เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Economic CPF ชู 3 ทายาทธุรกิจเกษตร เปลี่ยนประสบการณ์รุ่นก่อนสู่ฟาร์มยุคใหม่
Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
Tech Meta เพิ่มฟีเจอร์ ‘ผู้ช่วย’ ครีเอเตอร์ เสิร์ฟไอเดียทำคอนเทนต์-คิดบทตอบคอมเมนต์แฟนคลับ
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” จ่อบินเอเชียเดินเกมล้อมเกาหลีเหนือ นักวิเคราะห์ คาด “คิมน้อย Rocket man” กดปุ่มขีปนาวุธรัวๆ อีก

06 ต.ค. 2560 | 08:16น.

ความบ้าคลั่งของ “เกาหลีเหนือ” กลายเป็นหายนะประจำคาบสมุทรเกาหลี ปัจจุบันลุกลามกลายเป็นปัญหาของโลก เป็นเหตุทำให้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องแสดงแสนยานุภาพตอบโต้อยู่เรื่อย ๆ ขณะที่ “เอเชีย” ถือว่าเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงต่อสหรัฐ ทั้งในแง่ทางการทูตและเศรษฐกิจ

รอยเตอร์สรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดเดินทางเยือนภูมิภาคเอเชียระหว่าง 3-14 พฤศจิกายนนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยทรัมป์จะเดินทางเยือนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์

แม้ว่าโฆษกทำเนียบขาวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในการเดินทางเยือนแต่ละประเทศ แต่ทั้งซีเอ็นเอ็นและวอชิงตันโพสต์ ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ จะเดินทางเยือนญี่ปุ่นในวันที่ 5 พฤศจิกายน และพบปะกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน

ขณะที่นักวิเคราะห์จากซีเอ็นเอ็น ระบุว่าไม่มีอะไรน่าสงสัยเกี่ยวกับเหตุผลในการเยือนเอเชียของนายทรัมป์ ซึ่งมีขึ้นตามวัตถุประสงค์ต้องการโน้มน้าวนานาประเทศให้ร่วมมือกันทำให้คาบสมุทรเกาหลีเป็นเขตปลอดนิวเคลียร์ ที่ผ่านมาทรัมป์แสดงจุดยืนชัดเจนกับ “ยุทธศาสตร์โดดเดี่ยวเกาหลีเหนือ” กับเวทีโลกมาตลอด

ความเสี่ยงที่อาจรุนแรงขึ้นตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้ ที่เชื่อว่าประธานาธิบดี คิม จอง อึน อาจจะทำการยั่วยุในประเด็นขีปนาวุธต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมนี้ ที่เป็นวันครบรอบก่อตั้ง “พรรคแรงงานเกาหลีเหนือ” วันที่ 18 ตุลาคม จีนจะจัดการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์

นักวิเคราะห์มองว่า เหตุรุนแรงอาจมาจากแรงส่งที่รัฐบาลจีนร่วมคว่ำบาตรเกาหลีเหนือตามคำเรียกร้องของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทั้งออกคำสั่งปิดบริษัทเกาหลีเหนือที่ทำธุรกิจในจีน ภายใน 120 วันนับตั้งแต่วันที่มติของยูเอ็น เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ จีนยังได้จำกัดปริมาณการส่งออกก๊าซธรรมชาติไปยังเกาหลีเหนือ ตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

ซึ่งวงในคาดว่าการจำกัดปริมาณน้ำมันในครั้งนี้น่าจะลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันในเปียงยางพุ่งขึ้นถึง 20% และคาดว่าจะยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ ในวันที่ 22 ตุลาคมจะมีการเลือกตั้งสภาใหม่ของญี่ปุ่น หลังจากที่นายกฯ อาเบะ ประกาศยุบสภาเมื่อ 28 กันยายน โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการขอฉันทานุมัติครั้งใหม่ในการแก้วิกฤตภัยคุกคามของเกาหลีเหนือ

นักวิเคราะห์มองว่า นัยที่น่าสนใจของการเยือนเอเชียในครั้งนี้ คือ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเมินนโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” ของ นายบารัก โอบามา กลับหันมาสร้างมิตรภาพกับประเทศในเอเชียมากขึ้น นอกจากการหาแนวร่วมกดดันเกาหลีเหนือ ยังมุ่งหาประโยชน์ในแง่ของเศรษฐกิจด้วย เห็นได้จากการที่ทรัมป์ ยืนยันจะเข้าร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก

(เอเปก) ที่เวียดนาม และร่วมการประชุมสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ฟิลิปปินส์ แสดงถึงการรักษาตำแหน่ง “ตำรวจโลก” ซึ่งเป็นฉายาที่นานาประเทศต่างเรียกแทนสหรัฐอเมริกามาตลอด

“การเติบโตของเศรษฐกิจโลกหลังจากนี้ ล้วนมาจากแถบเอเชียเป็นหลัก การที่ทรัมป์ยกเลิก ความร่วมมือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก TPP ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง อาจเพราะต้องการเจรจาการค้าเป็นรายประเทศไป ซึ่งการมาเยือน 5 ประเทศในเอเชียครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าเอเชียยังมีความสำคัญต่อสหรัฐ และเป็นก้าวแรกสู่การปรองดองความสัมพันธ์ที่ดี” นักวิเคราะห์อาวุโสกล่าว