เกษตรฯ ยันยังไม่เคาะ UPOV 1991 อยู่ขั้นศึกษาผลดี-ผลเสีย ย้ำต้องฟังเกษตรกรก่อน
กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันยังไม่มีการตัดสินใจหรือเจรจาเรื่อง UPOV 1991 กับฝ่ายใด ขณะนี้อยู่ระหว่างให้กรมวิชาการเกษตรศึกษาข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และสิทธิของเกษตรกรอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นก่อนเสนอ ครม.และรัฐสภาตามขั้นตอน ย้ำหากประชาชนเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ จะยึดการปกป้องเกษตรกรและผลประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก
นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ หรือ UPOV 1991 กับสหภาพยุโรป ว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรศึกษารายละเอียด ทั้งข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงผลต่อชีวิตความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของเกษตรกรอย่างรอบด้าน
พร้อมกันนี้ จะให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องให้มากที่สุด โดยขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาหรือเจรจากับฝ่ายใดตามที่หลายฝ่ายแสดงความกังวล
นายกฤษกล่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการชัดเจนว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าวต้องรับฟังความเห็นของเกษตรกรอย่างรอบด้าน และหากท้ายที่สุดประชาชนเห็นว่าไม่มีประโยชน์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยึดหน้าที่หลักในการปกป้องเกษตรกรและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ
สำหรับ UPOV หรือ International Union for the Protection of New Varieties of Plants 1991 เป็นกรอบความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของนักปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ใหม่
นายกฤษระบุว่า ขณะนี้มีทั้งฝ่ายที่กังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรไทย ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า UPOV 1991 อาจเป็นโอกาสและทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรในการแข่งขันในตลาดโลก ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนดำเนินการใด ๆ
ปัจจุบันประเทศไทยใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งมีหลักการสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ กับการปกป้องพันธุ์พืชพื้นเมืองและพันธุ์พืชชุมชน รวมถึงกำหนดระบบการแบ่งปันผลประโยชน์ หรือ Benefit Sharing
กฎหมายดังกล่าวยังให้สิทธิเกษตรกร หรือ Farmer’s Privilege สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อในพื้นที่ของตนเองได้อย่างอิสระ และรองรับวิถีการเก็บเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรไทย
ด้านนางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรยังอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูล ข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบของ UPOV 1991 อย่างรอบด้าน โดยยืนยันว่าประชาชนยังไม่ต้องกังวล เนื่องจากการพิจารณาเรื่องดังกล่าวยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน
ทั้งนี้ กระบวนการจะต้องผ่านการพิจารณาของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และก่อนที่กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ยังต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน
นางศศิญาย้ำว่า ขณะนี้กระบวนการยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และไม่ได้สิ้นสุดการพิจารณาเพียงในระดับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังคงมีหลักการสำคัญในการคุ้มครองการเพาะปลูกของเกษตรกรไทย