เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สันติธาร ชู 3 แนวทาง เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพานำเข้าพลังงาน
Economic สันติธาร ชู 3 แนวทาง เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพานำเข้าพลังงาน
ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
Economic ศุภจี ชี้เวที IMF-World Bank ผู้ร่วมกว่า 2 หมื่นทำเงินสะพัด โอกาสทองดึงลงทุน
แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
News แอมเนสตี้ เผยผลสังเกตการณ์ชุมนุมต้าน IMF – World Bank พบผู้บาดเจ็บ หวั่นใช้กำลังและจำกัดสิทธิ
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ 67,000 บาท
148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
World 148 วัน เควิน วอร์ช AI พลิกโฉมการเงินโลก บนเวที IMF
จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
Biz Movement จากดราม่าโกคาร์ทถึงครอบครัวดารา เปิดอาณาจักร ธุรกิจหมื่นล้าน ไฮโซ ‘น็อต-ชมพู่’
“ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
Economic “ศุภจี” ผนึก ICC ดัน SMEs ไทยครบวงจร ชู 3 แกน “ทักษะ-ทุน-ตลาด” เชื่อมการค้าโลก
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ต.ค. 2569
พจน์ ชี้ IMF–World Bank 2026 เติมความเชื่อมั่นไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำ 1 หมื่นล้าน
Economic พจน์ ชี้ IMF–World Bank 2026 เติมความเชื่อมั่นไทย คาดเงินสะพัดไม่ต่ำ 1 หมื่นล้าน
ส.อ.ท. ดัน FTI SME Funding Connect เชื่อม 8 สถาบันการเงิน เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุน
Economic ส.อ.ท. ดัน FTI SME Funding Connect เชื่อม 8 สถาบันการเงิน เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุน
ดูทั้งหมด

สันติธาร ชู 3 แนวทาง เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพานำเข้าพลังงาน

16 ต.ค. 2569 | 16:47น.

สันติธาร ชู 3 แนวทาง Stabilize-Transition-Invest เร่งไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว ลดพึ่งพาพลังงานนำเข้าเกือบ 10% ของ GDP ปรับช่วยเหลือมุ่งเป้า หนุนโซลาร์ครัวเรือนเปิดทางเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า พร้อมระดมทุนเอกชนพัฒนาโครงข่าย-ตลาดคาร์บอน

นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวบนเวที IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ว่า ไทยกำลังเร่งวางโครงสร้างเศรษฐกิจให้รับมือกับความผันผวนด้านพลังงานได้ดีขึ้น ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เศรษฐกิจสีเขียว

โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ใช่เพียงประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความสามารถของประเทศในการรับแรงกระแทกจากภายนอก

ปัจจุบันไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในระดับสูง คิดเป็นมูลค่าเกือบ 10% ของ GDP และมีแหล่งนำเข้าสำคัญจากตะวันออกกลาง ทำให้ความผันผวนของราคาพลังงานส่งผลต่อทั้งต้นทุนประชาชน ภาคธุรกิจ และฐานะการคลังของประเทศโดยตรง การลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศจึงเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญในระยะต่อไป

แนวทางของรัฐบาลแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Stabilize หรือการสร้างเสถียรภาพ Transition หรือการเร่งเปลี่ยนผ่าน และ Invest หรือการลงทุน เพื่อประคองผลกระทบในระยะสั้นไปพร้อมกับปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว

ในด้าน Stabilize รัฐบาลต้องการลดการใช้มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานแบบกว้าง ซึ่งอาจสร้างภาระทางการคลังสูงในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวน แล้วขยับไปสู่การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้ามากขึ้น โดยตรงถึงครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจริง

ส่วน Transition จะเร่งให้ครัวเรือนเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น ผ่านมาตรการสนับสนุนและสิทธิประโยชน์สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ รวมถึงการเปิดกว้างให้เชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้สะดวกขึ้น เปลี่ยนประชาชนและธุรกิจรายย่อยจากผู้ใช้ไฟฟ้าเพียงฝ่ายเดียว ไปสู่บทบาทผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าในเวลาเดียวกัน หรือ Prosumer

ด้าน Invest จะมุ่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการยกระดับระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับพลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น พร้อมสร้างเครื่องมือทางการเงินเพื่อดึงเงินทุนเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน

หนึ่งในตัวอย่างคือโครงการ Low Carbon City ซึ่งไทยเตรียมร่วมมือกับธนาคารโลก ธนาคารไทย และ EXIM Bank โดยมีกำหนดลงนามวันที่ 17 ต.ค. 2569 เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงอาคารและพื้นที่ในกรุงเทพฯ และนิคมอุตสาหกรรม ทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์และระบบบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

โครงการยังเตรียมนำระบบดิจิทัล MRV มาใช้ติดตาม ตรวจวัด และรับรองการลดการปล่อยคาร์บอน ก่อนนำข้อมูลไปต่อยอดในตลาดคาร์บอน รวมถึงเชื่อมตลาดภายในประเทศกับตลาดต่างประเทศ เพื่อให้รายได้จากคาร์บอนเครดิตหมุนกลับมาสนับสนุนการลงทุนสีเขียวต่อเนื่อง

นายสันติธารกล่าวด้วยว่า การช่วยให้ครัวเรือน SMEs หรือประชาชนปรับตัวต่อความเสี่ยง ไม่ควรคิดเพียงว่าจะใส่เงินสนับสนุนมากเท่าใด เพราะข้อจำกัดที่แท้จริงยังรวมถึงความรู้ พฤติกรรม และความพร้อมในการลงมือเปลี่ยนแปลง

แนวทางสำคัญจึงมีอีก 3 ด้าน ได้แก่ Awareness การทำให้ประชาชนเข้าใจความเสี่ยงและรู้ว่าจะรับมืออย่างไร Incentives การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม และ Capacity การเพิ่มขีดความสามารถให้ประชาชนและธุรกิจสามารถลงทุนหรือปรับตัวได้จริง

ในส่วนของ Awareness ประชาชนจำนวนหนึ่งอาจยังไม่เห็นว่าความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มเกิดถี่ขึ้น หรือแม้รับรู้ปัญหาแล้วก็ยังขาดข้อมูลเพียงพอสำหรับตัดสินใจว่าจะปรับตัวอย่างไร

ส่วน Incentives ต้องทำให้ต้นทุนและผลประโยชน์ของการปรับตัวชัดเจนขึ้น เช่น เกษตรกรที่ยังใช้วิธีจัดการพื้นที่แบบเดิม หรือผู้ค้าปลีกที่ลังเลต่อการย้ายทำเล เพราะไม่แน่ใจว่ารายได้จะลดลงหรือไม่ ขณะที่ต้นทุนในพื้นที่ใหม่อาจสูงขึ้น

ด้าน Capacity แม้ภาคธุรกิจหรือชุมชนมีความตั้งใจจะลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง แต่บางครั้งยังขาดโครงการที่พร้อมลงทุนหรือขาดแหล่งเงินทุน รัฐจึงมีบทบาทในการใช้เงินภาครัฐร่วมกับเครื่องมือทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ เพื่อทำให้โครงการเกิดขึ้นจริง

นายสันติธารยังยกแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า การพัฒนาต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้คนที่จะเข้าไปช่วยเหลือ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของตนเองและมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง

เมื่อความรู้ แรงจูงใจ ขีดความสามารถ และเงินทุนถูกนำมาทำงานร่วมกัน จึงจะช่วยให้ครัวเรือนและ SMEs รับมือกับความเสี่ยงด้านภูมิอากาศได้จริง และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว