สนพ. เผยราคาน้ำมันดิบผันผวน ผลจากเศรษฐกิจโลกถดถอย พร้อมจับตาความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน หวั่นกระทบอุปทานน้ำมัน
วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวน หลังเขตเศรษฐกิจหลักของโลกเผชิญกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเศรษฐกิจจีนยังคงฟื้นตัวช้ากว่าคาดการณ์
ทั้งยังต้องจับตาสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์หลังอิสราเอลโจมตีเมือง Jenin ในเขต West Bank ของปาเลสไตน์ด้วยโดรนเป็นครั้งที่ 2 รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างรัสเซียและยูเครนที่กลับมามีความไม่แน่นอนอีกครั้ง ทำให้ตลาดกลับมาจับตาผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันมากขึ้น

โดยภาพรวมสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก (วันที่ 26 มิถุนายน-6 กรกฎาคม 2566) พบว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 75.22 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปรับตัวลดจากสัปดาห์ที่แล้ว 1.23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันเวสต์ เทกซัสเฉลี่ยอยู่ที่ 69.47 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.74 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ หลังจากที่ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยว่า สถานการณ์เงินเฟ้อในยุโรปยังคงรุนแรง โดยอัตราเงินเฟ้อยังสูงกว่าระดับเป้าหมายที่ร้อยละ 2 กว่า 3 เท่า ทำให้มีความจำเป็นในการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้น โดยตลาดคาดว่าการประชุมในเดือน ก.ค. ECB มีแนวโน้มปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกร้อยละ 0.25 และจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน หรือตุลาคม
อีกทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ยังคงส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2566 แม้ว่าตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนจะปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายแห่ง ส่งผลให้ตลาดทั่วโลกกังวลต่อสถาวะเศรษฐกิจถดถอย และกระทบกับความต้องการใช้เชื้อเพลิง
ราคากลางน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาคเอเชีย
โดยราคาน้ำมันเบนซิน ได้แก่ ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 90.95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 2.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
รวมถึงราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 92 เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 86.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับลดลง 2.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 91 (Non-Oxy) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 88.10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับลดลง 2.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ Petroleum Association of Japan (PAJ) ได้รายงานปริมาณสำรองเชิงพาณิชย์ของญี่ปุ่น สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 มิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้น 0.18 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 10.22 ล้านบาร์เรล
ทางด้านสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ได้รายงานปริมาณสำรองเชิงพาณิชย์ที่สหรัฐ สัปดาห์สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 222 ล้านบาร์เรล
รวมถึง Insights Global ได้รายงานปริมาณสำรองเชิงพาณิชย์ที่ Amsterdam-Rotterdam-Antwerp (ARA) ในยุโรป สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 มิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้น 0.28 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 11.42 ล้านบาร์เรล
ทางด้านราคาน้ำมันดีเซล ได้แก่ ราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (10 PPM) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 92.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 92.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
โดย International Enterprise Singapore (IES) ได้รายงานปริมาณสำรอง Middle Distillates เชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 มิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้น 0.25 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 7.98 ล้านบาร์เรล และ EIA ได้รายงานปริมาณสำรอง Distillates เชิงพาณิชย์ที่สหรัฐ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 มิถุนายน 2566 เพิ่มขึ้น 0.1 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 114.4 ล้านบาร์เรล
สถานการณ์ค่าเงินบาท-กองทุนน้ำมัน
ส่วนค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 0.52 บาท/เหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 35.5747 บาท/เหรียญสหรัฐ ทำให้ต้นทุนน้ำมันเบนซินลดลง 0.19 บาท/ลิตร และต้นทุนน้ำมันดีเซลลดลง 0.11 บาท/ลิตร ส่งผลต่อค่าการตลาดเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของน้ำมันกลุ่มเบนซินและน้ำมันดีเซล อยู่ที่ระดับ 2.44 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2566 กองทุนน้ำมันมีสินทรัพย์รวม 40,175 ล้านบาท หนี้สินกองทุน 90,004 ล้านบาท แบ่งเป็นติดลบจากบัญชีน้ำมัน 4,316 ล้านบาท บัญชีก๊าซ LPG 45,513 ล้านบาท


