เกษตรฯ-อว.-Meta จับมือใช้โซเชียล-AI เพิ่มรายได้เกษตรกร 12 ล้านครัวเรือน
“สุริยะ” เปิดโครงการ “ติดปีกดิจิทัลเพื่อเกษตรกรไทย” ผนึกกระทรวงเกษตรฯ อว. และ Meta ยกระดับเกษตรกรไทยกว่า 12 ล้านครัวเรือน สู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ใช้ Facebook-Instagram-WhatsApp-Reels และ AI ช่วยสร้างแบรนด์ ขยายตลาด เพิ่มรายได้ พร้อมพัฒนาบุคลากรกระทรวงเกษตรฯ เป็น Train the Trainer ถ่ายทอดองค์ความรู้ทั่วประเทศ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ติดปีกดิจิทัลเพื่อเกษตรกรไทย” ว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. และแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Meta หรือ Facebook ประเทศไทย เพื่อยกระดับและพลิกโฉมภาคการเกษตรไทยเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย มีพี่น้องเกษตรกรกว่า 12 ล้านครัวเรือน ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนผ่านสู่ช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว ทำให้เกษตรกรไทยจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจในตลาดยุคใหม่
โครงการนี้จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้ด้วยตนเอง ผ่านเครื่องมือดิจิทัลและระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นวิทยากรต้นแบบ หรือ Train the Trainer เพื่อนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดต่อในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
นายสุริยะกล่าวว่า หากสามารถนำภูมิปัญญาและความขยันของเกษตรกรไทยมาผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะช่วยสร้างความมั่งคั่งและความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเสวนาหัวข้อ “How Technology and Online Marketing Can Support Thailand’s Agriculture and Economy” ว่า ก้าวแรกของการปรับตัวต้องเริ่มจากความเข้าใจและความเต็มใจเรียนรู้ พร้อมเสนอแนวคิดการสร้างตัวอย่างความสำเร็จในชุมชน หรือ Idol Model เพื่อเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรายอื่น ๆ เห็นโอกาสและกล้าที่จะปรับตัว
ขณะเดียวกัน ยังสนับสนุนการใช้ AI ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อค้นหาโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ รวมถึงการผลักดันการแปรรูปผลผลิตด้วยงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรสูงวัย
ด้านคุณแพร ดำรงค์มงคลกุล ผู้แทนจาก Meta กล่าวว่า ให้เกษตรกรไทยทดลองลงมือทำทันทีผ่านแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram, WhatsApp และ Reels พร้อมชูแนวทางสร้างแบรนด์ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นตัวตนและจุดแข็งของท้องถิ่น หรือ Authentic Storytelling เช่น แหล่งที่มาของสินค้า มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร และคุณค่าของชุมชนผู้ผลิต
นอกจากนี้ Meta ยังนำฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกมาร่วมวิเคราะห์ เพื่อช่วยให้เกษตรกรเข้าใจตลาดและผู้บริโภคได้ชัดเจนขึ้น โดยโครงการนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่ Meta นำหลักสูตรระดับสากลมาเปิดอบรมเป็นภาษาไทยครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรไทยก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัลอย่างมืออาชีพ
โอกาสนี้ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พร้อมเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายฝ่ายที่ 4 ในการสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยจะนำศักยภาพด้านการวิจัย องค์ความรู้ทางวิชาการ บุคลากร และผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยมาช่วยต่อยอดการอบรมและส่งเสริมการใช้เครื่องมือดิจิทัลให้กับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคเกษตรไทยในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ช่วยทุ่นแรง เพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาด ยกระดับคุณภาพชีวิต และเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยเติบโตในตลาดการค้าระดับสากลได้อย่างยั่งยืน
โครงการ “ติดปีกดิจิทัลเพื่อเกษตรกรไทย” จึงไม่ใช่เพียงการอบรมใช้เครื่องมือออนไลน์ แต่เป็นการวางฐานใหม่ให้เกษตรกรไทยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ผลิตสินค้าเกษตร ไปสู่ผู้ประกอบการที่สามารถสร้างแบรนด์ สื่อสารกับผู้บริโภค และเข้าถึงตลาดได้ด้วยตนเองในยุคดิจิทัล