เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 67,100 บาท
รุทธพล  โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
Politics รุทธพล โยน คกก.เคาะปม ‘ทักษิณ’ ขอนิรโทษล้างมลทิน
Yamaha – DPU ปลุกศักยภาพเยาวชนดนตรี มอบทุน 100% ตลอด 4 ปี รวม 8.4 ล้านบาท
Uncategorized Yamaha – DPU ปลุกศักยภาพเยาวชนดนตรี มอบทุน 100% ตลอด 4 ปี รวม 8.4 ล้านบาท
สันติธารแชร์ 2 ภาพประทับใจ IMF-World Bank ชูพระราชปณิธาน ร.9-ต่อยอด AI สร้างงาน
News สันติธารแชร์ 2 ภาพประทับใจ IMF-World Bank ชูพระราชปณิธาน ร.9-ต่อยอด AI สร้างงาน
‘อดีตปลัด มท.’ กระตุก ‘บิ๊ก ขรก.’ อย่ากลัวอำนาจมิชอบ-ทำความดี เหตุกินเงินภาษีประชาชน
Politics ‘อดีตปลัด มท.’ กระตุก ‘บิ๊ก ขรก.’ อย่ากลัวอำนาจมิชอบ-ทำความดี เหตุกินเงินภาษีประชาชน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ต.ค. 69) ปรับลง 2.1% อยู่ที่ 82,081 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
News พยากรณ์อากาศ (13 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “อีสานใต้-กลาง-กทม.-ตะวันออก-ใต้” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
Automotive MG IM5 ฟีลดี ขับโดน กำลังล้น  
กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
Real Estate กทม. เร่งเคลียร์ขยะหลังน้ำลด ‘เคหะร่มเกล้า’ คืบหน้า 90% ระดม 12 เขตบัดดี้เคล็ดลับจัดการ
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจ 2568 ปีแห่งความไม่แน่นอน

29 ธ.ค. 2567 | 11:45น.
ซูเปอร์มาร์เก็ต
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

แม้ว่าศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะคาดการณ์จะมีเม็ดเงินที่มาจากการใช้จ่ายสะพัดในระบบเศรษฐกิจช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ถึง 109,313 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.2% และเชื่อว่าเงินที่สะพัดขึ้นนั้นสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัว ซึ่งจะเห็นในช่วงไตรมาสที่ 1-2 นั้น จากการสำรวจการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้นพบว่า แหล่งเงินที่ประชาชนจะนำมาจับจ่ายใช้สอยนั้น 47% แจ้งว่า จะนำมาจากเงินเดือนและรายได้ปกติ ส่วนอีก 45.6% นำเงินมาจาก “เงินออม” หรือเพิ่มขึ้นจาก 37.4%

นั้นหมายความว่า ปีใหม่ปีนี้ประชาชนนำ “เงินออม” ออกมาใช้ใกล้เคียงกับประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยจากเงินเดือน/รายได้ปกติ จนอาจเชื่อได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเงินเดือนไม่พอใช้ในช่วงเทศกาลปีใหม่

สอดคล้องกับภาพใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 โดยสำนักวิจัยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงภายใต้การบริหารงานของ “ทรัมป์” ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐที่จะมีเทอมการดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้า ด้วยการกำหนดนโยบาย อเมริกาต้องมาก่อน

โดยมีรูปธรรมจากความต้องการที่จะลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ซึ่งประเทศไทยเองก็ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ “เกินดุล” การค้ากับสหรัฐมาโดยตลอด จนอาจเกิดการที่สหรัฐจะขึ้นภาษีเพื่อลดการขาดดุลลง และต่อเนื่องไปถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งทั้งเก่าและใหม่ที่เกิดขึ้นตามมา

ปัจจัยจากภายนอกเหล่านี้ สำนักวิจัยหลายสำนักคาดการณ์ GDP ของประเทศไว้ระหว่าง 2.6-2.9% หรือต่ำกว่า 3% ขณะที่รัฐบาลได้คาดการณ์ GDP จะโต “เกินกว่า” 3% จากปัจจัยจากภาคบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและผลโดยตรงจากนโยบายการแจกเงินของรัฐบาลที่จะมีมาอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2568 เพื่อกระตุ้นการบริโภคในกลุ่มครัวเรือน การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯลงทุนเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจ การนำเงินนอกงบประมาณ/เงินรายได้/เงินสะสมมาใช้

ในขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% หลังจากปรับลดลงมาครั้งหนึ่งแล้วตามการส่งสัญญาณเริ่มต้นการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายที่จะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอีก คาดการณ์ที่ 1.5% ภายในสิ้นปี 2568

แต่การดำเนินการของรัฐบาลข้างต้นอาจไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เมื่อภาคการท่องเที่ยวมีสัญญาณที่จะชะลอตัวลง ภาคการผลิตหลักของประเทศยังไม่ฟื้น ภาคการส่งออกต้องเผชิญกับการกีดกันทางการค้าจากการขึ้นภาษี และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ปี 2568 กลายเป็นปีแห่งความไม่แน่นอน สมควรที่ภาคธุรกิจและภาคประชาชนจะต้องตั้งรับอย่างระมัดระวัง ดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม ใช้จ่ายเงินอย่างมีสติ ลดความเสี่ยงทั้งปวงที่จะเกิดขึ้น