กรมชลฯปรับแผนปล่อยน้ำเขื่อนใหญ่รับมือฝนแล้ง-ฝนทิ้งช่วง หลังอุตุฯชี้ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลปริมาณน้ำ4เขื่อนหลักวูบลง 5%
กรมชลฯปรับแผนปล่อยน้ำเขื่อนใหญ่รับมือฝนแล้ง-ฝนทิ้งช่วงปลาย มิ.ย.-ก.ค.นี้ หลังกรมอุตุฯชี้ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลักวูบลง 5%
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนในปีนี้จะตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (ไม่รวมพายุจรจร) 5-10% ใกล้เคียงกับปี 2550 และ 2556 กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงวางแผนปรับเปลี่ยนการปล่อยน้ำจากเขื่อนให้ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามากขึ้น จะไม่มีการใช้เกณฑ์การปล่อยน้ำที่ค่อนข้างมากของปี 2554 ที่น้ำท่วมใหญ่เป็นหลักอีกต่อไป
ทั้งนี้ 4 ปีที่ผ่านมา ปี 2558-2559 เกิดฝนแล้ง ส่วนในปี 2561 ฝนก็ตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3% เฉพาะลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีน้ำไหลเข้า 4 เขื่อนใหญ่ คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 72% ต่ำกว่าปี 2561 ที่ไหลเข้า 79% คาดว่าจะมีปริมาณน้ำใช้การได้ ณ วันที่ 1 พ.ย.2562 ที่ 1.1 หมื่นล้านลบ.ม. ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 1,000 ล้านลบ.ม.จึงต้องบริหารจัดการใหม่

“ฤดูฝนปีนี้ฝนตกบ้างแล้ว และได้สั่งการให้ชลประทานทั่วประเทศเตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือและการบริหารน้ำในอ่างต่างๆ ให้อยูในเกณฑ์ควบคุม คาดว่าปลายเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ ฝนจะทิ้งช่วง แต่ในเดือน ก.ค.ยังมีพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากอุทกภัย คือ จังหวัดน่าน เลย อุบลราชธานี เดือน ส.ค. มีจังหวัดหนองคาย เลย น่าน และลำพูน เดือน ก.ย.ระวังภาคอีสานตอนล่างและภาคกลาง ส่วนเดือนตุลาคมนี้ภาคกลางต้องระวัง ซึ่งกรมชลฯ เตรียมพร้อมเครื่องมือเครื่องจักร รถแบ็กโฮ การขจัดผักตบชวา การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดไว้แล้ว”
อธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า น้ำใน 4 เขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยาเหลือน้ำใช้การได้ 3,447 ล้านลบ.ม.เพียงพอจนถึงฤดูฝน ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์น้ำไหลเข้าวันละ 4-5 ล้านลบ.ม.แล้ว บางวันไหลเข้า 15 ล้านลบ.ม. คลี่คลายไปในระดับหนึ่ง

อนึ่งในวันที่ 12-14 มิ.ย.นี้ กรมชลประทานจะจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมครบรอบ 117 ปีขึ้น ณ กรมชลประทาน ถนนสามเสน ซึ่งในงานจะมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ มากมาย