กยท.ลั่นประกันรายได้ปี 3 ครึ่งทางใช้แค่ 3 พันล้าน ชอร์ตซัพพลายยาง-ราคาขาขึ้น

ณกรณ์ ตรรกวิรพัท
ณกรณ์ ตรรกวิรพัท

กยท.ลั่นราคายางขาขึ้น อานิสงส์จีนลดสต๊อกลง 50% ซัพพลายโตไม่ทันดีมานด์ บวกกับมาตรการประกันรายได้คู่ขนานนโยบายเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ชู Bio Economy เพิ่มมูลค่า รายได้สวนยางขายคาร์บอนเครดิต เเง้มศึกษาแพลตฟอร์มรูปแบบเทรด ซื้อขายยางผ่านระบบดิจิทัล ยกระดับเกษตรเป็นผู้ประกอบการ Entrepreneur

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวในเวทีเสวนา “ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 สินค้า” (ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา) จัดโดยเครือมติชน ผ่านรูปแบบออนไลน์ ไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านเฟซบุ๊กเครือมติชน ไลน์มติชน ไลน์ข่าวสด และยูทูบมติชนทีวี ว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นส่วนหนึ่งมาจากซัพพลายที่เติบโตไม่ทันดีมานด์ ส่งผลให้เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาดีขึ้น และจากปีที่ผ่านมาไม่ใช่ราคาดีอย่างเดียว แต่ดีอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งในภาคการผลิตและแปรรูปขั้นกลาง

ดังนั้น แนวโน้มจึงอยู่ในราคาที่ดี อีกทั้งประเทศผู้ใช้หลักอย่างจีน ซึ่งไทยส่งไปจีนกว่าร้อยละ 70% แต่สิ่งที่เกิดคือดัชนีตัวชี้วัดที่ชัดเจนคือ สต๊อกยางจีนลดลงครึ่งหนึ่ง แปลว่าดีมานด์ ความต้องการยังมีอีกมาก ดังนั้นทั้งหมดล้วนส่งผลต่อราคา เเละอยู่ในเทรนด์ที่เพิ่มขึ้น ดีขึ้นแน่นอนทั้งปีนี้และปีหน้า

อย่างไรก็ดี 3 ปีที่ผ่านมาของการประกันรายได้ ปีที่ผ่านมาได้ลดการใช้เงินชดเชย จากปีแรกที่ใช้เยอะ ปีที่สองลดลงมาเหลือ 7,000 ล้านบาท ปีนี้ผ่านมาครึ่งปีใช้ไป 3,000 ล้านบาท ดังนั้น ปีนี้ชัดเจนว่าเราไม่ได้ทำเพียงเเค่มาตรการประกันรายได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งได้ทำมาตรการคู่ขนานมาตรการประกันราคาไปด้วย ตอนนี้การทำงานร่วมกันของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ดำเนินงานไปด้วยกันได้อย่างดี

รวมทั้งนโยบายเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด เพราะว่าวันนี้ต้องเรียนว่า แม้ว่าไทยจะผลิตและส่งออก 4 ล้านกว่าตันจริง แต่เรายังส่งออกเป็นเพียงยางธรรมชาติ ไม่ได้ส่งออกในรูปแบบของวัตถุดิบ ซึ่งวันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลเรื่องของเทรนด์ โกล์ฟ (ถุงมือยาง) ตลาดจะไปทางไหนเพื่อให้ปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและมีหลาย ๆ กิจกรรมที่ได้ร่วมกันจับคู่ธุรกิจ ได้เชิญเกษตรกรเข้ามาพัฒนาตัวเองให้เป็น
Entrepreneur (ผู้ประกอบการ) มากขึ้น



โดยวันนี้บทบาทของเกษตรกรเองก็เปลี่ยนไป จะไม่ใช่แค่เกษตรกรแล้ว เกษตรกรวันนี้จะต้องสนใจเรื่องของการส่งออก ราคา และจะไม่ได้ถามว่าปลูกอย่างไร ใส่ปุ๋ยอย่างไรอีกต่อไป วันนี้จะต้องถามได้ว่าราคาเป็นอย่างไร ส่งออกไปเมืองนอกอย่างไรดี เรามีการพัฒนาอย่างไร วันนี้เราถอยหลังกลับมาเพื่อดูว่าสิ่งที่จะต้องทำต่อไปคืออะไร

ทั้งนี้ กยท.เองต้องมีส่วนสำคัญในการรักษาสมดุล กระทรวงพาณิชย์บอกเราว่าตลาดไหนต้องการ ความต้องการของโลกมีเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อราคา ต้องยอมรับว่าพี่น้องเกษตรกรในทุกวันนี้เข้าไปบริหารซัพพลาย ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับการเพาะปลูก ปลูกพืชผสมผสาน มีการปรับไปปลูกพืชอื่นที่กระทรวงพาณิชย์แนะนำ มีการปรับการปลูกจากความต้องการของตลาด

อาทิ ปลูกทุเรียน หรือโกโก้ ซึ่งเกษตรกรเองได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการตลาดด้วยดี นอกจากนี้ภาครัฐเองก็มีการวางโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว มีการทำเกษตรแปลงใหญ่ รวมกลุ่มเกษตรกร กยท.ก็มีการชะลอซื้อขายยาง อัดฉีดเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรชาวสวนยาง ไม่ต้องเข้ามาบริหารในเวลาเดียวกัน เพราะยางอาจจะต่างจากพืชอื่นที่มีผลผลิตทั้งปีและการบริหารได้ใกล้เคียงทำให้ราคามีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากนโยบาย Bio Economy ซึ่งเป็นโอกาสจากการขายคาร์บอนเครดิตเพราะยางปลูกเป็นครอปทำให้ต่อสู้กับการเเข่งขันได้ง่าย อีกทั้งยังมีรายได้จากทางอื่น บวกกับนโยบายประกันรายได้ สร้างรายได้คู่ขนาน เพื่อให้เกิดความสมดุล และ กยท.ยังอยู่ระหว่างทำแพลตฟอร์มซื้อขาย เทรดยางไม่ผ่านกลไก โดยขณะนี้การซื้อขายยังมีการพึ่งพิงอ้างอิงตลาดล่วงหน้า ขณะนี้ กยท.พยายามเปิดรูปแบบ ศึกษา เมื่อเกษตรกรเป็นอองเตอรเพรอเนอร์แล้ว ก็สามารถซื้อขายเองได้

ดังนั้น ราคายางปีนี้มีเสถียรภาพกว่าปีที่แล้ว และเทรนด์ยังเป็นอัพไซด์ อีกทั้งในตลาดโลกสต๊อกจีนลดลง 50% ประกอบกับปัจจัยความผันผวนราคาน้ำมัน เทรนด์น้ำมัน มีผลทั้งสิ้นต่อราคา และกลุ่มประเทศผู้ผลิตเองก็บอกกันว่าอาจจะเกิดชอร์ตซัพพลาย ราคาที่เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน บอกได้ว่าราคาอัพไซดฺ์แน่นอน

“ผมมองว่าราคายางปีนี้มีเสถียรภาพกว่าปีที่แล้ว และเทรนด์ยังเป็นอัพไซด์ อีกทั้งในตลาดโลกสต๊อกจีนลดลง 50% ประกอบกับปัจจัยความผันผวนราคาน้ำมัน เทรนด์น้ำมันจากยางสังเคราะห์ ประเทศผู้ใช้ดัชนี PMI สูง ดับเบิลวอลุ่มมีผลทั้งสิ้นต่อราคา ต้องบอกเลยว่ายางเป็นพืชที่มีอนาคตแน่นอน ไม่ใช่แค่ปีนี้

โดยกลุ่มประเทศผู้ผลิตเองก็บอกกันว่า 4-5 ปีนี้ อาจจะเกิดชอร์ตซัพพลายอีกระยะหนึ่ง เราก็พยายามคุยผู้ประกอบการให้ดี ทำงานกับเอกชน ดูแลซัพพลายเชนบริหารเรื่องนี้ให้ดี ส่วนราคาที่เพิ่มขึ้นจะมากน้อยแค่ไหน บอกได้ว่าราคาอัพไซด์ที่ดีแน่นอนและน่าจะได้อีกหลายปี”

ทั้งนี้ กยท.ไม่ได้บริหารเพียงเเค่เรื่องของราคา ยังได้บริหารร่วมกับเรื่องของรายได้ จึงได้ให้พี่น้องเกษตรกรลดความเสี่ยง ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชผสมผสาน และคาร์บอนเครดิตจะเป็นรายได้ 2 ทาง ถ้าโครงการนี้ได้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมแล้วยังมีรายได้รายวัน รายเดือน และการประกันรายได้อีก ในช่วงที่ราคาผันผวนจะมีรายได้เหล่านี้มาช่วย


สำหรับเรื่องของเทคโนโลยี กยท.ได้พยายามเปิดรูปแบบดิจิทัลมาได้เพื่อทำการเทรด เมื่อเกษตรกรเป็นอองเตอเพรอเนอร์แล้วก็สามารถดูตลาดเองได้ ซึ่งในเรื่องนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบเพื่อนำมาใช้ในอนาคตต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ