เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สังคมสูงวัย-โรคเรื้อรัง ดันธุรกิจสุขภาพปรับโมเดล 

23 มิ.ย. 2569 | 21:07น.
DKSH

DKSH

DKSH มองไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ส่งผลให้ความต้องการบริการสุขภาพขยายตัวนอกโรงพยาบาล ขณะที่ผู้ประกอบการต้องรับมือแรงกดดันจากการควบคุมราคา กฎระเบียบ และระบบเบิกจ่ายที่ซับซ้อน ชี้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เป็นหนึ่งในแนวทางเพิ่มความคล่องตัวและขยายการเข้าถึงผู้ป่วย

นางนันท์นภัส ลิ้มคำ กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ยา หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ภายในปี 2574 ขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน และมะเร็ง ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต ปัจจัยดังกล่าวกำลังส่งผลต่อโครงสร้างความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของประเทศ และสร้างทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ให้กับธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ

หน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มการดูแลสุขภาพในไทยกำลังเปลี่ยนจากการรักษาในโรงพยาบาลไปสู่การดูแลเชิงป้องกันและการรักษาใกล้บ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยสาธารณสุขระดับชุมชน ร้านขายยา คลินิก และการดูแลที่บ้าน ส่งผลให้ช่องทางการเข้าถึงบริการสุขภาพมีความหลากหลายมากขึ้น

ความต้องการด้านสุขภาพในปัจจุบันขยายตัวออกไปนอกโรงพยาบาล ทำให้องค์กรจำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานให้มีความรวดเร็ว เชื่อมโยง และตอบสนองต่อบริบทในแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากมาตรการควบคุมราคา ระบบเบิกจ่ายที่มีความซับซ้อน รวมถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่าย ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบดั้งเดิม

นางนันท์นภัส มองว่า ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและขยายธุรกิจแบบครบวงจร เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรับมือกับความซับซ้อนของตลาดได้ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการกระจายสินค้า ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ และบริการสนับสนุนผู้ป่วยได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนสร้างระบบทั้งหมดด้วยตนเอง

ผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมสุขภาพระดับภูมิภาคของ DKSH ยังสะท้อนว่า ผู้ประกอบการกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากแรงกดดันด้านราคา ประสิทธิภาพของทีมขาย และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่ซับซ้อน ขณะที่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะเครื่องมือขับเคลื่อนการเติบโต มากกว่าการเป็นเพียงแนวทางลดต้นทุน

แนวทางดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้ทรัพยากรภายในองค์กรไปมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการสร้างความสัมพันธ์กับบุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น

ด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ DKSH ระบุว่า โมเดลความร่วมมือดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยา เครื่องมือแพทย์ และโซลูชันด้านสุขภาพได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในโรงพยาบาล ร้านขายยาชุมชน คลินิก และการดูแลที่บ้าน แทนที่จะกระจุกตัวอยู่เฉพาะในพื้นที่เมือง

ทั้งนี้ ผลสำรวจของบริษัทพบว่า ผู้บริหารระดับสูงกว่า 60% ได้เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มอบหมายให้พันธมิตรภายนอกดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมากกว่าครึ่งมองบทบาทของพันธมิตรภายนอกในฐานะ “ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์” มากกว่าผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์เพียงอย่างเดียว

นางนันท์นภัสกล่าวทิ้งท้ายว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทำให้บริษัทด้านสุขภาพจำเป็นต้องปรับรูปแบบการนำส่งยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และโซลูชันด้านสุขภาพให้เข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาล ร้านขายยา คลินิก และการดูแลที่บ้าน เพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต