จุดความร้อนไทย 365 จุด เมียนมายังมากที่สุด 2,391 จุด

อากาศ ฝุ่น เชียงใหม่ PM2.5
แฟ้มภาพ

จุดความร้อนของไทยทั่วประเทศ เหลือ 365 จุด เมียนมายังมากที่สุด 2,391 จุด ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในระดับสีส้ม 3 จังหวัด “หนองคาย เชียงใหม่ น่าน”

วันที่ 28 เมษายน 2566 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เปิดเผยว่า ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 27 เมษายน 2566 ไทยพบจุดความร้อนทั้งสิ้น 365 จุด ในขณะที่จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมายังครองอันดับหนึ่ง มีจำนวน 2,391 จุด, สปป.ลาว 4,654 จุด, กัมพูชา 306 จุด, เวียดนาม 197 จุด และมาเลเซีย 12 จุด

จุดความร้อนในประเทศไทยวานนี้พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร 119 จุด, ป่าสงวนแห่งชาติ 90 จุด, ชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ 55 จุด, พื้นที่ ส.ป.ก. 54 จุด, พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 45 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 2 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ #เชียงใหม่ 38 จุด

ส่วนค่าฝุ่น PM 2.5 เมื่อตรวจสอบจากแอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” แบบรายชั่วโมง เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา พบ 3 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ที่มีค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในระดับสีส้ม อาทิ #หนองคาย #เชียงใหม่ และ #น่าน ขอให้ประชาชนควรสวมหน้ากากอนามัย และงดกิจกรรมภายนอกอาคารสถานที่เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่จะตามมา ในส่วนของกรุงเทพมหานครคุณภาพอากาศดี

สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์จุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ประกอบกับภูมิประเทศทางภาคเหนือของไทยมีลักษณะเป็นหุบเขาแอ่งกระทะ จึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับการพัดและการเคลื่อนตัวของกระแสลมในพื้นที่เป็นสำคัญ

Advertisment

ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่าง ๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือ การสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรง GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th หรือติดตามข้อมูลจาก https://fire.gistda.or.th/dashboard.html และควรติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ผ่านแอปพลิเคชั่น “#เช็คฝุ่น”

Advertisment