เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตลาดกังวลอุปทานตึงตัวจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม ตลาดกังวลอุปทานตึงตัวจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 68,700 บาท
อนุทิน คุยนักลงทุนสหรัฐฯ ขายระบบนิเวศไทยพร้อมรับธุรกิจใหม่ – Data Center 
Politics อนุทิน คุยนักลงทุนสหรัฐฯ ขายระบบนิเวศไทยพร้อมรับธุรกิจใหม่ – Data Center 
SET จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing เชื่อมทุนไทย-สหรัฐ
Finance SET จับมือ NYSE ปูทาง Dual Listing เชื่อมทุนไทย-สหรัฐ
เสนาฯ หนุนรัฐคุมติดตั้งโซลาร์ ชี้นโยบาย”ล้านหลังคา” ติดกับดัก “ตลาด-กู้ไม่ผ่าน”
Real Estate เสนาฯ หนุนรัฐคุมติดตั้งโซลาร์ ชี้นโยบาย”ล้านหลังคา” ติดกับดัก “ตลาด-กู้ไม่ผ่าน”
ค่าเงินบาทวันนี้ (25 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (25 ก.ย. 69) เปิดตลาด 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
นายกฯ ขึ้นเวที UNGA ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ”
Politics นายกฯ ขึ้นเวที UNGA ย้ำจุดยืน “ปฏิรูปสหประชาชาติ”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (25 ก.ย. 69) ปรับลง 0.06% อยู่ที่ 84,427 เหรียญสหรัฐ
ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
Real Estate ผังเมือง กทม.ใหม่ เปิดพื้นที่พัฒนาเมือง บูมทำเลทอง “กรมที่ดิน” เบรกลดขนาดบ้าน-เพิ่มโควตาต่างชาติ
ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (25 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ไอติม พริษฐ์ ปั้นแอปฯ “StartDee” ให้เด็กไทย เรียนฟรีช่วงเลื่อนเปิดเทอม

20 เม.ย. 2563 | 16:09น.

หลังจากมีการประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พ.ค. เป็นวันที่ 1 ก.ค. ทำให้ช่วงเวลาในการเรียนรู้ของเด็กไทยกว่า 8 ล้านคน ขาดหายไป “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอรุ่นใหม่ ของบริษัท เอ็ดดูเคชั่น เทคโนโลยี จำกัด บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อการศึกษา จึงเร่งพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้านการศึกษาชื่อ “StartDee” ขึ้นมาเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนในทุกวิชา ทุกระดับชั้น ผ่านสมาร์ทโฟนของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา ภายใต้การเรียนการสอนในรูปแบบ “Personalized Learning” โดยเตรียมปลดล็อคให้เรียนฟรีในช่วงโรงเรียนเลื่อนเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ดดูเคชั่น เทคโนโลยี จำกัด เผยว่า StartDee ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการ ส่งเสริม และใช้ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศกว่า 8 ล้านคน สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงที่สุด เพราะที่ผ่านมามักจะเห็นถึงความแตกต่าง และไม่เท่าเทียมกันของผลลัพธ์ และประสบการณ์การเรียนการสอนในแต่ละโรงเรียน เปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างง่ายคือ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงขนาดใหญ่ มีผลการเรียนที่เทียบเท่ากับโรงเรียนชั้นนำระดับโลก ในขณะที่โรงเรียนขนาดเล็กกว่า 15,000 แห่ง อาจจะขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน หรือคุณครูที่มีไม่เพียงพอสำหรับทุกระดับชั้น เช่นบางโรงเรียน ครูหนึ่งคน ถูกคาดหวังให้สอนหลายวิชาพร้อมกันเป็นต้น StartDee จึงถูกพัฒนาขึ้นมาให้เป็นเหมือน “Netflix ของการศึกษาไทย” ให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนในทุกวิชา ทุกระดับชั้น

“เหตุผลที่ เปรียบให้เป็นเสมือน Netflix เพราะจะดูว่าผู้เรียนแต่ละคนมีทักษะอยู่ระดับใด แล้วจะเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมของเด็กแต่ละคน ให้เหมือน Netflix ที่แนะนำซีรีส์แนวที่เราเข้าชมบ่อยครั้ง โดย StartDee ได้มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบ Personalized Learning ปรับการเรียนรู้ให้เข้ากับเด็กแต่ละคน ช่วยแนะนำลำดับของวิดีโอ และปรับความยากง่ายของคำถามหรือเนื้อหาบทเรียน ตามความถนัด และพัฒนาการของเด็กนักเรียน วิธีการนี้จะทำให้เด็กมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเรียนได้ ตามวิธีของตนเอง และจะมีการวัดผลนักเรียน เป็นรายงานประจำเดือนว่าเด็กมีความเข้าใจกับเนื้อหาที่เรียนหรือไม่”

“พริษฐ์” กล่าวอีกว่า StartDee เกิดขึ้นจากคำว่า Study ที่หมายถึง การเรียน แต่เมื่อถามนักเรียนไทยว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับคำว่า Study มักจะพบว่า รู้สึกเครียด กดดัน จึงได้เปลี่ยนเป็น StartDee ที่หมายถึงการเริ่มต้นที่ดี โดยมีหัวใจสำคัญของการพัฒนา คือวิสัยทัศน์ “A Good Start For All ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ผ่าน StartDee ได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะต้องครอบคลุม 3 เรื่องหลักคือ

1.ทุกคน – จะต้องมีค่าสมาชิกต่ำ ที่ผู้ปกครองพึงพอพอใจ ตั้งเป้าที่ 300-400 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มเมื่อเทียบกับการเรียนเสริมแบบอื่น ที่สำคัญยังเข้าถึงทุกระดับชั้น ตั้งแต่ ป.1-ม.6

2.ทุกวิชา – ครบถ้วนด้วยเนื้อหาของทุกวิชาในโรงเรียน และเนื้อหาพัฒนาทักษะด้านอื่นที่จำเป็นในชีวิต เช่น ทักษะการวางแผนทางการเงิน ทักษะดิจิทัล ความรู้ด้านเพศศึกษา สิ่งแวดล้อม พลเมืองศึกษา ฯลฯ ทั้งในรูปแบบวิดีโอ แบบฝึกหัด หรือข้อสอบจำลอง มีโน้ตสรุปบทเรียน

3.ทุกระบบ – มีความเสถียร และง่ายต่อการใช้งาน ทุกระบบ ทุกหน้าจอมือถือ และแท็บเล็ต

อย่างไรก็ตาม แอปฯ อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง เมื่อการเลื่อนเปิดเทอมของโรงเรียนได้สร้างความกังวลให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง เนื่องจากปีการศึกษาที่ถูกบีบให้แคบลง รวมถึงข้อสังเกตจากสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ว่าการขาดหายจากการเรียนรู้ไป 6 สัปดาห์ อาจส่งผลให้ความรู้ของนักเรียนหายไปถึงครึ่งปีการศึกษา เรียกว่าปรากฏการณ์ Summer Slide (การถดถอยการศึกษา) และยิ่งไปกว่านั้นปฏิทินการศึกษา ที่จะไม่มีการปิดเทอมระหว่างเทอม 1 กับ เทอม 2 ทำให้เด็กที่อยู่ในช่วงต่อการศึกษาอย่างชั้น ม.3 และ ม.6 ถูกลดเวลาทบทวนเนื้อหาก่อนสอบ

เพราะฉะนั้นการศึกษาเป็นเรื่องที่รอไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องรอ StartDee จึงเร่งพัฒนาแอปฯ เปิดให้นักเรียนได้เรียนฟรีก่อนในระยะแรก ช่วงที่ถูกเลื่อนเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. เป็นต้นไปจนถึงเปิดเทอม ผ่านโครงการ “School For All” ที่ประกอบไปด้วย 3 บริการคือ

1.FREE Self-Learning ปลดล็อกให้เด็กเข้าเข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนทุกส่วนในแอปพลิเคชั่นฟรี ในลักษณะของการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านวิดีโอและแบบฝึกหัด โดยเนื้อหาจะครอบคลุมทุกวิชาหลักในระดับชั้นของมัธยมศึกษา (ตั้งแต่ พ.ค.) และประถมศึกษา (ตั้งแต่ มิ.ย.) ไม่มีค่าสมัครรายเดือน

2.FREE Online Class จัดการสอนเจาะลึกเพิ่มเติมทุกวันฟรีโดยครูชั้นนำในแต่ละวิชา ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 9.00 น. – 12.00 น. ผ่านการไลฟ์สตรีมในแอปพลิเคชั่น สำหรับนักเรียนระดับชั้นที่มีความต้องการมากที่สุด เช่น ม.6 และ ม.3 เร่งด่วนที่สุด

3.FREE Internet with AIS ร่วมมือกับเครือข่ายมือถือที่เอไอเอส เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการเรียนการสอนให้กับเด็กไทยอย่างมีคุณภาพทั่วประเทศ

ในส่วนการร่วมมือกับ AIS ซึ่งเป็น Digital Infrastructure โครงข่ายดิจิทัลพื้นฐานหลักของประเทศ ที่มาในบทบาทของผู้ให้บริการด้าน Digital Life Service Provider ในการร่วมสร้างสรรค์บริการและคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ด้านการศึกษาให้กับเด็กไทย ผ่านศักยภาพเครือข่ายดิจิทัลอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และดิจิทัลแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง พร้อมส่งมอบบริการและคอนเทนต์ด้านการศึกษานี้แก่เด็กไทยทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างง่ายขึ้น และทั่วถึง

“เบญจพร กำเพ็ชร” หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวถึงบทบาทของเอไอเอสในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาเด็กไทย ว่า เอไอเอส มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนการศึกษาของเด็กและคนไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าความรู้ถือเป็นต้นทุนที่สำคัญที่จะสามารถต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อสังคม และต่อประเทศชาติได้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะทำให้หลายๆ อย่างเปลี่ยนไป แต่เรามั่นใจว่า หลังจากสถานการณ์สงบลงการเรียนออนไลน์จากที่บ้าน จะเป็น New Normal ที่ทุกคนคุ้นชิน ดังนั้นการได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มากความสามารถอย่างแอปพลิเคชัน StartDee ถือได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยยกระดับการศึกษาให้เข้าถึงคนไทยทุกกลุ่มด้วยเทคโนโลยีจากทางเอไอเอส

 

โดย AIS จะมีการพัฒนา Platform การเรียนการสอนผ่าน AIS Play ผ่าน Education Channel เข้ามาอยู่ใน AIS Play ทำให้เข้าหาเนื้อหาเข้าถึงเนื้อหาได้มากขึ้น โดยไม่ว่าจะใช้เครือข่ายอะไรแค่ติดตั้งแอปฯ AIS Play ก็สามารถรับชมเนื้อหาย้อนหลังได้ ทั้งยังสนับสนุนเรื่องอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา ฟรีดาต้า เข้าถึงการเรียนการสอนบนแอป StartDee เป็นเวลา 3 เดือน (เริ่มตั้งแต่ 15 พ.ค. เป็นต้นไป) สำหรับผู้ที่ใช้ ZEED SIM จาก เอไอเอส วัน-ทู-คอล ทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ โดย AIS เปิดให้ลงทะเบียนรับซิมฟรี ผ่านทางแอป StartDee ด้วย และจะร่วมพัฒนาคอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับดิจิทัล นวัตกรรม และเทคโนโลยี โดยบุคลากรของเอไอเอสที่มีความรู้และประสบการณ์ในด้านดิจิทัลและเครือข่าย จะเข้ามาร่วมสร้างสรรค์เนื้อหาความรู้ด้วยกัน

ทั้งนี้ “พริษฐ์” ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เราอยากให้การศึกษาไทยก้าวหน้า และทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม เพราะปัญหาโดยรวมที่เราพบปัจจุบัน อย่างแรก คือ กำลังจ่ายของแต่ละครอบครัวส่งผลต่อทางเลือกของเด็ก หรือเด็กบางคนมีทางเลือกโดยพ่อแม่สนับสนุนให้เรียนพิเศษเพิ่มเติม ส่วนตัวมองว่าเด็กกลุ่มนี้ต้องสูญเสียบางอย่าง เช่น เวลา, เงิน, ความสุขร่วมกับเพื่อน และครอบครัว เป็นต้น

“หรือถ้ามองถึงปัญหาระดับประเทศ เราก็ยังไม่แน่ใจว่าการศึกษาที่มีอยู่ มันดีจริงหรือไม่ เพราะมีสถิติที่ย้อนแย้งกันอยู่สองอย่างคือ เมื่อเปรียบเทียบจำนวนชั่วโมงเรียนของเด็กไทยกับต่างประเทศ เด็กไทยถือว่าเรียนหนักที่สุดของโลก ถึง 1,200 ชม. ต่อปี หรือบางคนเรียนพิเศษก็อาจจะเพิ่มอีก 600 ชม.ต่อปี แม้เรียนหนักเพียงใด แต่เมื่อดูการวัดผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ของเด็กแต่ละประเทศ ประเทศไทยอยู่อันดับครึ่งล่างของตาราง แม้แต่ผลเปรียบเทียบในประเทศอาเซียนปีล่าสุดไทยยังตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอยู่อันดับ 5-7 เพราะฉะนั้นปัญหาภาพรวมนี้ StartDee พยายามจะเป็นส่วนหนึ่งแก้ไข ทำยังไงให้ภาพการศึกษาไทยดีขึ้น ทุกคนเข้าถึง เรามองว่ามันคือจุดเริ่มต้นที่ดีของทุกคน”

สามารถโหลดแอปพลิเคชั่นด้านการศึกษา StartDee ได้ผ่าน Google Play Store และ App Store ตั้งแต่พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป โดยเปิดให้เรียนฟรีทุกเนื้อหาตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและวันเปิดตัวแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการได้ที่ เฟซบุ๊ก startdeethailand และ http://startdee.com