สุเทพ : ขอมีอายุ 80 เท่าพระพุทธเจ้า “สร้างรัฐบาล-ทำงานถวายพระมหากษัตริย์”-
สัมภาษณ์พิเศษ
ประสบการณ์ 40 ปีบนสังเวียนการเมืองของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาธิการ กปปส. ถูกนำมาก่อร่าง-ขึ้นโครงพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งแถวหน้า
แม้ข้อกล่าวหา “ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ” ของนายสุเทพ จะเป็น “จุดอ่อน” ของ รปช. แต่ “สุเทพ” แก้เกม-ออกตัวว่าจะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง-ในพรรคการเมือง เป็นเพียงพี่เลี้ยง-โค้ชบ่มเพาะนักการเมืองใหม่-ความคิดใหม่
ปั้นนักการเมืองใหม่
“เราต้องการสร้างนักการเมือง-สร้างคนใหม่ ๆ เพื่อความต่อเนื่อง และให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ต้องการอดีต ส.ส.จากพรรคการเมืองใด” นายสุเทพพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ก่อตั้ง-นักเรียนการเมืองรุ่นพิเศษ กว่า 70 คน
เขายกตัว-ยกยอ “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” ว่าที่หัวหน้าพรรค-หัวหน้านักเรียนรุ่นแรก ว่าเป็นผู้มีความรู้-ความสามารถ เคยเป็นข้าราชการที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในยุคสมัยที่ผ่านมา
“เป็นถึงอธิบดี ปลัดกระทรวง อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ แต่เมื่อท่านตัดสินใจเข้ามาร่วมทำงานการเมืองกับประชาชน ท่านก็เริ่มศึกษาข้อเท็จจริง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน และสมัครมาเป็นนักเรียนโรงเรียนการเมืองในวันนี้ด้วย”
“ก่อนหน้านี้ ท่านไปภาคอีสานกับผม ไปนั่งฟังประชาชน เขาพูดให้ฟังถึงความฝัน ความตั้งใจที่ประชาชนคาดหวังที่จะได้รับจากรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคการเมือง นักการเมืองจะต้องเป็นผู้นำไปปฏิบัติ”
“ท่านไปคุยกับชาวสวนยาง ชาวนา กลุ่มแม่บ้านที่นั่งทำงานหัตถกรรมสร้างสินค้าโอท็อป ท่านไปนั่งรับประทานอาหารมังสวิรัติกับชาวสันติอโศกทั้งสามมื้อ”
“เราต้องการนักการเมืองแบบนี้ นักการเมืองที่ฟังประชาชน พร้อมจะเรียนรู้ พร้อมจะทำงานการเมืองบนพื้นฐานของความเป็นจริงอย่างมีเหตุมีผล”
สร้างพรรคการเมืองประชาชน
เขาเลกเชอร์ประวัติศาสตร์การเมืองกว่า 8 ทศวรรษ ถึงความจำเป็นของการตั้ง “พรรคการเมืองประชาชน” เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ก่อนจะยัดคำตอบใส่มือนักเรียนโรงเรียนการเมืองรุ่นพิเศษในห้องว่า “ไม่เคยมีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนที่แท้จริงเลยในประเทศไทย จึงเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งทางการเมือง”
“ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมา 86 ปี อำนาจในทางการเมืองที่แท้จริงไม่เคยอยู่ในมือประชาชน ประชาชนจะมีอำนาจทางการเมืองได้วันนี้มีหนทางเดียว คือ สร้างพรรคการเมืองของตัวเอง”
“ประชาชนต้องควบคุมพรรคการเมืองได้ เป็นคนกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ กำหนดนโยบายของพรรคการเมือง คุมบุคลากรทางการเมืองทุกระดับ ให้มั่นใจว่าประชาชนมีพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ประชาชน”
“ตราบใดที่ยังไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนคาดหวังยากว่าพรรคการเมืองเหล่านั้นจะมาทำงานให้ตามที่ประชาชนต้องการ”
มีกลุ่มจ้องเปลี่ยนระบอบ
เขาชี้ให้เห็นว่า องค์ประกอบสำคัญสำหรับพรรคการเมืองของประชาชน ประการแรก ประชาชนที่จะมารวมตัวกันเป็นพรรคการเมืองต้องมีความคิด-อุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกันเสียก่อน และออกมาเป็นอุดมการณ์พรรค 7 ประการ
“สุเทพ” ให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ข้อที่ 1 การปกป้อง-เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่าง “สุดชีวิตและจิตใจ”
“แม้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่เราต้องมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระมหากษัตริย์ต้องมีพระราชอำนาจอยู่ส่วนหนึ่ง ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านคือต้องมีหุ้นอยู่ ไม่ใช่หมดไปอย่างที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการ”
“ผมเคยพูดอภิปรายไว้ว่า คุณทักษิณอยากเป็นประธานาธิบดี คุณทักษิณฟ้องผมข้อหาใส่ร้าย ป้ายสี สู้กัน 3 ศาล ผมชนะ เขาอยากเห็นประเทศเป็นสาธารณรัฐ ไม่ต้องการมีพระมหากษัตริย์”
“พูดกันในเชิงวิชาการ ไม่ใช่การหาเสียง ตั้งแต่ผมออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชนตั้งแต่ปี 2556-2557 ผมพูดบนเวทีทุกคืน ผมไม่เคยพูดเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะหัวใจของคนไทย นักการเมืองอย่างเรา ไม่ต้องการโหนเจ้า เราไม่ต้องการอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการต่อสู้ทางการเมือง คนที่มาร่วมชุมนุมเป็นแสน เป็นล้าน ไม่เคยพูด แต่อยู่ในใจทุกคน”
“สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญยิ่งใหญ่ ไม่มีพระมหากษัตริย์เราอาจเป็นไทยเหนือ ไทยใต้ ไทยอีสาน ปี’52 ปี’53 มีคนขึ้นป้ายเลยว่า จะแยกประเทศเป็นประเทศล้านนา มีความคิดอย่างนี้มาโดยตลอด”
เขาตอกย้ำความสำคัญของอุดมการณ์ข้อแรกว่า เหตุการณ์วิกฤตทางการเมืองหลายครั้ง เช่น 14 ตุลาฯ พฤษภาฯ 35 ถ้าไม่มีพระมหากษัตริย์ คงเกิดสงครามกลางเมือง จบไม่ลง ไม่รู้จะตายกันอีกเท่าไร ใครจะยุติได้ก็ด้วยพระบารมี
ทำงานรับใช้สถาบันกษัตริย์
“ผมเชื่อมั่นว่าในใจของคนไทยทั้งหลาย วันนี้ตั้งความหวังไว้สูง เชื่อมั่นสูง ว่าในรัชกาลปัจจุบัน ประเทศไทยจะรุ่งโรจน์ เจริญก้าวหน้า ประชาชนคนไทยจะมีความสุข มีคนจำนวนมากที่ตั้งใจจะทำตัวเป็นพสกนิกรที่ดี ทำงานรับใช้พระองค์ท่าน”
“สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องได้รับการปกป้อง เทิดทูน คนไทยต้องจงรักภักดี จึงเป็นอุดมการณ์ข้อแรกของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เพราะความคิดของคนไทยเป็นอย่างนี้ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์”
เขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงทักษิณ ชินวัตร ที่เขามองเป็นศัตรูตัวฉกาจ-สัญลักษณ์ระบอบทักษิณที่เขาประกาศเป็นภารกิจหลักของการร่วมก่อตั้งพรรค
“คุณทักษิณที่เขาตั้งพรรคการเมืองประสบความสำเร็จ เพราะเขาเล่นกับกิเลสของประชาชน เป็นการเมืองที่ไม่มีธรรมะ ไม่คิดถึงความถูกต้อง” จนเป็นที่มาของอุดมการณ์ข้อที่ 2 คือ การเมืองต้องเป็นธรรมาธิปไตย
“คุณทักษิณพยายามชวนผมไปอยู่พรรคด้วย ไปถึงบ้านผม 4-5 หนที่ภาคใต้ คุยกันหลายเรื่อง และมีหลายเรื่องที่ไม่เห็นด้วย สิ่งหนึ่งที่คุณทักษิณคิด คือ ประชาชนต้องให้เป็นหนี้เยอะ ๆ เพราะจะทำให้คนทำงานหนักขึ้นเพราะมีหนี้”
ประชาชนเป็นนายทุนพรรค
นักการเมืองรุ่นเก๋า-อดีต ส.ส. และรัฐมนตรีหลายสมัย ถอดบทเรียนทางการเมืองก่อนกลั่นออกมาเป็นอุดมการณ์ข้อที่สาม ว่า ประชาชน คือ หัวใจของระบอบประชาธิปไตย อำนาจเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นใหญ่ เป็นผู้ชี้อนาคตของประเทศ-ชี้ทิศทางให้นักการเมืองเดิน
“คนที่เป็นสมุนบริวารของคุณทักษิณยอมติดคุกแทน ยอมเสียชีวิต ขายชีวิตรับใช้เพราะเงินดี คนพวกนี้จึงกำกับการเมืองได้ สั่งนักการเมืองได้ จึงเป็นอันตรายต่อประเทศไทย”
“ถ้าวันนี้จะทำให้บ้านเมืองปลอดภัย จะให้พรรคการเมืองปลอดจากการถูกครอบงำ แทรกแซงโดยเจ้าของทุน เจ้าของเงินจากผู้มีอิทธิพล ก็ต้องให้ประชาชนเป็นคนลงทุนเอง”
“น่าปลื้มใจ ไปอีสานหลายรอบได้เห็นด้วยตาตัวเองว่า ตื่นเต้น ตื่นตัว ตื่นรู้ ในทางการเมืองมาก และมีใจที่จะสนับสนุนพรรคเรา จะทำอย่างนี้ต่อไปทุกภาค ทุกจังหวัด ไปหาสมาชิกในแต่ละเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขต”
“สาขาพรรคประจำจังหวัดจะเป็นผู้กำหนดตัวบุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค ประชาชนนอกจากกำหนดตัวผู้บริหารพรรคแล้ว ยังกำหนดคนที่จะเป็นผู้แสดง เป็นตัวแทนประชาชน”
“เราไม่ได้ตั้งพรรคการเมืองเฉพาะกิจเฉพาะกาล เลือกตั้งคราวนี้แล้วก็จบ เราต้องอยู่เคียงข้างระบอบประชาธิปไตย เพราะนี่คือพรรคการเมืองของประชาชน”
ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองมากกว่า 40 ปี เขาฟันธงว่า ทุกยุค-สมัยรัฐบาลจะอยู่ได้-อยู่ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้หรือไม่ โดยชูเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหางเสือประเทศ
“ประชาชนพร้อมที่จะเดินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมายึดถือเป็นวิถีชีวิต-แนวทางปฏิบัติ และเดินทางสายกลาง จึงเป็นหน้าที่ของพรรคที่จะขีดเส้นความพอเพียงขึ้นมา เท่าไร-แค่ไหน ถึงเรียกว่า พอเพียง”
“วันข้างหน้าหากเราได้ ส.ส. 70-100 คน ถูกชวนไปร่วมรัฐบาล ขอดูแลกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อช่วยประชาชนตามแนวทางนี้ได้”
สู้จนกว่าประเทศปลอดภัย
เขาเชื่อว่าเดินมาถูกทางแล้ว และจะสู้ไปจนกว่าประเทศจะอยู่รอดปลอดภัย-เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถึงแม้ระบอบทักษิณจะตาย-เกิดใหม่เป็นพรรคการเมืองชื่อใดก็ตาม
“ผมขอมีอายุถึง 80 ปี เท่ากับพระพุทธเจ้า ผมจึงยังมีเวลาอีก 10 ปีครึ่ง อย่างน้อยก็ช่วยพรรคนี้ได้อีก 2 สมัย ยังเป็นโค้ชได้อีก 2 รอบ พอแล้ว เพื่อส่งต่อให้รุ่นต่อไป ท่านไม่ใช่ตัวประกอบ ท่านทั้งหลาย คือ ตัวจริง เป็นตัวแสดงที่สำคัญของพรรคนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม”
“วันนี้ต้องทำตัวเป็นพสกนิกรที่ดีของพระเจ้าอยู่หัว ทำงานถวายพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านกำลังนำพาประเทศฝ่าวิกฤตนี้ไป วันนี้ต้องสร้างรัฐบาลที่รับใช้-สนองพระราชปณิธานพระเจ้าอยู่หัว”
“เมื่อเรามีอุดมการณ์เพื่อพระมหากษัตริย์ ต้องชักชวนมาทำหน้าที่เพราะเป็นความอยู่รอดของประเทศไทย เป็นองค์กรที่เข้มแข็งและตอบกับประชาชนได้ว่า ไม่ต้องออกมาอีกแล้ว และต่อสู้ในระบบ”
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
