ลดราคาปุ๋ยเพื่อเกษตรกรเฟส 2 ปริมาณ 5.1 ล้านกระสอบ เริ่มแล้ว 1 เม.ย.นี้

กรมการค้าภายใน จับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ผลิต-ผู้นำเข้าปุ๋ย 3 สมาคม ขยายเวลาเพิ่มปริมาณและลดราคาปุ๋ย ช่วยเกษตรกร เฟส 2 รับฤดูการผลิต ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง เริ่ม 1 เมษายน 2567 นี้ ปริมาณ 5.1 ล้านกระสอบ

วันที่ 19 เมษายน 2567 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมการค้าภายใน ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ผลิต/ผู้นำเข้าปุ๋ย 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร ขยายเวลาและเพิ่มปริมาณปุ๋ยลดราคาให้แก่เกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการเฟสที่หนึ่ง จำนวน 3.1 ล้านกระสอบ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ถึงมีนาคม 2567 และเนื่องจากในเดือนเมษายนเป็นต้นไปจะเข้าสู่ช่วงที่เกษตรกรใช้ปุ๋ยกันมากขึ้น

โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ภาคกลางที่จะเริ่มปลูกในเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกมากในช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน มันสำปะหลังที่ยังคงมีการเพาะปลูกอยู่ในเดือนนี้ ตลอดจนพืชอื่น ๆ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ที่มีการใช้ปุ๋ยตลอดทั้งปี จึงได้เนินการต่อเนื่องในเฟสที่สองซึ่งเป็นส่วนต่อขยาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2567 มีปริมาณปุ๋ยเข้าร่วมโครงการ 5.1 ล้านกระสอบ 69 สูตร ครอบคลุมการปลูกพืชทุกชนิดทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชสวน และไม้ผล

ส่วนลดสูงสุดถึงกระสอบละ 50 บาท เช่น ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ราคาโครงการกระสอบละ 755-810 บาท ลดสูงสุด 35 บาทต่อกระสอบ สูตร 15-15-15 ราคาโครงการกระสอบละ 930-1,000 บาท ลดสูงสุด 50 บาทต่อกระสอบ สูตร 16-20-0 ราคาโครงการกระสอบละ 805-840 บาท ลดสูงสุด 50 บาทต่อกระสอบ เป็นต้น

Advertisment

การดำเนินโครงการดังกล่าว คาดว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้กว่า 280 ล้านบาท เมื่อรวมกับเฟสแรกก็จะช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้ประมาณ 436 ล้านบาท เกษตรกรที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านสถาบันเกษตรกรที่ตนเป็นสมาชิก เช่น สหกรณ์การเกษตร ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน วิสาหกิจชุมชน และแปลงใหญ่ จากนั้นสถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยอดการสั่งซื้อแจ้งไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ในแต่ละพื้นที่

อย่างไรก็ดี เกษตรกรที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกรอยู่ในขณะนี้ก็สามารถรวมกลุ่มกันซื้อ หรือไปซื้อปุ๋ยจากสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.dit.go.th ซึ่งผลการดำเนินการเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 มีสถาบันเกษตรกรสั่งซื้อปุ๋ยในโครงการแล้วจำนวน 20 แห่ง รวมปริมาณปุ๋ย 235,710 กระสอบ

นายวัฒนศักย์กล่าวอีกว่า สถานการณ์ราคาปุ๋ยในตลาดโลก ณ ขณะนี้ แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนจะยังไม่คลี่คลายลงและมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในบางประเทศแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยในตลาดโลกมากนัก ราคาปุ๋ยจึงยังคงทรงตัวหรือปรับขึ้น-ลงในช่วงแคบ ๆ

ปัจจุบันนี้ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีในประเทศได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 ที่เป็นช่วงที่ราคาปุ๋ยปรับสูงขึ้นสูงที่สุด ประมาณ 40-50% และปริมาณสต๊อกปุ๋ย ณ สิ้นเดือน มี.ค. 67 อยู่ที่ 1.22 ล้านตัน ขอให้พี่น้องเกษตรกรมั่นใจได้ว่ามีปุ๋ยเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก ไม่มีปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยอย่างแน่นอน

Advertisment

ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากเกษตรกรไม่ได้ รับความเป็นธรรมทางการค้า สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือทางแอปพลิเคชั่นไลน์ @MR.DIT