เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยเบฟ หนุนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอล สู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028
Biz Movement ไทยเบฟ หนุนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอล สู้ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2028
พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
Economic พชร แนะไทยเกาะกระแสโลก 4 แนวทาง กำกับ Ai
VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
Automotive VOYAH เปิดตัว DREAM 9 เอ็มพีวีหรู ขายในจีนราคาเริ่มต้น 2.08 ล้านบาท
กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
Economic กนอ. ฟรีค่าเช่า 2 ปี นิคม Smart Park เร่งดึงทุนไฮเทคเข้า EEC
ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,450 บาท
ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่  ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่ ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงแข่งขันกีฬาขี่ม้า ประเภทศิลปะบังคับม้า
พาณิชย์ลุยดินแดงตรวจนอมินี เจอแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 ราย ส่งดำเนินคดี
Economic พาณิชย์ลุยดินแดงตรวจนอมินี เจอแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 ราย ส่งดำเนินคดี
รองนายกฯ หนุน WFA บรรเทาปัญหา จนท.ชั้นผู้น้อย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง-น้ำท่วม
Politics รองนายกฯ หนุน WFA บรรเทาปัญหา จนท.ชั้นผู้น้อย ท่ามกลางวิกฤตน้ำมันแพง-น้ำท่วม
GWM-SAIC ถูกชวนขยายลงทุนไทย พาณิชย์ดันชิ้นส่วน EV ในประเทศหนุนฮับภูมิภาค
Economic GWM-SAIC ถูกชวนขยายลงทุนไทย พาณิชย์ดันชิ้นส่วน EV ในประเทศหนุนฮับภูมิภาค
ดูทั้งหมด

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกหลักสูตรแพทย์ 2 ปริญญา ไทย-อังกฤษ

11 ส.ค. 2563 | 17:01น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต 7 ปี 2 ปริญญา ไทย-อังกฤษ มุ่งเน้นสร้างแพทย์มีทักษะนักวิทยาศาสตร์ รับมือโรคอุบัติใหม่ในอนาคต เปิดสอนรุ่นแรกแล้วเมื่อไม่นานนี้

จากการอุบัติของโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดทั่วโลก ส่งผลให้วงการแพทย์ต้องเร่งสปีดในการปรับตัวการเรียนรู้โรคใหม่ ๆ ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความมุ่งมั่นพัฒนางานด้านการแพทย์ ของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเล็งเห็นว่าประเทศไทยยังขาดแคลนแพทย์ที่จะรับมือกับโรคอุบัติใหม่ในอนาคตอันใกล้ จึงทรงมีพระดำริให้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้เป็น “วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ – ววจ.” (HRH Princess Chulabhorn College of Medical Science) แห่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และพัฒนา “หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563)”

หลักสูตรดังกล่าวมีความโดดเด่นและแตกต่าง เพราะเป็นหลักสูตร 7 ปี 2 ปริญญา ที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยยูซีแอล (University College London – UCL) มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ในสหราชอาณาจักร เพื่อมุ่งเน้นการศึกษาการแพทย์แห่งอนาคต เปิดสอนนักศึกษาแพทย์รุ่นแรกแล้วเมื่อไม่นานนี้

การเรียนการสอนแบบแนวตั้ง

“ศ.นพ.นิธิ มหานนท์” เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ กล่าวว่า หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563) ของ ววจ. มุ่งเน้นสร้างแพทย์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม มีทักษะวิชาชีพที่เป็นเลิศ และรู้จักคิดค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ใหม่ เป็นแพทย์ที่มี ‘หัวใจไทย ปัญญาสากล’ เพื่อการพัฒนาประเทศ

“ปัจจุบันมีโรคใหม่ ๆ เกิดขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแพทย์ในอนาคตที่เราต้องการคือ แพทย์ที่สามารถแก้ไขปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นได้ มีความคิดวิเคราะห์และมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์ในตัว และถึงแม้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในการวินิจฉัยโรคมากขึ้น แต่แพทย์ต้องมีความแตกต่างจากเทคโนโลยี คือมีความเป็นมนุษย์และความเมตตากรุณา ดังนั้นกล่าวได้ว่า แพทย์ในอนาคตต้องเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และมีความเมตตากรุณาเป็นพื้นฐานหลักในจิตใจ”

หลักสูตรนี้มีวิธีการเรียนการสอน การประเมิน และการติดตามผลด้วยมาตรฐานสากล ทั้งยังจัดการเรียนการสอนแบบแนวตั้ง ที่มีการเรียนรู้จากตำราเรียน สื่อออนไลน์ และการปฏิบัติ โดยนับตั้งแต่อาทิตย์แรกของการเรียนนักศึกษาจะได้เรียนรู้จากการทำงานจริงของแพทย์ในการดูแลคนไข้ ซึ่งนับว่าเป็นการเรียนการสอนแบบใหม่ที่ต่างจากที่อื่น

เราได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายสถาบันการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสถานฝึกปฏิบัติทางคลินิกหลักในหลักสูตรนี้ ทั้งมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโรงพยาบาลร่วมสอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2 ปริญญา ไทย-อังกฤษ

เมื่อถึงชั้นปีที่ 4 นักศึกษาแพทย์ไทยจะได้ไปเรียนและทำงานวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่มหาวิทยาลัยยูซีแอล สหราชอาณาจักร เป็นเวลา 1 ปี โดยมี 23 สาขาที่หลากหลายให้นักศึกษาได้เลือกเรียนตามที่สนใจ ทำให้ได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการทำงานเป็นทีม ซึ่งนักศึกษาจะได้รับประสบการณ์ตรงมากกว่าการเรียนแบบท่องจำแบบเดิม

“ศ.นพ.นิธิ” กล่าวว่า บัณฑิตแพทย์ที่จบการศึกษา 7 ปี จะได้รับ 2 ปริญญา คือ ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (พบ.) – MD จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และปริญญา iBSc จากมหาวิทยาลัยยูซีแอล โดยแนวคิดของ 2 ปริญญาเกิดจากการที่องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทรงเสด็จไปต่างประเทศและได้พูดคุยกับทางมหาวิทยาลัยยูซีแอล เรื่องการส่งนักศึกษาแพทย์ไทยไปศึกษาและทำงานวิจัยร่วมกัน เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ไทยมีความรู้กว้างขวางขึ้น เรียนรู้เรื่องการวิเคราะห์ การวิจัย รวบรวมข้อมูลและรู้จักการแก้ไขปัญหา จนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

“ตอนนี้มีนักศึกษาในหลักสูตรนี้และเป็นรุ่นแรกจำนวน 32 คน นักศึกษาที่เข้ามาเรียน ต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามเกณฑ์มาตรฐาน ผ่านการสอบเรื่องภาษา เขียนพอร์ตโฟลิโอและผ่านการสอบสัมภาษณ์ โดยมีทุนการศึกษาของรัฐบาลสนับสนุนการเรียนในหลักสูตร เมื่อเรียนจบ 7 ปี มีการใช้ทุนทำงานรับใช้ประเทศเหมือนกันใช้ทุนทั่วไป โดยจะทำงานที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หรือโรงพยาบาลอื่น ๆ ก็ได้”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บุคลากรทางการแพทย์ที่ทาง ววจ. ต้องการผลิตจะแตกต่างจากที่อื่น คือ เป็นแพทย์ที่มีความเป็นผู้นำทีม มีความรับผิดชอบต่อคนไข้ โดยคุณหมอหนึ่งท่านจะสามารถดูแลและโฟกัสอาการของผู้ป่วยหนึ่งคนได้แบบองค์รวม เบ็ดเสร็จครบวงจร โดยไม่ต้องแยกไปรักษาทีละแผนกหากไม่จำเป็น รู้จักรักษาโรค รักษาใจ รักษาคน รวมถึงรู้จักคิดค้นคว้าวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สนองต่อพระปณิธานองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

กรณีศึกษาโรคโควิด-19

สถานการณ์โควิด-19 ทำให้รู้ว่าประเทศไทยมีระบบพื้นฐานสาธารณสุขและอาสาสมัครประจำหมู่บ้านที่เข้มแข็ง และถือเป็นคีย์เลิร์นนิ่งสำหรับประเทศไทย เพราะยังมีหลายส่วนที่ต้องปรับให้ดีขึ้น

“ศ.นพ.นิธิ” อธิบายว่า โควิด-19 เป็นโรคใหม่ที่ยังไม่มีคำแนะนำในตำรา ถึงที่ผ่านมามีคนทำการศึกษาวิจัยเรื่องโรคระบาดเยอะมาก แต่การจัดเก็บข้อมูลในประเทศไทยกระจัดกระจายไปอยู่หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งแต่ละหน่วยงานทำงานไม่เชื่อมต่อกันดีเท่าที่ควร

“แพทย์ยุคใหม่ ๆ ต้องมีความร่วมมือระหว่างวิชาชีพ เพื่อคิดวิเคราะห์หาตัวยาใหม่ ๆ มารักษาโรคอุบัติใหม่ที่จะเกิดขึ้น มีแนวคิดการทำงานร่วมมือกันอย่างจริงจัง และประเทศไทยต้องพัฒนาการเก็บข้อมูลที่เป็นศูนย์กลาง ซึ่งความร่วมมือมีความสำคัญต่อการตั้งรับกับสถานการณ์ที่แย่กว่านี้ หากโรคระบาดกลับมาใหม่และอยู่กับเราเป็นระยะเวลานาน”

นับว่าหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563) ของ ววจ. เป็นหลักสูตรที่จะบ่มเพาะแพทย์ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง รู้จักวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เป็นทั้งแพทย์และเป็นนักวิทยาศาสตร์