เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
Real Estate ผ่า ‘ผังน้ำ’ ป้องท่วม กทม. ผุด ‘บัฟเฟอร์โซน-เพิ่มแก้มลิง’
‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
Real Estate ‘เอ แอสเสท’ ดึงทุนเวียดนาม-ญี่ปุ่น ปั้น ‘มิกซ์ยูสทองหล่อ’ 1.2 หมื่นล้าน
‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
Real Estate ‘แบงก์กรุงเทพ’ อัด 6.3 พันล้าน หนุนบิ๊กดีล ‘แสนสิริ’ ซื้อโรงแรมหรู
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ดูทั้งหมด

EIC ชี้สงครามคลี่คลาย หนุนระยะสั้น คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2%-กนง.ไม่ขึ้นดอกเบี้ย

23 มิ.ย. 2569 | 16:04น.

SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2% จากเดิมที่ 1.7% เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ราคาพลังงานปรับลดลง พร้อมทั้งการส่งออกและการลงทุนบางกลุ่มอุตสาหกรรมขยายตัวได้ดี แต่ภาคครัวเรือนและ SMEs ยังคงเปราะบาง คาด กนง.คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1%

“ดร.ยรรยง ไทยเจริญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า SCB EIC ได้ประมาณการเศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 ว่าจะขยายตัว 1.4% ชะลอตัวจากไตรมาส 1 ที่ขยายตัวถึง 2.8% ค่อนข้างมาก โดยมองว่าเหตุผลหลักคือผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบถึงการใช้จ่ายของประชาชน

“พอเกิดสงคราม ราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้กระทบการจ้างงานและตลาดแรงงาน ประชาชนจึงกังวลเรื่องการใช้จ่าย แต่ในช่วงเดือน มิ.ย. จะได้ประโยชน์จากโครงการไทยช่วยไทย ต่อเนื่องไปไตรมาส 3 ที่จะทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนดีขึ้นชั่วคราว ทั้งนี้อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่พบว่าครัวเรือนไทยอยู่ในช่วงลดภาระหนี้ ระวังเรื่องการใช้จ่าย” ดร.ยรรยง กล่าว

ทั้งนี้ ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตจากช่วงสงคราม ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป ผ่าน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่ 1.ต้นทุนพลังงานและการผลิต กดดันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ กำลังซื้อของภาคครัวเรือน และกระทบต่ออัตรากำไรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้พลังงานและโลจิสติกส์เข้มข้น

2.เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง กระทบต่อการส่งออกจากกำลังซื้อโลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม ขณะที่ราคาพลังงานนำเข้าที่สูงในช่วงก่อนหน้าและแนวโน้มการนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งตัวขึ้น จะกดดันให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับแย่ลงมากในปีนี้ และ

3.ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น จากความผันผวนในตลาดการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่งผลให้ Risk Premium และ Yield Curve สูงขึ้น

แรงหนุนระยะสั้นจากสงครามคลี่คลาย

“ดร.ยรรยง” กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้นเล็กน้อยหลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย โดยปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.0% จากเดิมประมาณการไว้ที่ 1.7% ซึ่งเป็นผลจากตัวเลขการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกภาคเอกชนที่โตขึ้น แม้มูลค่าการนำเข้าจะสูงขึ้นด้วยก็ตาม

ทั้งนี้ คาดว่าในไตรมาส 3 จะเห็นเศรษฐกิจไทยโตขึ้นที่ 2.9% จากมาตรการเยียวยาค่าครองชีพของรัฐบาล ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสจากพระราชกำหนดกู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 4 เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงไปที่ 1.1% จากการส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงมาก เป็นผลจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลในเดือน ก.ย.

รวมถึงช่วงครึ่งปีหลังจะต้องจับตามาตรการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐที่คาดว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้า 12.5% กับ 54 ประเทศที่ไม่มีมาตรการกำกับการนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ ซึ่งมีไทยรวมอยู่ด้วย และปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะส่งผลถึงรายได้ภาคการเกษตรในปีนี้

แม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่จะฟื้นตัวในลักษณะ K-Shaped ชัดเจน หรือฟื้นตัวแบบกระจุกอยู่ในกลุ่มธุรกิจใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี เช่น AI และ Data Center โดยเฉพาะมูลค่าการส่งออกที่เติบโตกระจุกในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล รวมทั้งดุลบัญชีเดินสะพัด (CA) ไทยจะปรับตัวแย่ลง

โดยคาดการณ์ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2569 จะอยู่ที่ -0.6-0.0% จากปีก่อนหน้าที่ 2.8% เป็นผลมาจากดุลบริการแย่ลง เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า และคนใช้บริการจากต่างประเทศมากขึ้น เช่น บริการสตรีมมิ่ง OTT ต่าง ๆ อีกทั้งยังมองว่าหากดุลบัญชีเดินสะพัดแย่ลงต่อไปอีก จะส่งผลต่อค่าเงินบาท สภาพคล่องของระบบการเงิน และเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทย

ครัวเรือน – SMEs ยังเปราะบาง คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1%

แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้นจากสถานการณ์สงครามที่คลี่คลายนั้น แต่ภาคครัวเรือนและ SMEs ยังคงเปราะบางอยู่ โดยมองว่าการบริโภคภาคเอกชนจะได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อสูงขึ้นในระยะข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคต้องรับมือกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น

สำหรับภาคครัวเรือนไทยอยู่ในภาวะ Debt Deleverage ซึ่งครัวเรือนไทยมีรายได้ลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี ทำให้ต้องลดค่าใช้จ่ายลงและระวังการก่อหนี้มากขึ้น และยังพบว่ารายได้ที่รับจากการสนับสนุนของภาครัฐนั้นเพิ่มขึ้นด้วย แสดงให้เห็นว่าครัวเรือนระดับล่างยังพึ่งพาภาครัฐมากขึ้น ซึ่งก็เป็นการช่วยเหลือในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ 2.6% และในไตรมาส 4 อาจสูงขึ้นแตะ 4% ทั้งนี้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้ รวมทั้งแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอาจช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ขณะที่ภาวะการเงินยังตึงตัว โดยเฉพาะภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs และคาดว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้ (24 มิ.ย.) จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ตลอดทั้งปี เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ โดยมองว่า กนง.ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ และอาจผ่อนคลายได้บ้างในปีหน้า เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากด้านอุปทานเป็นหลัก แต่นโยบายการเงินเน้นจัดการแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ รวมทั้งเงินบาทยังมีเสถียรภาพ และทุนสำรองระหว่างประเทศยังสูง

สำหรับในช่วงที่เศรษฐกิจเปราะบางเช่นนี้ การขึ้นดอกเบี้ยอาจเพิ่มความเสี่ยงและซ้ำเติมลูกหนี้ที่ประสบปัญหา อย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อ และลดการชำหนี้ต่องวดด้วย

มองกลไก กรอ. หนุนการลงทุน

“ดร.ยรรยง” กล่าวว่า กลไกของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จะช่วยได้หากมีการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนใหม่ เพราะมองว่าเหตุผลที่เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำลงเรื่อย ๆ มาจากการลงทุนที่น้อยราว 22% ของจีดีพี ซึ่งต่ำสุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

โดยหากทำได้ราว 30% ของจีดีพี ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้มากขึ้น รวมไปถึงการลดขั้นตอนกฎเกณฑ์ด้านการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศผ่านมาตรการ Thailand FastPass ก็จะช่วยส่งเสริมการลงทุนใหม่ในประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการตั้งเป้าหมายเป็นประเทศรายได้สูง (High Income Country) ภายใน 12 ปีนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่มีความเป็นไปได้ หากมีเป้าหมายการดำเนินงานชัดเจน นอกจากนี้ การตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยให้ประเทศไทยต้องปรับตัวอย่างจริงจัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีไอซี (SCB EIC)