs หรือพนักงาน LINE ที่ลงพื้นที่ในบทบาทจิตอาสา ร่วมเป็นผู้แนะนำกิจกรรมและถ่ายทอดความรู้ให้กับประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนหาดใหญ่ เพื่อให้การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้
เปิด 5 โซนให้ลงมือซ้อมจริง
นางสาวณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ยิ่งตอกย้ำว่าการรับมือภัยพิบัติไม่ควรเริ่มต้นในวันที่เกิดเหตุ แต่ต้องเริ่มจากการรู้ความเสี่ยงและเตรียมตัวไว้ก่อน จึงเริ่มโครงการ LIFELINE ตั้งแต่เดือน มี.ค. และเปิดตัวในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าจากการสร้างความตระหนักรู้ และแนะนำเครื่องมืออย่าง LINE Alert และ LINE Safety Check มาสู่การให้ชาวหาดใหญ่ได้ซ้อมจริงเป็นที่แรก

กิจกรรม “ซ้อมท่วม” ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้เป็นหลายโซน เริ่มจากโซน CHECK-IN ให้ผู้เข้าร่วมสำรวจความเสี่ยงของตนเอง ประสบการณ์น้ำท่วมในอดีต ระดับความสูงของพื้นที่ และลักษณะที่อยู่อาศัย พร้อมทำความรู้จัก LINE Alert และ LINESafety Check จากนั้นเข้าสู่โซนรับข่าวสาร เพื่อฝึกอ่านและประเมินระดับการแจ้งเตือน สัญญาณเฝ้าระวัง และสถานการณ์จำลองที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อความปลอดภัย
ต่อด้วยโซนเตรียมพร้อม ที่เปลี่ยนความรู้ให้เป็นการลงมือทำ ผ่านกิจกรรมจำลอง ทั้งการซ้อมลุยน้ำเพื่อเรียนรู้ความเสี่ยงจากสิ่งกีดขวางและอันตรายที่อาจมองไม่เห็นใต้ระดับน้ำ การซ้อมจัดกระเป๋าฉุกเฉินภายใต้เวลาจำกัด การเรียนรู้วิธีเก็บบ้านและปิดระบบสำคัญก่อนออกจากพื้นที่ การฝึกผูกเชือก ตลอดจนการเตรียมรถและวางแผนจุดจอดหรือเส้นทางล่วงหน้า
ส่วนโซน “อยู่ต่อ หรืออพยพ” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมตัดสินใจตามระดับความเสี่ยง หากยังอยู่ในพื้นที่ได้ จะได้เรียนรู้การดูแลตนเองระหว่างน้ำท่วม ทั้งเรื่องน้ำสะอาด อาหาร สุขอนามัย และการสื่อสาร แต่หากจำเป็นต้องอพยพจะได้เรียนรู้การประเมินเวลาที่เหมาะสม การเลือกจุดหมายปลายทาง และการวางแผนเส้นทาง ปิดท้ายที่โซน “พร้อมแล้ว” เพื่อทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรมสามารถต่อยอดไปสู่การเตรียมพร้อมของตัวเองและครอบครัวในชีวิตจริง

ด้านนางสาวสุทธหทัย นิยมวาส ผู้ร่วมก่อตั้ง Hatyai Connext กล่าวว่า จากบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาสะท้อนว่า ประชาชนยังขาดความรู้เรื่องการอ่านข้อมูลภัยพิบัติ การประเมินสถานการณ์ รวมถึงการอพยพ โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้จำลองสถานการณ์ให้คนหาดใหญ่ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ได้ร่วมฝึกซ้อมเสมือนกับอยู่ในเหตุการณ์จริง เพื่อให้เข้าใจวิธีรับมือและเตรียมพร้อมได้ดียิ่งขึ้น
จ่อขยายความร่วมมือสู่ภูมิภาคอื่น
สำหรับทิศทางการดำเนินงานระยะต่อไปอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายความร่วมมือกับหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่อื่น เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ที่เผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 หรือพื้นที่ที่เผชิญความเสี่ยงภัยพิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการประสานข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบและการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเตรียมพร้อมรับมือได้ล่วงหน้า
“LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต” จึงไม่ได้เป็นแค่อีเวนต์ให้ความรู้ แต่เป็นการสร้างความตื่นตัวให้คนหาดใหญ่ และเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า ก่อนฤดูมรสุมที่กำลังจะมาถึง