เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เครือข่ายภาคใต้-ปราจีนฯ ปักหลักทำเนียบ ค้านแลนด์บริดจ์ – ขยายพื้นที่ EEC

23 มิ.ย. 2569 | 23:20น.

เครือข่ายประชาชนภาคใต้-ปราจีนเข้มแข็งหลายร้อยชีวิต ปักหลักทำเนียบฯ ค้านแลนด์บริดจ์กฎหมาย SEC – ขยายพื้นที่ EEC หวั่นเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ยันไม่ถอยจนกว่านายกฯ จะมาพบและชี้แจงด้วยตนเอง

ที่ถนนพระราม 5 บริเวณทำเนียบรัฐบาล สถานการณ์การคัดค้านโครงการขนาดใหญ่ของประชาชนยังทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังเครือข่ายภาคประชาชนจาก เครือข่ายประชาชนภาคใต้ กลุ่ม SEC Watch และเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง รวมตัวปักหลักชุมนุมตั้งแต่วันที่ 22-23 มิถุนายน 2569 เพื่อกดดันรัฐบาลให้ยุติการดำเนินนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตคนท้องถิ่น

ขณะที่เครือข่ายประชาชนภาคใต้ กลุ่ม SEC Watch กว่า 120 คน นำโดย นายสมบูรณ์ คำแหง และนายประสิทธิชัย หนูนวล ได้เดินทางมาปักหลักที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 พร้อมอ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้องของเครือข่ายฯ โดยระบุว่า ขอให้รัฐบาลยุติร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) และโครงการแลนด์บริดจ์ เปิดเผยกระบวนการจัดทำร่างกฎหมายอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ จนกว่าจะมีการศึกษาผลกระทบรอบด้าน รวมถึงเสนอให้จัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นพื้นที่ได้มีส่วนร่วม

ทางด้านเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง กว่า 100 ชีวิต นำโดย นายสุนทร คมคาย และนางระตะนะ ศรีวรกุล ได้ทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นแถลงการณ์ด่วนที่สุด ณ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เขตบางรัก ในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เพื่อคัดค้านมติของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่เสนอให้จังหวัดปราจีนบุรีเป็น “พื้นที่ EEC จังหวัดที่ 4” ซึ่งเป็นแนวทางที่คนในพื้นที่คัดค้านมาโดยตลอด

ทั้งนี้ แกนนำเครือข่าย ยืนยันเจตจำนงคัดค้านการขยายพื้นที่อีอีซี โดยระบุว่า รายงานการศึกษาของสถาบันวิจัยฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขาดข้อมูลรอบด้าน และไม่เปิดเผยรายงานให้ประชาชนตรวจสอบ รวมถึงกฎหมาย EEC ยังเป็นเครื่องมือเอื้อทุนใหญ่ ละเลยสิทธิชุมชน จนคนพื้นที่กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง อีกทั้ง จ.ปราจีนบุรี ถูกปฏิบัติเป็น “หลังบ้านรับขยะพิษ” มาตั้งแต่ปี 2560

ส่วนการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในพื้นที่ 3 จังหวัดเดิมยังคงล้มเหลว ทั้งเรื่องการคุมมลพิษ โรงงานเถื่อน และทุนสีเทา ีอีกทั้งการเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกจะทำให้เกิดการทำลายป่าและสิ่งแวดล้อม ภาคอุตสาหกรรมต้องการใช้น้ำสูง เสี่ยงทำลายป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จากการสร้างเขื่อนเพิ่ม นอกจากนี้ยังเป็นการทำลายจุดแข็งด้าน “เกษตรอินทรีย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ของปราจีนบุรี

ต่อมาในเวลา 13.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมจากปราจีนบุรีได้เคลื่อนขบวนชุดใหญ่มายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อสมทบและจับมือร่วมกับ “กลุ่มม็อบแลนด์บริดจ์ภาคใต้ (SEC Watch)” ที่ปักหลักรออยู่ก่อนแล้ว เพื่อร่วมกันส่งเสียงคัดค้าน

ทั้งนี้ มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมารับหนังสือและพบปะหารือกับผู้ชุมนุม โดยรับปากว่าจะนำข้อเรียกร้องและประเด็นปัญหาดังกล่าวไปพิจารณา รวมถึงผลักดันแนวทางแก้ไขในลำดับต่อไป

ด้านตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเดินทางมาพบปะและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนโดยตรง พร้อมประกาศจุดยืนว่าจะยังไม่ยุติการเคลื่อนไหวและไม่เดินทางกลับ จนกว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาพบและชี้แจงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตนเอง

ที่มา/ภาพ : มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม – EnLAW , มติชน Matichon