“สุเมธ” ผอ. GIT ป้ายแดง ลุ้นโควิดคลายดันเครื่องประดับฟื้นปี’64
ปัญหาโควิด-19 ทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ประชาชนทั่วโลกได้นำทองคำที่เก็บรักษาไว้ออกมาขายทำกำไร จนเกิดเหตุการณ์ทองคำยัดไส้ในต่างประเทศ เป็นที่มาให้ “สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ” (องค์การมหาชน) หรือจีไอที ออกโรงเตือนภัยประชาชน ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งบทบาทขององค์กรมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์แห่งนี้
ไม่เพียงเท่านั้น GIT ยังมีหน้าที่ยกระดับมาตรฐานและรับรองคุณภาพสินค้าอัญมณีเครื่องประดับ และโลหะมีค่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพของสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที คนใหม่ที่มารับไม้ต่อ “ดวงกมล เจียมบุตร” เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงนโยบายการทำงานในวาระ 4 ปี
สานต่อ 4 ภารกิจหลักปี’64
ภารกิจหลัก 4 ด้านที่ตนจะเดินหน้าหลังรับตำแหน่งคือ การพัฒนาและสร้างมาตรฐานห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บ เพื่อให้ได้มาตรฐานสากลในการตรวจสอบสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการสร้างเพิ่มอีก 5 แห่ง หากดำเนินการได้จะทำให้สามารถตรวจสอบได้เพิ่มมากขึ้น
จากปัจจุบันนั้นมีอยู่ที่จีไอทีเพียงแห่งเดียว โดยจะร่วมกับสถาบันการศึกษา ซึ่งมีเป้าหมายกระจายเพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเข้าถึงได้ง่าย หากต้องการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือระดับสูงก็สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ที่จีไอที
การส่งเสริมและสร้างศูนย์อบรมในการเรียนรู้และพัฒนาผู้ประกอบการอัญมณีของไทย และยกระดับหลักสูตรให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น จากเดิมจีไอทีมีหลักสูตรที่ครอบคลุมและกระจายไปในหลายด้าน แต่จากนี้ไปจีไอทีจะกำหนดหลักสูตรให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและความต้องการในการเรียนรู้ของผู้ประกอบการ เช่น การทำตลาด เปิดร้านค้าต้องทำอย่างไร
สร้างงานวิจัยทางจีไอทีจะส่งเสริมงานวิจัยสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ โดยเน้นวิจัยเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น เพื่อให้ผลงานวิจัยที่ออกมานั้น สามารถต่อยอดทางธุรกิจ การค้า การส่งออกได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ จะเปิดให้มีการประกวดงานวิจัยด้วย ซึ่งจะเป็นตัวช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น
และการทำตลาดออนไลน์ ผลักดันพร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าตลาดออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Thaitrade.com ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการขยายตลาดต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มของผู้ประกอบการเอง เพราะต้องยอมรับว่าการทำตลาด ผ่านรูปแบบออนไลน์ทำให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและสะดวก
แนวโน้มอัญมณีฯ’64
วัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในปี 2564 เช่น พลอย เพชร แพลทินัม ทองคำ ยังเป็นวัตถุดิบที่ตลาดต้องการ แม้ในปีที่ผ่านมาความต้องการอาจจะไม่เยอะมาก เนื่องจากปัญหาของโควิด-19 มีผลต่อกำลังซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับบ้าง แต่ผู้ผลิตยังซื้อวัตถุดิบไว้เนื่องจากมั่นใจว่าตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ความต้องการและกำลังซื้อจะกลับมา
โดยต้องยอมรับว่าราคาวัตถุดิบปีนี้ โดยเฉพาะทองคำจะมีราคาผันผวน 18,000-30,000 บาท ทำให้มีผลต่อต้นทุนสินค้าเครื่องประดับ แต่เชื่อว่าในปี 2564 จะดีขึ้นไม่ผันผวนมากนัก รวมไปถึงวัตถุดิบอื่น ๆ ด้วย ส่วนจะมีการปรับขึ้น-ลงเท่าไรนั้น ต้องรอติดตามสถานการณ์โดยรวมของตลาดด้วย
ทิศทางตลาดเครื่องประดับ
ลูกค้าที่เป็นคนจีนน่าจะยังเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของเครื่องประดับไทย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงเห็นได้จากช่วงที่จีนเปิดประเทศ ความต้องการสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจีไอทีร่วมมือกับรัฐบาลจีนเรื่องของการออกใบรับรองสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เมื่อซื้อที่ประเทศไทยมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าดีและมีคุณภาพ
นอกจากนี้ จีไอทียังมุ่งทำตลาดเครื่องประดับในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบาห์เรนด้วยเพราะตอนนี้มีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าที่เป็นสินค้าไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานอยู่เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ไปเปิดตลาดในบาห์เรน
ส่วนการทำตลาดเครื่องเงิน พลอยเนื้ออ่อน ยังเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการ ซึ่งช่องทางที่ทำตลาดได้ดีในช่วงวิกฤตโควิด-19 แบบนี้ การค้าในรูปแบบออนไลน์ยังเป็นเป้าหมายที่จีไอทีให้ความสำคัญ ซึ่งพร้อมถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ประกอบการในการทำตลาดนี้ให้มากขึ้น
“ตลาดปี 2564 เชื่อว่าจะดีขึ้น ความต้องการสินค้าเครื่องประดับจะกลับมา เนื่องจากโควิด-19 น่าจะผ่อนคลาย และผู้ผลิตที่สต๊อกวัตถุดิบไว้ในปี 2563 น่าจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ออกมาทำตลาด รวมไปถึงกิจกรรมประมูลอัญมณี พลอย น่าจะเห็นมากขึ้น เพราะสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับยังเป็นสินค้าแฟชั่นแล้วยังเป็นสินค้าที่ซื้อไว้ลงทุนได้ด้วย”
สานต่อ “สินค้าอัตลักษณ์”
แผนงานสำคัญในปี 2564 จีไอทียังให้ความสำคัญในการพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ผ่านวัฒนธรรมท้องถิ่น ในโครงการพัฒนาเครื่องประดับชนเผ่า เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมแห่งดินแดนอีสานใต้ (อีสานเดิ้น) เดิมจีไอทีส่งเสริมใน 5 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา และอุบลราชธานี ที่ได้รับการพัฒนาเป็นเครื่องประดับจริงจำนวน 5 คอลเล็กชั่น ซึ่งเปิดตัวสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น ในงาน Buy With Confidence Gems & Jewelry Fest เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา
โดยปี 2564 จะยังต่อยอดสินค้าใน 5 จังหวัด ผลักดันให้เข้าสู่ตลาดสากลให้ได้ เพื่อทำการค้าแข่งขันในตลาด และจะขยายโครงการต่อไปยังจังหวัดทางภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ตราด สระแก้ว และภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ในการสร้างสินค้าที่มีเอกลักษณ์ขึ้นมาก่อนที่จะขยายและต่อยอดการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป ซึ่งจีไอทีอยู่ระหว่างดำเนินการและกำหนดเงื่อนไขในการส่งเสริมสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา ทั้งในเรื่องของการออกแบบ การผลิต ซึ่งจีไอทีทำงานอย่างบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สร้างความมั่นใจในการซื้อพลอย
จีไอทีอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำโครงการจัดงาน Buy With Confidence Gems & Jewelry Fest ในปี 2564 หลังจากที่มีการจัดงานในปี 2563 ที่ผ่านมา ประสบผลสำเร็จมีผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
ซึ่งผู้ประกอบการเข้าร่วมจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่มีเงื่อนไขว่าสินค้าที่จะเข้าร่วมกิจกรรม จะต้องมีใบรับรองสินค้าจากจีไอที ซึ่งกิจกรรมนี้จะเป็นการเพิ่มช่องทางในการซื้อ-ขาย สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของผู้ประกอบการไทย ซึ่งสินค้าที่เข้าร่วมงานนั้นมีหลากหลาย เช่น เครื่องเงินพลอย ทองคำ
นอกจากนี้ การส่งเสริมผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าบางกอกเจมส์แอนด์จิวเวลรี่แฟร์ ปี 2564 ก็ถือว่าเป็นช่องทางตลาดให้ผู้ประกอบการได้ขายสินค้า เพราะจากปัญหาโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง
พร้อมกับผู้บริโภคระมัดระวังการซื้อสินค้ามากขึ้น และปลายปี 2563 ทางจีไอทีจัดงานเทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2020” ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-22 ธ.ค. 2563 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลรี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์ ซึ่งเป็นการกระตุ้นการซื้อ-ขายอัญมณี เนื่องจากช่วงปลายปีเป็นเทศกาลปีใหม่ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าได้