ก่อสร้างฟื้น ดันยอดขายเหล็ก “ทาทาสตีล” ทะลุ 1.33 ล้านตัน

ทาทาสตีล มั่นใจยอดขายเหล็กทั้งปีโต 1.33 ล้านตัน ทั้งนี้ เป็นผลมาจากความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นจากโครงการภาครัฐ ขณะที่แผนตลาดปี 2565 อยู่ระหว่างทำแผนแต่ยังคงเน้นพัฒนาสินค้าใหม่ตอบสนองลูกค้า

วันที่ 25 มกราคม 2565 นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทาสตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าเป้าหมายยอดขายรวมปี 2564/65 (เมษายน 2564 – มีนาคม 2565) อยู่ที่ 1.33 ล้านตัน เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากงวดปีก่อนอยู่ที่ 1.3 ล้านตัน

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างหลังการกลับมาเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 มีผลต่อยอดขายเหล็กเส้น เหล็กดัดและตัดดีขึ้น ขณะที่ยอดขาย 9 เดือน (เมษายน – ธันวาคม 2564) บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 993,000 ตัน เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน



โดยการขายเหล็กเส้น เหล็กตัดและดัด ขายในประเทศอยู่ที่ 494,000 ตัน เหล็กลวด ขายในประเทศอยู่ที่ 367,000 ตัน ส่วนการส่งออกอยู่ที่ 110,000 ตัน ส่งผลให้รายได้อยู่ที่ 23,886 ล้านบาท หากคิดกำไรก่อนภาษีเงินได้ บริษัทมีกำไรอยู่ที่ 2,358 ล้านบาท

ส่วนการคาดการณ์ยอดขายจากนี้เชื่อว่ามั่นว่าตลาดจะดีขึ้น หลังราคาเหล็กเส้นและเหล็กลวดทรงตัวตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่าน และมีแนวโน้มสูงขึ้น จึงส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้ามากขึ้น รวมถึงภาครัฐก็มีการประกาศการสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องด้วย ก็จะส่งผลดีต่อความต้องการเหล็กที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยมาจากความต้องการลวดเหล็กพิเศษมีเสถียรภาพ ประกอบกับเศรษฐกิจดีส่วนปัญหาของโอมิครอน มีผลกระทบบ้าง แต่จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังให้มีความต้องการสินค้าที่เติบโต

ขณะที่ราคาเหล็ก ณ เดือนธันวาคม 2564 บริษัทขายอยู่ที่ 22,000-22,500 บาทต่อตัน และราคาจำหน่ายในช่วงเดือนมกราคม 2565 ขายอยู่ที่ 23,000-23,500 บาทต่อตัน แต่ก็ยังคงต่ำกว่าหากเทียบกับราคาเหล็กในตลาดโลก อยู่ที่ 730 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือประมาณ 24,000 บาทต่อตัน

นายราจีฟกล่าวอีกว่า สำหรับการทำตลาดในปี 2565/66 (ปีงบการเงินเมษายน 2565-มีนาคม 2566)บริษัทอยู่ระหว่างทำแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคมนี้ โดยเบื้องต้นยังให้ความสำคัญในการพัฒนาเหล็กลวด เนื่องจากยังมีความเติบโตและพร้อมที่จะพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ออกมา เพื่อเพิ่มยอดขายเหล็ก ส่วนการส่งออกจากปัจจุบันที่ส่งออกไปลาว กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และล่าสุดแคนาดา บริษัทจะขยายไปยังนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาและมาตรฐาน หากได้รับอนุญาตเพื่อส่งออกจะทำให้บริษัทส่งออกได้เพิ่มขึ้น และขยายตลาดไปยังออสเตรเลียด้วย จะทำให้สัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้น 10%

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขายสินค้าที่เป็นสเปเชียล โปรดักส์ ไปยังหน่วยต่าง ๆ เช่น การขายเพื่อส่งไปยังโครงการของกรมทางหลวง รวมถึงการขายผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูป ตัดและดัดให้เพิ่มขึ้น ส่วนความคืบหน้าของการหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ของบริษัทนั้น ขณะนี้คงต้องพักไปก่อน 2-3 ปี เนื่องจากต้องการดำเนินการขายในประเทศ และจากปัจจัยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง จึงส่งผลให้หาผู้ร่วมทุนใหม่ต้องพักไปก่อน


ส่วนตลาดจีน การผลิตสินค้าเหล็กยังคงลดลงตามนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอน และก็ยังคงคาดการณ์ว่าเหล็กจีนยังคงลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการสินค้าเหล็กในประเทศไทยก็ยังคงมีตามการเติบโตของเศรษฐกิจ การดูแลเรื่องของการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ทั้งนี้ ก็ต้องติดตามเรื่องของภาวะเงินเฟ้อ และอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ