พลิกมุมมอง “เวียดนาม” จากคู่แข่งเป็นคู่ค้าสำคัญ-
คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก
โดย ขวัญใจ เตชเสนสกุล EXIM Bank
จากมูลค่าส่งออกของไทยในช่วง 8 เดือนแรก ปี 2560 ที่ขยายตัว 8.9% หากพิจารณาในรายละเอียด มีสิ่งที่สะดุดตาผู้เขียนอย่างมาก คือมูลค่าส่งออกของไทยไปเวียดนาม ที่ปัจจุบันเวียดนามได้ก้าวขึ้นเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 6 ของไทย ตามหลังแค่ตลาดส่งออกหลักเดิมอย่างจีน สหรัฐ ญี่ปุ่น EU และฮ่องกง และกลายเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยในอาเซียน ซึ่งถ้าหากย้อนหลังกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ในปี 2555 เวียดนามขณะนั้นยังเป็นเพียงตลาดส่งออกอันดับ 10 ของไทย และเป็นอันดับ 4 ในอาเซียน ตามหลังทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์
ทราบกันดีว่า เวียดนามมีเศรษฐกิจขยายตัวสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ที่ระดับ 6-7% ต่อปี ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยไปเวียดนามตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม และยานยนต์ ที่ได้อานิสงส์จากรายได้และกำลังซื้อของชาวเวียดนามที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่โตเร็วดังกล่าวแล้ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังมีปัจจัยเร่งที่ขับเคลื่อนให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญของไทยที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ได้แก่
การยกระดับภาคการผลิตของเวียดนามสู่การเป็นฐานการผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง จากในปี 2555 ที่เศรษฐกิจเวียดนามยังคงพึ่งพาอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานเป็นหลัก โดยเฉพาะสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ด้วยสัดส่วนราว 15% ของมูลค่าส่งออกรวม
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเวียดนามที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ประกอบกับจำนวนแรงงานที่มีมาก ทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศที่เนื้อหอมที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับนักลงทุนต่างชาติ โดยหลายบรรษัทข้ามชาติชื่อดังของโลกย้ายฐานการผลิตเข้าไปยังเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ และปิโตรเคมี ทำให้โครงสร้างภาคการผลิตและส่งออกของเวียดนามเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2560 สินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ได้กลายเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของเวียดนาม ด้วยสัดส่วนกว่า 30% ของมูลค่าส่งออกรวม ขณะที่สินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกและเคมีภัณฑ์ แม้จะยังมีสัดส่วนไม่มากแต่มูลค่าส่งออกก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากโครงสร้างการผลิตของเวียดนามที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยไปเวียดนาม โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าทุนและวัตถุดิบขั้นกลาง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เป็นประตูการค้าสู่ตลาดจีน นับตั้งแต่ประธานาธิบดี เจิ่น ด่าย กวาง ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเวียดนามในช่วงต้นปี 2559 ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเวียดนามเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะด้านการค้าที่จีนและเวียดนามมีนโยบายร่วมกันในการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน ผ่านมาตรการต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนน คลังสินค้าบริเวณชายแดน รวมถึงด่านชายแดน ไปจนถึงการทำข้อตกลงการค้าชายแดนเวียดนาม-จีน (Vietnam-China Border Trade Agreement) ในปี 2559 เพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าบริเวณชายแดน
ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ทำให้เวียดนามกลายเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญจากไทยสู่ตลาดจีน โดยเฉพาะผลไม้ที่ได้ประโยชน์จากระยะเวลาขนส่งที่เร็วขึ้น ทั้งนี้ มูลค่าส่งออกผลไม้จากไทยไปเวียดนามปี 2559 และช่วง 8 เดือนแรกปี 2560 ขยายตัวสูงถึง 68% และ 231% ตามลำดับ จนทำให้ผลไม้เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปเวียดนาม ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกส่งต่อไปยังจีน
ประจักษ์พยานดังกล่าว ทำให้ภาพการมองเวียดนามในฐานะของการเป็น “คู่แข่ง” กำลังพลิกโฉมไปสู่เวียดนามในฐานะ “คู่ค้าสำคัญ” ที่เด่นชัดขึ้นในเกือบทุกกลุ่มสินค้า ตั้งแต่สินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทุน ไปจนถึงวัตถุดิบขั้นกลาง เช่นเดียวกับโอกาสด้านการลงทุนที่ยังเปิดกว้าง โดยเฉพาะปัจจุบันที่เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนโครงสร้างภาคการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง
ซึ่งหลายอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือปิโตรเคมี เป็นต้น
Disclaimer : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM Bank