เจ้าสัวธนินท์ มั่นใจรถไฟความเร็วสูงEEC ดันไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน

เจ้าสัวธนินท์
ภาพจากเครือเจริญโภคภัณฑ์

เจ้าสัวธนินท์ มั่นใจโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน 

วันที่ 2 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้มีการประชุมสัมมนา “Forum for World Education 2022” ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจเปลี่ยน การศึกษาปรับ รับแนวโน้มอนาคต” (Shaping The Future of Education To Match Global Economic Trends) ขึ้น ร่วมกับสภาเพื่อการศึกษาระดับโลก หรือ Forum for World Education (FWE) และโรงเรียนนานาชาติคองคอร์เดียน ระหว่างวันที่ 1-2 ธันวาคม 2565 ณ สถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในงานดังกล่าว ได้เชิญผู้นำด้านธุรกิจระดับโลกที่ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาคนและการศึกษาเข้าร่วมประชุมพร้อมกับผู้นำด้านการศึกษาจากประเทศต่าง ๆ กว่า 400 คน เพื่อระดมความเห็นในการออกแบบรูปแบบการศึกษาให้ตอบโจทย์อนาคต

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปาฐกถาตอนหนึ่งว่า “สถานีรถไฟ สนามบิน เครื่องบิน ท่าเรือ ไม่ได้ถูกทำลาย เหมือนสงครามโลกครั้งที่ 2 พอโควิดหยุด น่าจะเข้าสู่ปกติ แต่ไม่ใช่ เพราะมันนานเกินไป เดิมคิดว่า 1 ปีจบ กลายเป็นว่า 2 ปี ยังมาเจอกับการเมือง โลกร้อน น้ำท่วม และสงครามยูเครน แต่ทั่วโลกเห็นประโยชน์ของประเทศไทย ตอนนี้อยู่ที่รัฐบาลไทยจะช่วยทำอย่างไร จะดึงดูดต่างประเทศเข้ามาลงทุน”

“พอเจอคนโจมตีขายชาติ ขายที่ดิน ซึ่งคนมีความรู้เราต้องการเขามาลงทุนเมืองไทย มาทำธุรกิจ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ เขาไม่สามารถนำที่ดินกลับไปบ้านเขาได้ เขาเอาเงินมาลงทุน ซื้อที่ ซื้อบ้านปักหลัก ดีกว่าท่องเที่ยวอีก เพราะท่องเที่ยวมาแล้วก็กลับ แต่ต่างชาติเข้ามาลงทุน สร้างประโยชน์ สร้างงาน สร้างเงิน”

Advertisment

นายธนินท์มั่นใจว่า เศรษฐกิจปี 2566 ดีกว่าปี 2565 แน่นอน เนื่องจากตอนนี้โควิดเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ติดง่ายก็หายง่าย อันตรายน้อย แต่ปีหน้าจะดีน้อยหรือมาก อยู่ที่นโยบายรัฐบาลที่จะดึงทั่วโลกมาลงทุนที่ไทย

“ถ้าวันนี้ผมเป็นรัฐบาลจะกระตือรือร้นออกไปชักชวนยุโรป รัสเซีย เข้ามาเมืองไทย อย่างดูไบที่ดินมีนิดเดียว พอรัสเซีย กับยูเครน รบกัน ดูไบไปเชิญคนรัสเซียซื้อบ้านอยู่อย่างถาวร เราทำหรือยัง ทั่วโลกบอกว่าสตาร์ตอัพชอบอยู่เมืองไทย ทำไมเราไม่เอื้อกฎหมายให้เขามาทำงานในเมืองไทย ให้เข้ามาง่าย มาใช้ชีวิตในเมืองไทย มาสร้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจให้ไทย”

“ไทยต้องคบทุกคน ประเทศไหน ธุรกิจเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ไม่เข้าข้างใคร และไม่เกี่ยวการเมือง ไทยคบใครก็ได้ประโยชน์เศรษฐกิจคบกับคนนั้นด้วย ไม่ว่าอเมริกาก็ต้องคบ เว้นเขาไม่คบเรา ประเทศจีน และญี่ปุ่นก็ต้องคบ ต้องมีความบาลานซ์ แต่ยังไงอเมริกายังเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลก แต่ตลาดใหญ่อยู่ที่จีน เทคโนโลยีดีสุดอยู่ที่อเมริกา การเมืองก็อยู่อเมริกา บางครั้งรู้ว่าได้เปรียบ บางครั้งต้องจำยอมบ้าง เรื่องนี้เมืองไทยเก่ง”

นายธนินท์กล่าวถึงคุณสมบัติผู้นำที่จะพาประเทศคว้าโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจ และการค้า ต้องกล้าทำ กล้าตัดสินใจ เนื่องจากเพื่อประโยชน์ของประเทศ วันนี้จะให้คนเห็นพ้องทุกคนไม่มีทาง ต้องมีมองต่างมุม บังคับให้คนมองเหมือนเราไม่ได้ มั่นใจว่าไม่ใช่เพื่อส่วนตัว ผิดบ้างไม่เป็นไร ขอให้ทำเพื่อประชาชน วันหนึ่งคนก็ต้องรู้

Advertisment

นายธนินท์ยังกล่าวถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่าจะเป็นโครงการที่ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากมีท่าเรือน้ำลึก 2 แห่ง รถไฟ สนามบิน 2 แห่ง และเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี มีอุตสาหกรรม รายได้ 70 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ

“เส้นทางของรถไฟความเร็วสูงสามารถเชื่อมโยงกับ สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนามได้ ถ้าสามารถเชื่อมไปถึงคุนหมิง และเมืองใกล้เคยง มีคนมาเที่ยวประมาณ 700 ล้านคน ถ้าเอารถไฟขนคนเหล่านี้มาเที่ยวเมืองไทยสัก 30 ล้านคน เราจะไม่มีที่ให้เขาเที่ยว อย่ามองสั้น ๆ แค่ 220 กิโลเมตร แต่ต้องไปเชื่อมสินค้า และท่าเรือต่าง ๆ ในลาว จีน” ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) กล่าว

ขอบคุณภาพจาก : facebook.com/CPGroupGlobal