บี.กริม จับมือ ทรู นำเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G ร่วมพัฒนาสู่ธุรกิจพลังงาน

บี.กริม เพาเวอร์ จับมือ ทรู คอร์ปอเรชั่น ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลเพื่อธุรกิจพลังงาน เตรียมความพร้อมด้านดิจิทัลต่อยอดสู่การสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่

วันที่ 28 มีนาคม 2565 นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บี กริม ร่วมกับกลุ่ม TRUE พันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและระบบนิเวศดิจิทัล การร่วมมือครั้งนี้ เพื่อนำศักยภาพของเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G และเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างสรรค์นวัตกรรมล้ำสมัย เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าและพลังงานสะอาด พร้อมประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ยังสร้างคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป

ด้านนายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริการการเงินและบัญชีบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ คาดว่าจะเห็นการให้บริการร่วมกันในไตรมาส 2/65 โดยจะนำร่องบริการ Smart Building กับอาคารบี.กริมที่จะเป็นต้นแบบก่อน จากนั้นขยายไปลูกค้าอุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรม นำร่องในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง

ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งใช้พลังงานมากตลอดวัน ก็จะเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเริ่มนำรองทรูดาต้าเซ็นเตอร์ที่บางนาและแจ้งวัฒนะก่อน

สำหรับบริการ Smart Grid จะนำโครงข่าย 5G เข้ามาให้เกิดระบบนิเวศ และต่อยอดเป็น Energy Trading Platform ที่จะเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ลดปัญหาไฟฟ้าตก รวมถึงการให้บริการเกี่ยวกับรถไฟฟ้า (EV) ตัวสถานีชาร์จไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังสอดรับกับยุทธศาสตร์ของ บี.กริม ที่มุ่งมั่นพัฒนาโมเดลธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อรองรับ ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการขับเคลื่อนด้วยทีมงานคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวและสร้างคุณค่าให้กับสังคม พร้อมก้าวสู่บริษัทผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก

“ความร่วมมือกับกลุ่มทรูในครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของ บี.กริม ในการก้าวสู่องค์กรที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) ตามวิสัยทัศน์ของ บี.กริม ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี เพื่อสร้างประโยชน์สู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป”

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า BGRIM และ กลุ่ม TRUE จะทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ นำศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและดิจิทัลครบวงจรของกลุ่มทรู รวมทั้งอัจฉริยภาพของเครือข่ายทรู 5G ต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจและตอบโจทย์การใช้พลังงานทั้งในภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รองรับเทรนด์การใช้พลังงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทั้งในด้านการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานสะอาด และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตและใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย เติมเต็มวิสัยทัศน์และสนับสนุนพันธกิจของ BGRIM ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค

“จุดยืนของกลุ่มทรูในช่วงหลังที่ AI สามารถนำมาใช้งานในแต่ละภาคอุตสาหกรรมได้ขึ้น ทำให้เชื่อว่าการนำโครงสร้างพื้นฐาน การใช้งานดาต้า และโครงข่าย 5G จะเข้าไปช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถก้าวสู่ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ทั้งนี้ ความร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพนวัตกรรมดิจิทัลด้านพลังงาน ผ่านการขับเคลื่อนเทคโนโลยี 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วยพลังงานอัจฉริยะ ความร่วมมือในการศึกษาและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) เชื่อมโยงกระบวนการซื้อ-ขายไฟฟ้าทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน มุ่งสู่การเป็น Smart City และ Smart Energy-Smart Building

โดยมีอาคารอัจฉริยะและอาคารประหยัดพลังงานของ บี.กริม เป็นอาคารต้นแบบในการทดสอบระบบ ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การให้บริการลูกค้าภายนอกในอนาคต พร้อมพัฒนาโซลูชั่นสำหรับอาคารประหยัดพลังงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาด การนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อาทิ โซลูชั่น Property Integration System และ True Smart Energy ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ IOT ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G รวมถึงการออกแบบระบบภายในอาคารให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ หรือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ

2.การพัฒนาโครงการนวัตกรรมเทคโนโลยี 5G สร้างองค์ความรู้ ศึกษา และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม Smart Grid ผ่านเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G ที่จะยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าไทย ภายใต้แนวคิด Industrial 4.0, Facility 4.0 และ Smart Industrial Estate เพื่อให้บริการพลังงานที่มีคุณภาพและเสถียรภาพภายในพื้นที่สำนักงานและนิคมอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลของ บี.กริม

ซึ่งระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เป็นการผสานการทำงานของเทคโนโลยีสื่อสารและดิจิทัลเข้ากับระบบไฟฟ้าแบบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การส่ง และ การจำหน่ายไฟฟ้า จนถึงผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม

โดยใช้เทคโนโลยี IOT ในการผลิต การติดตั้ง และบำรุงรักษาที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังมีแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย (Predictive Analytics) เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้า และเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) ช่วยป้องกันชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ไม่ให้เกิดความเสียหาย พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการที่ดี สะดวก รวดเร็ว และยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้ตรงกับความต้องการและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.การพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่และการส่งเสริมสตาร์ตอัพในประเทศไทย ร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ ด้วยความร่วมมือกับ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ศูนย์กลางเทคและสตาร์ตอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ในการส่งเสริมสตาร์ตอัพผ่านกิจกรรม Hackathon ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน

ตลอดจนเปิดพื้นที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ จัดประชุมสัมมนาเชิงสร้างสรรค์ พร้อมโอกาสการลงทุนในสตาร์ตอัพที่อยู่ในระบบนิเวศของ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านดิจิทัล ที่จะยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานของไทยให้พัฒนาก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชั่นในการให้บริการพลังงานไฟฟ้าหลักหรือระบบไฟฟ้าสำรอง รวมถึงระบบจัดการความเย็นที่มีประสิทธิภาพ สำหรับศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ของทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ (ทรู ไอดีซี) ตลอดจนสร้างโซลูชั่นเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน เพิ่มสัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาด เพื่อส่งเสริมการประหยัดพลังงาน

พร้อมช่วยลดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินต์ในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ทรู ไอดีซี ในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และระบบคลาวด์ในประเทศไทยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Data Center) และมีความยั่งยืนในการส่งมอบบริการให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

อย่างไรก็ดี คาดว่าในครึ่งปีหลังของปี’65 น่าจะเห็นความชัดเจนในความร่วมมือที่เป็นรูปแบบชัดเจน ทั้ง 4 บริการ โดยมีความเป็นไปได้ น่าจะเห็นความร่วมมือบริการ Smart Energy พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, Smart Building ที่น่าจะ Joint Venture ใช้นวัตกรรมร่วมกัน

ส่วน Data Center ที่เป็นการสร้างโซลูชั่นเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน ที่คาดจะมีความชัดเจนได้ ส่วนความร่วมมือ Smart Grid ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เป็นเรื่องระยะยาวเพราะเป็นธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะร่วมมือในรูปแบบ Joint Venture เช่นกัน