เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อัทธ์” ชี้เวที IMF–World Bank เงินสะพัดกว่า 1,050 ล้าน จี้รัฐบาลเปลี่ยนโอกาสเป็นงาน-รายได้จริง
Economic “อัทธ์” ชี้เวที IMF–World Bank เงินสะพัดกว่า 1,050 ล้าน จี้รัฐบาลเปลี่ยนโอกาสเป็นงาน-รายได้จริง
“สุริยะ” จ่อของบ 8 พันล้าน ซื้อรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ให้ชาวนาใช้ฟรี
Economic “สุริยะ” จ่อของบ 8 พันล้าน ซื้อรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน ให้ชาวนาใช้ฟรี
เกษตรฯ ยันยังไม่เคาะ UPOV 1991 อยู่ขั้นศึกษาผลดี-ผลเสีย ย้ำต้องฟังเกษตรกรก่อน
Economic เกษตรฯ ยันยังไม่เคาะ UPOV 1991 อยู่ขั้นศึกษาผลดี-ผลเสีย ย้ำต้องฟังเกษตรกรก่อน
สภาสมาคมแม่ดีเด่นฯ เชิดชูเกียรติ-หนุนช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้
Biz Movement สภาสมาคมแม่ดีเด่นฯ เชิดชูเกียรติ-หนุนช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้
“สุริยะ” เปิดปีงบ’70 ลุย 5 นโยบายเกษตร เร่งเยียวยาน้ำท่วม 48 จังหวัด ดัน Big Data-AI
Economic “สุริยะ” เปิดปีงบ’70 ลุย 5 นโยบายเกษตร เร่งเยียวยาน้ำท่วม 48 จังหวัด ดัน Big Data-AI
เมื่อวิถีการเดินทางเปลี่ยน “เรือด่วนเจ้าพระยา” ปรับตัวรับการสัญจรยุคใหม่
Biz Movement เมื่อวิถีการเดินทางเปลี่ยน “เรือด่วนเจ้าพระยา” ปรับตัวรับการสัญจรยุคใหม่
‘กอบศักดิ์’ ชี้ IMF มองเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายอาเซียน-เป็นรองแค่ ‘เมียนมา’ โดน ‘เวียดนาม’ ไล่บี้
Finance ‘กอบศักดิ์’ ชี้ IMF มองเศรษฐกิจไทยรั้งท้ายอาเซียน-เป็นรองแค่ ‘เมียนมา’ โดน ‘เวียดนาม’ ไล่บี้
Shinsegae ปูซานเปิดพื้นที่สินค้าไทย พาณิชย์เร่งต่อยอดผลไม้-อาหาร-เครื่องปรุง
Economic Shinsegae ปูซานเปิดพื้นที่สินค้าไทย พาณิชย์เร่งต่อยอดผลไม้-อาหาร-เครื่องปรุง
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 67,400 บาท
ชี้คนดูเลือกจ่าย “อิมแพ็ค” เผยคอนเสิร์ตแข่งเดือด-ไมซ์โค้งท้ายดันรายได้โต 20%
Biz Movement ชี้คนดูเลือกจ่าย “อิมแพ็ค” เผยคอนเสิร์ตแข่งเดือด-ไมซ์โค้งท้ายดันรายได้โต 20%
ดูทั้งหมด

“อัทธ์” ชี้เวที IMF–World Bank เงินสะพัดกว่า 1,050 ล้าน จี้รัฐบาลเปลี่ยนโอกาสเป็นงาน-รายได้จริง

13 ต.ค. 2569 | 13:37น.

“อัทธ์ พิศาลวานิช” ประเมินการประชุม IMF–World Bank 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ 12–18 ต.ค. มีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ เงินสะพัดจากการใช้จ่ายตลอด 7 วันกว่า 1,050 ล้านบาท แต่ชี้ความสำเร็จต้องไม่จบแค่การจัดประชุมหรือประชาสัมพันธ์ประเทศ รัฐบาลต้องต่อยอดความร่วมมือสู่การลงทุน การจ้างงาน คำสั่งซื้อ และรายได้จริง พร้อมเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้ครัวเรือน สภาพคล่อง SMEs ผลิตภาพ และการลงทุนที่ยังไม่เพียงพอ

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ว่า การประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการนำเสนอศักยภาพและทิศทางการพัฒนาประเทศต่อผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศสมาชิก ทั้งรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และภาคประชาสังคม

การประชุมครั้งนี้ยังทำให้ไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าวถึง 2 ครั้ง หลังเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 1991 หรือห่างกัน 35 ปี โดยก่อนหน้านี้ประเทศในอาเซียนที่เคยเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ ระบุว่า ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการประชุมสามารถแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยในระยะสั้นจะเกิดรายได้แก่โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง ร้านค้า และบริการท่องเที่ยว คาดว่าจะมีเงินสะพัดมากกว่า 1,050 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานผู้เข้าร่วม 15,000 คน พำนักครบ 7 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 10,000 บาทต่อวัน โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านการจัดประชุมที่จ่ายแยกต่างหาก

รายละเอียดการประเมินประกอบด้วย ค่าที่พัก 525 ล้านบาท อาหารและเครื่องดื่ม 210 ล้านบาท การเดินทางในประเทศ 105 ล้านบาท และการซื้อสินค้า ท่องเที่ยว และบริการอื่น 210 ล้านบาท รวม 1,050 ล้านบาท

ส่วนระยะกลาง เป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายและต่อยอดความร่วมมือกับนักลงทุนและสถาบันการเงิน ขณะที่ระยะยาว คือการนำองค์ความรู้และความร่วมมือไปสนับสนุนการลงทุน ยกระดับธุรกิจ และพัฒนาเศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนความสนใจจากต่างประเทศให้เป็นการลงทุนจริง ต้องมีโครงการเศรษฐกิจที่พร้อม นโยบายสนับสนุนชัดเจน กฎระเบียบโปร่งใส และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การประชุมเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่สร้างงานและรายได้ในระยะยาว

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ มองว่า ประชาชนไทยควรให้ความสนใจการประชุม IMF และธนาคารโลก เพราะข้อเสนอจากเวทีดังกล่าวสามารถนำไปประกอบการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน รายได้ ค่าครองชีพ และโอกาสทางธุรกิจได้

หากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว รัฐบาลควรเตรียมมาตรการรักษาการจ้างงานและช่วยผู้ประกอบการ หากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ควรมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย และหากตลาดการเงินผันผวน ต้องดูแลเสถียรภาพทางการเงิน รวมถึงช่วยให้ประชาชนและธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าถึงสินเชื่อได้เหมาะสม

สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย บทวิเคราะห์ระบุว่า IMF ประเมินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.6% ก่อนที่การประเมิน ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569 จะอยู่ที่ 1.9% ขณะที่ไทยยังมีความแข็งแกร่งด้านเสถียรภาพภายนอก แต่การเติบโตยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อในประเทศ การเข้าถึงสินเชื่อ และความไม่แน่นอนทางการค้า

ความเสี่ยงจากภายนอก ได้แก่ อุปสรรคทางการค้า ราคาพลังงาน และความผันผวนของตลาดการเงิน ส่วนความเสี่ยงภายในประเทศ ได้แก่ หนี้ครัวเรือน สภาพคล่องของ SMEs การลงทุนที่ยังไม่เพียงพอ รวมถึงผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขันที่ยังต้องยกระดับ

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผ่านมาถึงปากท้องประชาชนทั้งด้านรายได้ ต้นทุน และค่าครองชีพ โดยสงครามการค้าอาจกระทบคำสั่งซื้อ กำไร การผลิต และการจ้างงาน ราคาพลังงานเพิ่มต้นทุนเดินทาง ขนส่ง และการผลิต ส่วนค่าเงินบาทที่ผันผวนกระทบทั้งต้นทุนนำเข้าและรายได้จากการส่งออก

ในด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ ไทยควรเร่งเพิ่มผลิตภาพและทักษะแรงงาน ส่งเสริมการลงทุนที่เชื่อมโยงกับธุรกิจไทย และแก้หนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะการสนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงเทคโนโลยี การฝึกอบรม และโอกาสเข้าร่วมในห่วงโซ่การลงทุนใหม่

ขณะเดียวกัน การประชุม IMF–World Bank ยังควรถูกใช้เป็นช่องทางเปิดตลาดใหม่ให้ SMEs ไทย ผ่านการจับคู่ธุรกิจ การยกระดับมาตรฐานเพื่อเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ และการเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับการลงทุนใหม่ เพื่อให้เกิดคำสั่งซื้อ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และเงินทุนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ เสนอให้รัฐบาลจัดทำแผนติดตามผลหลังการประชุม โดยระบุโครงการ ผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ชัดเจน พร้อมดำเนินการ 5 เรื่อง ได้แก่ ติดตามการลงทุนให้เกิดขึ้นจริง เชื่อมการลงทุนกับคนและธุรกิจไทย ยกระดับเกษตรและอาหารแปรรูป แก้หนี้ครัวเรือนและลดต้นทุนอย่างตรงจุด และเปิดเผยผลการดำเนินงานให้ประชาชนตรวจสอบได้

“ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพต้องวัดว่า ‘คนไทยมีงานที่ดีขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น และ SMEs มีโอกาสเติบโตมากขึ้นเพียงใด’” รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ ระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

IMF–World Bank อัทธ์