เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

IP ไทยคึก 5 เดือนคำขอพุ่ง 3.1 หมื่นธุรกิจสุขภาพ-นวัตกรรมแห่จดสิทธิ

16 มิ.ย. 2569 | 11:24น.

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยกระแสเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมดันผู้ประกอบการ นักวิจัย และสถาบันการศึกษา ตื่นตัวจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 5 เดือนแรกปี 2569 คำขอจดทะเบียน IP ในไทยพุ่ง 31,917 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.72% ขณะที่การรับจดทะเบียนเพิ่ม 11.16% แตะ 24,576 ฉบับ/รายการ สะท้อนธุรกิจไทยเร่งใช้ “สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา” สร้างแต้มต่อการแข่งขัน

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรม โดยในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา มีสถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ได้แก่ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 31,917 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 29,357 คำขอ

ขณะที่สถิติการรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทยช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยกรมรับจดทะเบียนรวม 24,576 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้น 11.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 22,109 ฉบับ/รายการ สะท้อนทั้งความตื่นตัวของภาคธุรกิจ และการเร่งยกระดับบริการของกรมในการรองรับคำขอที่เพิ่มขึ้น

สำหรับลิขสิทธิ์ แม้จะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีเมื่อมีการสร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียน แต่เจ้าของผลงานสามารถแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไว้กับกรมเพื่อใช้เป็นหลักฐานเบื้องต้นได้ โดย 5 เดือนแรกปี 2569 มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 7,214 รายการ เพิ่มขึ้น 18.13% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 6,107 รายการ

ในภาพรวม สถิติดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ภาคธุรกิจไทยเริ่มมองทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เพียง “เอกสารสิทธิ” แต่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ป้องกันการลอกเลียนแบบ เพิ่มมูลค่าธุรกิจ และต่อยอดสู่การระดมทุน การร่วมทุน หรือการขยายตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น

สำหรับกลุ่มเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นประเภทที่มีคำขอสูงสุด ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 23,397 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 21,736 คำขอ โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 2,893 คำขอ บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 2,647 คำขอ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 2,509 คำขอ เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1,855 คำขอ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 1,607 คำขอ สะท้อนเทรนด์ธุรกิจที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่กลุ่มสุขภาพ ความงาม อาหาร และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกัน ธุรกิจค้าปลีก การขาย และการตลาด ยังติดอันดับต้น ๆ สะท้อนการแข่งขันของแบรนด์ที่ต้องการสร้างตัวตนในตลาดและปกป้องชื่อทางการค้าของตนเอง

สัดส่วนผู้ยื่นคำขอเครื่องหมายการค้าแบ่งเป็นคนไทย 55% และต่างชาติ 45% โดยผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ฟ็อกซ์ ฟอร์มูเลท จำกัด 163 คำขอ บริษัท ไดมิเทค (ประเทศไทย) จำกัด 146 คำขอ บริษัท บอร์น อโกรไซเอนซ์ จำกัด 140 คำขอ บริษัท เอสทีม อินเตอร์เทรด จำกัด 80 คำขอ และบริษัท คอสมี่ จำกัด 59 คำขอ โดย 4 อันดับแรกเป็นบริษัทด้านเคมีเกษตรครบวงจรของไทย ขณะที่บริษัท คอสมี่ จำกัด อยู่ในธุรกิจเครื่องมือแพทย์

ทั้งนี้ การรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 18,040 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 4.22% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 17,309 เครื่องหมาย

ด้านสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี พบว่า ช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 3,662 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 3,391 คำขอ โดยกลุ่มนวัตกรรมที่ยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 442 คำขอ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสาร อุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ-ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 295 คำขอ นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ 148 คำขอ อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล เช่น พลาสติกและเรซิน 87 คำขอ และอาหารและเครื่องดื่ม 80 คำขอ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ สัดส่วนผู้ยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ยังเป็นต่างชาติสูงถึง 86% ขณะที่คนไทยมีสัดส่วน 14% โดยผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรกเป็นบริษัทต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา และบริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น ซึ่งยื่น 126 คำขอเท่ากัน ตามด้วยบริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 71 คำขอ บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 56 คำขอ และบริษัท ซินเจนต้า ครอป โพรเท็คชั่น เอจี จากสวิตเซอร์แลนด์ 54 คำขอ

สะท้อนว่า ไทยยังเป็นตลาดสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมต่างชาติให้ความสำคัญในการคุ้มครองสิทธิ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีสื่อสาร ยานยนต์ เหล็ก และเกษตร ขณะเดียวกันยังเป็นโจทย์สำคัญของไทยในการเร่งผลักดันงานวิจัยในประเทศให้ก้าวไปสู่สิทธิบัตรการประดิษฐ์เชิงพาณิชย์มากขึ้น ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 2,406 ฉบับ เพิ่มขึ้น 18.99% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 2,022 ฉบับ

ส่วนอนุสิทธิบัตร ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์ที่สามารถต่อยอดใช้ประโยชน์ได้เร็ว พบว่าช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอ 2,244 คำขอ เพิ่มขึ้น 16.69% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 1,923 คำขอ โดยกลุ่มนวัตกรรมที่ยื่นขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 240 คำขอ ยาสมุนไพร 122 คำขอ ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ 113 คำขอ อุปกรณ์ทางการแพทย์ 79 คำขอ และเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ 52 คำขอ

จุดเด่นของอนุสิทธิบัตรคือ มีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทยสูงถึง 94% และต่างชาติ 6% โดยผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรกเป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 83 คำขอ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 54 คำขอเท่ากัน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 53 คำขอ และมหาวิทยาลัยขอนแก่นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 42 คำขอเท่ากัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยไทยในฐานะแหล่งผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมที่เริ่มเข้าสู่ระบบคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร สมุนไพร การแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีฐานความรู้และศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ การรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรในช่วง 5 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 1,152 ฉบับ เพิ่มขึ้น 49.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 773 ฉบับ

ด้านสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ มีการยื่นคำขอ 2,614 คำขอ เพิ่มขึ้น 13.31% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 2,307 คำขอ โดยแบบผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลวดลายผ้า 284 คำขอ บรรจุภัณฑ์ 248 คำขอ รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 209 คำขอ เครื่องประดับ 195 คำขอ และอุปกรณ์ก่อสร้าง 149 คำขอ ชี้ให้เห็นว่า งานออกแบบกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในหลายอุตสาหกรรม โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอเป็นคนไทย 62% และต่างชาติ 38% ผู้ยื่นคำขอมากที่สุด ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 59 คำขอ มหาวิทยาลัยบูรพา 57 คำขอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 53 คำขอ บริษัท บีอีจีเอ กันเทนบริงค์-ลอยช์เทน เคจี จากเยอรมนี 49 คำขอ และบริษัท แอปเปิล อิงค์. จากสหรัฐอเมริกา 25 คำขอ ขณะที่การรับจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 2,978 ฉบับ เพิ่มขึ้น 48.53%

สำหรับลิขสิทธิ์ มีการแจ้งข้อมูล 7,214 ผลงาน เพิ่มขึ้น 18.13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเภทผลงานที่แจ้งข้อมูลมากที่สุด ได้แก่ วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 2,971 ผลงาน ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ 2,093 ผลงาน ดนตรีกรรม 1,624 ผลงาน โสตทัศนวัสดุ 313 ผลงาน และสิ่งบันทึกเสียง 76 ผลงาน

ผู้แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์เป็นคนไทยสูงถึง 99% และต่างชาติ 1% โดยผู้แจ้งข้อมูลมากที่สุด ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล 142 ผลงาน มหาวิทยาลัยทักษิณ 129 ผลงาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 94 ผลงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 66 ผลงาน และบริษัท ยอวานี จำกัด 61 ผลงาน

“สถิติในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนว่า ผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักสร้างสรรค์ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น เพราะในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ทรัพย์สินทางปัญญาคือสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ”