เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
Tech น้ำท่วมต้องมี ‘ท่อ AI’ ท่อรางวัล James Dyson Award 2026
กองทัพ PLA สร้างศูนย์การบินใหม่ในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
World กองทัพ PLA สร้างศูนย์การบินใหม่ในสปป.ลาว นักวิเคราะห์ชี้ฐานทัพจีนแห่งแรกในอาเซียน
บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
Business บอร์ดการบินไทย สั่งปลด CEO ‘ชาย เอี่ยมศิริ’ ตั้ง สัมฤทธิ์ นั่งรักษาการ
บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
Biz Movement บ้านเราอบอุ่นที่สุด ‘วิว กุลวุฒิ’ โพสต์ภาพครอบครัวมารอรับถึงสนามบิน หลังลงเครื่องกลับถึงไทย
อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
Tech อลหม่าน บอร์ด กสทช. แตก 2 วง ชิงกำหนดวาระต่อเนื่อง ต่างอ้างความชอบด้วยกฏหมาย
โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Biz Movement โปรเซฟ-สาริศ เปรียบ “กอล์ฟเหมือนผู้หญิง บางวันดี บางวันก็ไม่ดี สุดท้ายเราก็รักเขา”
Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
Politics Thai PBS ย้ำความเป็นอิสระ ปมเสนอเปลี่ยน “ภาษีบาป” 2 พันล้านสู่งบรัฐ
BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
SD BlueQuest จับมือ โอโซ่-อมารี ภูเก็ต อบรมช่วยชีวิตสัตว์ทะเลเกยตื้น แจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน
ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
Business ไอคอนสยาม จัดแคมเปญ “FASHION ATTENTION เสิร์ฟลุคสับ รับซีซันใหม่”ตลอดเดือนต.ค.
งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
News งานวิจัยเผย “คนรอบตัว” มีผลต่อการเตรียมหนีน้ำ
ดูทั้งหมด

วิกฤต “ราชภัฏ” นศ.ลดฮวบบีบควบรวม

18 ส.ค. 2562 | 15:35น.
มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ราชภัฏทั่วประเทศป่วน รายได้หด-ต้นทุนเพิ่ม ทยอยปิดหลักสูตรภาคค่ำ-ภาคพิเศษวันหยุด ต้องสู้กับมหาวิทยาลัยดัง ชี้บางแห่งมี นศ.ใหม่ไม่ถึง 500 คน อาจต้องควบรวม-ปิดตัว ซ้ำขอขึ้นค่าเทอมก็ไม่ได้ งบประมาณจัดสรรก็ไม่พอจ่ายเงินเดือนพนักงานถึง 20 แห่ง

แหล่งข่าวจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏต่างได้รับผลกระทบจากจำนวนนักศึกษาที่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้สวนทางกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจากกรณีที่ สถาบันอุดมศึกษา ตัดสินใจออกนอกระบบ มีการขยายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยดังออกไปสู่ภูมิภาค ส่งผลให้นักศึกษาในพื้นที่หันไปเลือกเรียนในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยชั้นนำแทน

จากปัญหาข้างต้นผู้บริหารได้ประเมินถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยราชภัฏที่จะต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดใน 5 ประเด็นคือ

1) การจัดพื้นที่รับผิดชอบรับนักศึกษา (zoning) ในบางพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน

2) การปรับปรุงหลักสูตรที่เป็น “จุดแข็ง” เช่น คุรุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

3) ต้องทยอยปิดหลักสูตรที่เป็นเฉพาะศาสตร์ล้วน ๆ ที่ไม่มีผู้สมัครเรียน อย่างเช่น หลักสูตรวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ รวมถึงการปิดหลักสูตรภาคค่ำ ยกตัวอย่างเช่น ราชภัฏมหาสารคาม รวมถึงปิดการสอนในวันเสาร์-อาทิตย์

4) การ “ควบรวม” มหาวิทยาลัยราชภัฏในบางพื้นที่เข้าด้วยกัน รวมถึงหากพบว่ามีข้อจำกัดในการปรับตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีจำนวนนักศึกษา “แรกรับ” ไม่ถึง 500 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งนั้นจะมีความเสี่ยงสูงที่อาจต้องปิดตัวลงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สัญญาณของวิกฤตการศึกษาในครั้งนี้มีบางมหาวิทยาลัยราชภัฏได้นำเสนอปัญหาต่อสภามหาวิทยาลัย เพื่อขอปรับขึ้น “ค่าเทอม” ในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาให้น้อยที่สุด แต่สุดท้ายก็จะถูกสั่งให้ “ตรึงค่าเทอม” เอาไว้ เนื่องจากเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งเมื่อสำรวจอัตราค่าเทอมของมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งพบว่า อัตราค่าเทอมอยู่ในระดับใกล้เคียงกับวิทยาลัยอาชีวะ หรืออยู่ที่ประมาณ 6,500 บาท/เทอม และอาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำเมื่อเปรียบเทียบกับบางหลักสูตร ซึ่งอัตราค่าเทอมดังกล่าวไม่ได้สะท้อนต้นทุนการบริหารงานที่แท้จริง

“ต้องยอมรับว่า ภารกิจของแต่ละมหาวิทยาลัยมีความแตกต่างกัน อย่างราชภัฏมีหน้าที่ผลิตครูเป็นหลัก ก็ต้องเน้นหลักสูตรด้านนี้ แต่จะเห็นว่าตลาดการศึกษามีการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้หลายราชภัฏต่างทยอยเปิดหลักสูตรเหมือนกับมหาวิทยาลัยแห่งอื่น ๆ เพราะหวังว่าจะดึงนักศึกษาเข้ามาเรียนเพิ่มได้ แต่คู่แข่งในตลาดที่เขาดำเนินการมาก่อนก็ได้รับความนิยมแบบติดลมบนไปแล้ว ดังนั้นหากราชภัฏจะสู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดก็ย่อมแพ้แน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว

ด้าน ผศ.ดร.วิเชียร์ อินทรสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้สะท้อนปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นใน 2 ประเด็นคือ 1) การนำระบบ TCAS เข้ามาใช้ทำให้นักศึกษามีทางเลือกมากขึ้น และ 2) การขยายวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยดัง ๆ เข้ามาเป็น “คู่แข่ง” ในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ส่งผลให้ราชภัฏบางแห่งมีจำนวนนักเรียนลดลงสูงถึง 70% ทั้งนี้สำหรับคณะที่ยังได้รับความนิยมก็คือ คณะครุศาสตร์กับคณะศึกษาศาสตร์ ที่ในแต่ละปีต้องการนักศึกษาประมาณ 1,000 คน แต่มีผู้สมัครถึง 3,000 คน ส่วนสาขาที่ต้องปรับหลักสูตรให้ทันสมัยก็คือ คณะวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, การเกษตร และดนตรี โดยเฉพาะในคณะวิทยาศาสตร์ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

ยกตัวอย่าง การลดลงของนักศึกษาในราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาในคณะเศรษฐศาสตร์ เปิดรับนักศึกษา 50 คนมาสมัครเรียน 8 คน, สาขาอาเซียนศึกษาเปิดรับ 30 คนมาสมัครเรียน 6 คน, สาขาบรรณารักษ์เปิดรับ 30 คนมาสมัครเรียน 10 คน นับเป็นวิกฤตที่มองข้ามไม่ได้ และสถานการณ์อาจจะรุนแรงมาก สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏในพื้นที่ต่างจังหวัดที่จะต้องจับตามองว่า อาจจะมีการแก้ไขเหมือนในอดีตนั่นคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏที่อยู่ใกล้เคียงกันอาจจะต้องเกิดการ “ควบรวม” กันขึ้น

ทั้งนี้ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ยังได้ลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาในพื้นที่ใกล้เคียงกันรวม 70 แห่ง พบว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจำนวนนักเรียนลดลงถึง 50% แบ่งออกเป็นระดับประถมศึกษาลดลง 50% หรือจากเดิมที่มีนักเรียนอยู่ที่ 200 คน/เทอมก็ลดลงเหลือ 50 คน/เทอม ระดับมัธยมลดลง 30% หรือจากเดิมที่มีนักเรียน 1,000 คน/เทอม ลดลงเหลือ 400 คน/เทอม

ล่าสุดมีรายงานข่าวเข้ามาว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏรวม 20 แห่งได้ทำหนังสือแจ้งปัญหาของราชภัฏในขณะนี้ไปถึงนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อหาทางแก้ไขปัญหากรณีการได้รับจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจ้างของพนักงาน “ไม่เพียงพอ” เนื่องจากสำนักงบประมาณได้จัดสรรงบฯปี 2562 ไม่พอที่จะจ่ายเป็นเงินเดือนพนักงานของมหาวิทยาลัย (เดือนสิงหาคม-ตุลาคม) หรือยังขาดอีกราว 406.69 ล้านบาท และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อของบฯกลางมาแก้ไขปัญหาก่อน

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!