ราคาน้ำมันดิบ (20 ม.ค. 66) ปรับเพิ่ม ความต้องการใช้น้ำมันในจีนสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบ
Photo by Mladen ANTONOV / AFP

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังรายงานความต้องการใช้น้ำมันในจีนปรับตัวสูงขึ้น

วันที่ 20 มกราคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานจาก Joint Organisations Data Initiative (JODI) ว่าอุปสงค์น้ำมันในจีนปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 1.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 15.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ย. 65 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 65

นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่าตลาดจะเผชิญกับสภาวะตึงตัวในด้านพลังงานหลังจากที่จีนเปิดประเทศ รวมทั้งอุปทานที่ลดลงจากรัสเซียที่เผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 19 ม.ค. 2566 อยู่ที่ 80.33 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.85 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 86.16 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.18 เหรียญสหรัฐ

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันในรัสเซียลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงไตรมาสแรกของปี’66 โดยลดลงมา 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากเทียบกับปริมาณการผลิตในปี’65

Advertisment

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐสิ้นสุดสัปดาห์ ณ วันที่ 13 ม.ค. 66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 65 สู่ระดับ 448.0 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 0.6 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังการนำเข้าน้ำมันเบนซินในฮ่องกงปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันเบนซินในอินเดียที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในเดือน ก.พ. 66

ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในฮ่องกง อย่างไรก็ตาม อุปสงค์น้ำมันดีเซลในแถบยุโรปมีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

Advertisment