คลังดันกฎหมาย “ดิจิทัลไอดี” ยืนยันตัวตนตั้งบอร์ดคุมลุ้นใช้กลางปี’62-
คลังดันกฎหมายดิจิทัลไอดี พิสูจน์-ยืนยันตัวตนผ่าน “แพลตฟอร์ม” ชี้ NDID ที่ “แบงก์-ประกัน-เครดิตบูโร” ลงขันตั้งขึ้นมาต้องขออนุญาต รมว.ดีอีก่อนเปิดให้บริการผ่านระบบ คาดกลางปีหน้าเริ่มใช้งานได้
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล พ.ศ. …(ร่าง พ.ร.บ. Digital ID) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ประกอบด้วย 1) พัฒนาโครงข่ายระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล
2) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมทั้งกำกับดูแลผู้ให้บริการ และ 3) ยกระดับการให้บริการของหน่วยงานของรัฐ
ทั้งนี้ เหตุผลการเสนอร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากการทำธุรกรรมหรือการทำนิติกรรมสัญญาหลายประเภทในระบบเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีการพิสูจน์ตัวตน การให้ความยินยอม การลงลายมือชื่อ หรือการแสดงเจตนาของผู้ทำธุรกรรมดังกล่าว และในอดีตที่ผ่านมา การพิสูจน์ตัวตนมักจะให้ผู้ใช้บริการ (ผู้ทำธุรกรรม) ต้องไปแสดงตนต่อผู้ให้บริการ เช่น หน่วยงานราชการ ธนาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล เป็นต้น พร้อมส่งเอกสารหลักฐานในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน จึงทำให้เกิดความไม่สะดวก และเป็นภาระต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ
“ภายใต้กฎหมายนี้ ต่อไปประชาชนจะสามารถเปิดบัญชีธนาคารหรือขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์จากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องไปแสดงตนที่สาขาของธนาคารพาณิชย์” นางสาวกุลยากล่าว
โดยหลังจากนี้ กระทรวงการคลังจะผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ทันก่อนจะปิดรับพิจารณากฎหมาย และหากกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ก็น่าจะเริ่มมีการใช้ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลนี้ได้ในช่วงประมาณกลางปี 2562 ซึ่งในการให้บริการระบบ ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง หรือ platform ต้องได้รับอนุญาตจาก รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ. Digital ID กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (บอร์ด Digital ID) ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อกำกับดูแลโครงข่าย เพื่อให้กระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วน และผู้ใช้บริการซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
โดยบอร์ด Digital ID มีอำนาจหน้าที่ แบ่งได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1) กำกับดูแล platform ที่ให้บริการ
2) กำกับดูแลระบบทำการแทน (proxy server) ซึ่งเป็นการให้บริการระบบทำการแทนแก่ผู้ที่ประสงค์จะเข้าสู่ platform ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ไม่มีมาตรฐานทางเทคโนโลยีเพียงพอ เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับ platform ผ่าน proxy server ได้ และ 3) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัจจุบันทางภาคธุรกิจการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) และธุรกิจประกัน ได้มีการลงขันกันจัดตั้งบริษัท เนชั่นแนล ดิจิทัล ไอดี (NDID) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่แพลตฟอร์มการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเมื่อกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ก็จะต้องมีการขออนุญาตจาก รมว.ดีอีด้วย
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
