ขายตรงเกาะกระแสโซเชียล สร้างเครือข่ายหนุนตลาดโต-
ขายตรงลุ้นพลิกโผโต 2% สวนเศรษฐกิจ แตะ 95,000 ล้านบาท หลังแบรนด์เก่า-ใหม่หันพึ่งโซเชียลช่วยสร้างรับรู้-เครือข่ายขยายช่องทางปั้นยอดขายทำหน้าใหม่ผุดเป็นดอกเห็ด ด้านนักขายได้กระแสอาชีพอิสระดึงวัยทำงานอายุ 25-35 ปีตบเท้าสมัครเพียบ คาดดันตลาดปีหน้าโตต่อเนื่อง
นางสุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงไทยปีนี้มีโอกาสเติบโต 2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 95,000 ล้านบาท ฟื้นตัวจากปี 2559 ซึ่งเติบโตเพียง 1% ลดลงจากปี 2558 ที่โต 2-3% ด้วยแรงหนุนจากกระแสนิยมอาชีพอิสระที่ดึงวัยรุ่น วัยทำงาน อายุ 25-35 ปีเข้ามาเป็นนักขาย พร้อมกับการนำโซเชียลเน็ตเวิร์ก อาทิ ไลน์และเฟซบุ๊กมาใช้สร้างเครือข่ายเพิ่มโอกาสการขาย เช่นเดียวกับกระแสสุขภาพซึ่งผลักดันกลุ่มสุขภาพโดยเฉพาะอาหารเสริมเติบโตต่อเนื่องจนมีสัดส่วน 30% เป็นกลุ่มใหญ่ของตลาด ในขณะที่สินค้าแฟชั่นและหนังสือความนิยมลดลง
ส่วนผลกระทบจากแชร์ลูกโซ่เริ่มลดลงเพราะผู้บริโภคมีความเข้าใจมากขึ้น
ขณะเดียวกันตามความสะดวกจากการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กนี้ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มจำนวนรวดเร็วจนการแข่งขันสูงขึ้นเช่นกันเนื่องจากสามารถสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์และสินค้า รวมถึงสร้างเครือข่ายนักขายได้ง่ายแบบวันสต๊อปเซอร์วิส อีกทั้งยังมีต้นทุนต่ำกว่าการใช้สื่อหลักมาก
สำหรับทิศทางในปีหน้าเชื่อว่าเทรนด์นี้จะหนุนให้ตลาดมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นอีกหากไม่มีปัญหาเศรษฐกิจ และในช่วงไตรมาส 4 ปี 2563 สมาคมเตรียมจัดงานประชุมขายตรงโลก “WFDSA 2020 World Congress” คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน จากทั่วโลก สร้างเม็ดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท
สอดคล้องกับเทรนด์ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีที่แล้วมูลค่าตลาดแต่ละประเทศต่างมีการเติบโตนำโดยอินโดนีเซียเติบโตถึง 10% มาอยู่ที่ 1,184 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยฟิลิปปินส์โต 5% เป็น 1,248 ล้านเหรียญสหรัฐ และสิงคโปร์โต 3.5% เป็น 384 ล้านเหรียญสหรัฐ มีเพียงเวียดนามที่หดตัว 2.5% เหลือ 427 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากอยู่ระหว่างการแก้ กม.เกี่ยวกับธุรกิจขายตรง