เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พิพัฒน์ ยันไม่น้อยใจ คืนอีอีซีให้ ‘อนุทิน’ ย้ำ ‘พวกเราทำงานแบบมืออาชีพ’

22 มิ.ย. 2569 | 15:54น.
พิพัฒน์ รัชกิจประการ

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

พิพัฒน์ ไม่น้อยใจ คืนอีอีซีให้ “อนุทิน” เผยเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ยืนกรานไม่แก้สัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน เชื่อนายกฯ คุยต่างชาติ เจรจาลงทุนในไทยง่าย-เร็วกว่า ย้ำรัฐบาลทำงานแบบมืออาชีพ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวได้ส่งมอบการกำกับดูแลโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กลับไปให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ดูแลแทนว่า ผมถือว่าทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายจบแล้ว ทั้งเรื่องของการแก้ปัญหา และข้อกฎหมายต่าง ๆ และในเรื่องของกฎเกณฑ์ในการพัฒนาอีอีซี

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกเก็บไว้โดยไม่ได้นำมาพิจารณา หรือพิจารณาไม่จบ แต่ผมคิดว่าผมเข้ามาแล้วทำให้จบได้ เพราะฉะนั้นการส่งต่อก็เป็นหน้าที่ของท่านนายกฯ ที่ต้องรับไปบริหารจัดการให้ส่วนนั้น

“สิ่งที่ทำจบแล้ว คือ กฎเกณฑ์ เงื่อนไขอย่างกรณีรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ผมพูดชัดว่า ผมไม่แก้สัญญา ถึงคุณจะปรึกษาใครมา ในเมื่อผมไม่แก้ ถ้าท่านนายกฯ จะเดินตามที่ผมประกาศไว้ หรือถ้าท่านนายกฯ อยากทำอย่างไรก็เป็นสิทธิของท่านนายกฯ เช่นกัน ส่วนบนเงื่อนไขที่มีข้อปฏิบัติในอีอีซี ซึ่งมีหลายอย่างที่อยู่บนบอร์ดอีอีซีก็เป็นสิ่งที่รอการอนุมัติผ่านบอร์ด ซึ่งมาวันนี้ผมคิดว่า วันนี้ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว”

เมื่อถามว่า ได้บอกว่านายกฯ ก่อนแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ระบุว่า อันนี้เป็นข้อตกลงว่า ถึงจุดหนึ่งเราก็จะหาผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตลาดเข้ามารันต่อ ตัวผมเองถ้าให้ไปคุยกับต่างประเทศต้องเรียนตรง ๆ ว่า ผมอาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญเท่าท่านนายกฯ และโอกาสที่ท่านเดินทางไปต่างประเทศก็มีตลอด มีโอกาสสัมผัสนักลงทุนเยอะ การที่ท่านจะไปเชิญชวนการลงทุน ท่านก็สามารถรับและให้คำมั่นสัญญาเจรจาในแต่ละเคสได้เลยทันที ดีกว่ากลับมาถามผู้ที่รับผิดชอบก่อน ในเมื่อท่านรับไปได้เลย

“ผมคิดว่านั่นคือความคล่องตัว วันนี้ไทยเราไม่มีเวลารอแล้ว อะไรที่จะคล่องตัวที่สุด เราต้องทำในส่วนนั้น เพราะฉะนั้นก็อย่าไปคิดว่า เราจะน้อยใจอะไร พวกเราทำงานแบบมืออาชีพ ต้องเข้าใจว่า อะไรที่เป็นผลสำเร็จให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ นั่นคือเป้าหมายที่ดีที่สุด” นายพิพัฒน์กล่าว