เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แฮกเกอร์ถล่มตู้แช่ยุโรป DITP เตือนผู้ส่งออกอาหารไทยรับมือ Cold Chain สะดุด
Economic แฮกเกอร์ถล่มตู้แช่ยุโรป DITP เตือนผู้ส่งออกอาหารไทยรับมือ Cold Chain สะดุด
เงินเฟ้อ ต.ค. พุ่ง 3.90% น้ำมันดันเกือบ 56% พาณิชย์คงเป้าทั้งปี 1.8-2.2%
Economic เงินเฟ้อ ต.ค. พุ่ง 3.90% น้ำมันดันเกือบ 56% พาณิชย์คงเป้าทั้งปี 1.8-2.2%
หุ้นไทยเปิดดิ่ง 20 จุด DELTA ฉุดหนัก ลุ้น 1,470 เอาอยู่ไหม
Finance หุ้นไทยเปิดดิ่ง 20 จุด DELTA ฉุดหนัก ลุ้น 1,470 เอาอยู่ไหม
คปภ. ดัน AI พลิกโฉมประกันภัย ลดต้นทุน-เคลมไว ลุ้นบริการใหม่ปี’70
Finance คปภ. ดัน AI พลิกโฉมประกันภัย ลดต้นทุน-เคลมไว ลุ้นบริการใหม่ปี’70
คิมี อันโตเนลลี แชมป์โลกอายุน้อยที่สุดของ F1
Automotive คิมี อันโตเนลลี แชมป์โลกอายุน้อยที่สุดของ F1
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
Finance หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Finance เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Political 101 การเมือง โคตรโหด
Politics Political 101 การเมือง โคตรโหด
ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
Biz Movement ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
ดูทั้งหมด

สารพัดปัญหา ศก.จีน นอกจาก “สงครามการค้า”-

15 พ.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจ

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ภาพของเศรษฐกิจจีนโดยรวม ๆ แล้วถือว่ายังขยายตัวได้อยู่ แม้ว่าจะเป็นการขยายตัวในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายปีก็ตามทีสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลให้สินค้าออกของจีน มูลค่ารวม 200,000 ล้านดอลลาร์ ถูกเรียกเก็บภาษีขาเข้าโดยทางการอเมริกันเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ดูเหมือนจะยังไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ในเวลานี้ หากยึดถือตามตัวเลขปริมาณการส่งออกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาที่ยังขยายตัวแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้นถึง 16 เปอร์เซ็นต์

แต่สภาพการณ์ดังกล่าวอาจเปลี่ยนไปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในทางหนึ่งเป็นเพราะเมื่อถึงสิ้นเดือนธันวาคม พิกัดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าจีนเหล่านั้นของสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่ยังไม่มีการทำความตกลงใด ๆ กันเกิดขึ้น

ปัญหาดังกล่าวเพียงลำพังอาจไม่กระทบต่อเศรษฐกิจของจีนโดยรวมมากนัก เว้นเสียแต่ว่าจีนเองในยามนี้มีสารพัดปัญหาคาราคาซังที่ยังแก้ไม่ตกอยู่ก่อนแล้วมากมาย และพิกัดภาษีของสหรัฐที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของจีนในอนาคตอันใกล้ ยิ่งจะทำให้หลายปัญหาที่มีอยู่ก่อนแล้วเหล่านั้นหนักหนาสาหัสมากยิ่งขึ้นไปอีก

เกราร์ด เบิร์ก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารเนชั่นแนล ออสเตรเลีย ระบุว่า ปัญหาใหญ่สุดของจีนในเวลานี้ก็คือ ปัญหาหนี้ ที่ยิ่งนับวันยิ่งพอกพูนเพิ่มขึ้นทุกที จนเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจรวมทั้งหมดของจีนแล้ว ปริมาณหนี้ในระบบการเงินของจีนในเวลานี้สูงกว่าขนาดเศรษฐกิจไปหลายเท่าตัวแล้ว

หนี้สินเหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกถมลงไปกับการก่อสร้างสะพาน ถนน และสาธารณปโภคอื่น ๆ ซึ่งถือว่ามีผลตอบแทน แต่ยังมีอีกจำนวนมหาศาลที่ไปลงเอยอยู่ในส่วนที่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต อย่างเช่น ไปตกอยู่กับกิจการวิสาหกิจขนาดใหญ่ทั้งหลาย ในขณะที่ภาคเอกชนที่มีพลวัตสูงกว่ากลับไม่ได้รับประโยชน์เท่าใดนัก

โมเดลการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนนั้นพึ่งพาหนี้สินสูงมาก ดังนั้นในปลายปีที่ผ่านมา เมื่อทางการจีนพยายามแก้ปัญหาระดับหนี้สูงเช่นนี้ซึ่งกลายเป็นที่มาที่ทำให้เศรษฐกิจชะงัก ขยายตัวในระดับต่ำสุดในรอบหลายปีอยู่ในเวลานี้

ภาวะหนี้สูง ในขณะที่เศรษฐกิจชะลอการเติบโต ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนไม่เชื่อว่า คำประกาศของทางการจีนที่ว่าจะปฏิรูปภาคการเงินของตนให้เข้าสู่มาตรฐานตะวันตก จะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เหตุผลก็คือ ถ้าทำกันจริง ๆ บรรดารัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่งรัฐบาลของมณฑลท้องถิ่นหลายแห่ง จะตกอยู่ในสภาพเหมือนคนสำลักน้ำในทันที

เควิน ไหล นักเศรษฐศาสตร์ของไดวา แคปิตอล มาร์เก็ต วาณิชธนกิจชื่อดังระบุว่า ถ้าตัดสินเชื่อเหล่านี้ออกไปผลกระทบในทางลบหลายอย่างจะเกิดตามมา ตั้งแต่การชุมนุมประท้วง การลอยแพแรงงาน และที่หนักหนาคือ การล้มละลาย ซึ่งเป็นภาพที่ทางการจีนเองไม่อยากเห็นอย่างยิ่ง

ในเวลาเดียวกันนั้น จีนยังมีปัญหาไม่น้อยเรื่องค่าเงินหยวน ที่ได้รับแรงกดดันจากสภาพเศรษฐกิจของจีนเอง บวกกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา ทำให้อ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ นับตั้งแต่มกราคมนี้เท่านั้น

เงินหยวนอ่อนค่าลง ช่วยการส่งออกของจีนเพราะทำให้สินค้าจีนราคาถูกลง เป็นการดูดซับผลกระทบจากสงครามการค้าได้ก็จริง แต่ที่ผ่านมาการอ่อนค่าลงมากและเร็วก็เคยก่อปัญหาหนักให้จีนมาแล้วในช่วงระหว่างปี 2015-2016 เพราะทำให้นักลงทุนพากันหอบเงินลงทุนหนีออกจากตลาดจีน กดดันจนทางการจีนต้องใช้เงินทุนสำรองมหาศาลมาพยุงค่าเงินของตัวเอง

มนู ภาสการัณ นักวิเคราะห์ของเซนเทนเนียล เอเชีย ระบุว่า ทางการจีนเริ่มกลับมาแทรกแซงตลาดเงินอีกครั้งแล้วในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เหตุผลเป็นเพราะการอ่อนค่าของเงินหยวนอาจวนเป็นวัฏจักรไม่สิ้นสุดได้ เพราะยิ่งหยวนอ่อนค่าลง เงินยิ่งไหลออกมากขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินให้อ่อนค่าลงต่อเนื่องไปอีกนั่นเอง

ปัญหาสุดท้าย คือ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในสามภาคธุรกิจที่สดใสที่สุดในปีนี้ของจีน เริ่มแสดงให้เห็นถึงภาวะ “ฟองสบู่” เช่นเดียวกัน

ไอเดน เยา นักเศรษฐศาสตร์ประจำแผนกเศรษฐกิจใหม่ของแอกซา อินเวสต์เมนต์ แมเนเจอร์ชี้ว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ๆ เริ่มส่งสัญญาณดังกล่าว ด้วยการปรับลดราคาลงขนานใหญ่ เมื่อดีมานด์เริ่มถดถอยแล้ว

ดิเร็ค ซิสเซอร์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจีนจากสถาบันอเมริกันเอ็นเตอร์ไพรส์ชี้ว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาฉับพลันที่ส่งผลให้เศรษฐกิจวูบลงทันทีทันใด แต่ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาเรื้อรังซึ่งรวมถึงปัญหาการเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ที่ทางการจีนแก้ปัญหา “ช้าไป และน้อยเกินไป” อยู่ในเวลานี้

ซิสเซอร์ยืนยันต่อไว้ชัดเจนอย่างยิ่งว่า เศรษฐกิจไหนก็ตามที่ชราภาพเกินไป เป็นหนี้สินมากเกินไป ไม่มีวันเติบใหญ่ขยายตัวแน่นอน

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”