ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนอ่อนแอ ท่ามกลางความกังวลเศรษฐกิจถดถอย
วันที่ 4 มกราคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังสำนักงานสถิติจีน (NBS) เปิดเผยว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคการผลิตของจีน (PMI) เดือน ธ.ค. 65 ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 47.0 ซึ่งต่ำกว่า 50 เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แสดงถึงกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมที่ซบเซาลง และคาดว่าจะส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำมันภายในประเทศ ขณะที่ตลาดยังคงกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังนางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการ IMF กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป และจีนมีแนวโน้มที่จะเผชิญความยากลำบากขึ้นในปี 2566
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 3 ม.ค. 66 อยู่ที่ 76.93 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.33 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 82.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -3.81 เหรียญสหรัฐ
ตลาดคาดว่าปริมาณความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศจีนยังคงอ่อนแอ หลังจีนประกาศโควตาการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปครั้งล่าสุดปริมาณ 19 ล้านตันสำหรับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และอากาศยาน และอีก 8 ล้านตันสำหรับน้ำมันเตา เพื่อส่งออกในไตรมาสที่หนึ่ง
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ๆ ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐมีราคาแพงขึ้น และมีความน่าสนใจน้อยลง สำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดการณ์จีนมีแนวโน้มออกโควตาการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปครั้งใหม่ในไตรมาสที่หนึ่งที่ระดับ 19 ล้านตัน อย่างไรก็ดี ราคายังคงได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในออสเตรเลีย
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดคาดโควตาการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนสำหรับไตรมาสที่หนึ่งอยู่ที่ระดับ 19 ล้านตัน ส่งผลให้อุปทานมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
