เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
Business ‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
World ‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
Tech ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
Economic การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
Politics อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
Politics อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
ดูทั้งหมด

ประกาศขาย “นิวคาสเซิล” สะท้อนอะไรในโลกลูกหนัง-

25 ต.ค. 2560 | 07:00น.

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

 

ยุคนี้เป็นยุคทองสำหรับธุรกิจกีฬาในยุโรป หรือที่เรียกกันว่าเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับบรรดานักลงทุนและนักธุรกิจมือเติบทั้งหลาย นักธุรกิจจากเอเชีย, ตะวันออกกลาง, อเมริกา หรือแม้แต่ในยุโรปเองต่างเข้ามาลงทุนในโครงสร้างของวงการฟุตบอลมากหน้าหลายตา แต่ถึงหิ้วกระเป๋าหนักจนเข้ามาบริหารงานได้ก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จไปซะทุกราย

ไมค์ แอชลี่ย์

ธุรกิจกีฬาไม่เหมือนธุรกิจทั่วไป แต่เป็นธุรกิจทางวัฒนธรรมที่มีมิติด้านอารมณ์ลึกไปกว่ารูปแบบอื่น บางครั้งทีมประสบความสำเร็จแต่แฟนบอลอาจเกลียดผู้บริหาร บางครั้งทีมไม่ประสบความสำเร็จแต่แฟนบอลอาจรักผู้บริหารก็ได้ ถ้าพูดถึงนักลงทุน/เจ้าของสโมสรที่แฟนบอลเกลียดที่สุดในลีกอันดับต้นของยุโรป ต้องมีชื่อ ไมค์ แอชลี่ย์ เจ้าของสโมสรนิวคาสเซิลรวมอยู่ด้วย

ไมค์ เพิ่งประกาศขายสโมสรอย่างเป็นทางการช่วงกลางเดือนตุลาคม นักลงทุนผู้ก่อตั้งธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์กีฬาในอังกฤษเมื่อปี 1982 เคยตกเป็นข่าวเตรียมขายสโมสรที่มีฐานแฟนบอลเหนียวแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษตั้งแต่ต้นปีย้อนกลับไปถึงปี 2008 และ 2009 ซึ่งสถานการณ์ไม่ดึงดูดนักลงทุนนักหลังทีมตกชั้น แต่ท้ายที่สุด นักธุรกิจก็ยังเป็นนักธุรกิจ เขาเลือกช่วงเวลาขายอย่างเหมาะเจาะทีเดียว

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดในแวดวงกีฬามองว่า ช่วงเวลาที่ไมค์เลือกขายสโมสรค่อนข้างดีต่อผลประโยชน์สำหรับไมค์ ในดีลนี้ ทีมเพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาผลงานโดยรวมก็ไม่เลว รักษาพื้นที่กลางตารางได้อยู่

กระแสข่าวจากสื่ออังกฤษเชื่อว่าไมค์ต้องการขายให้ได้ราคาระหว่าง 300-380 ล้านปอนด์ก่อนช่วงคริสต์มาสปีนี้ ขณะที่นักการตลาดประเมินมูลค่าสโมสรอยู่ที่ 200-300 ล้านปอนด์ ซึ่งอาจไม่ได้ทำให้ไมค์เก็บกำไรเข้ากระเป๋าเป็นตัวเลขมากนัก โดยก่อนหน้านี้ไมค์ซื้อสโมสรมาเมื่อปี 2007 เขาควักกระเป๋าจ่าย 134.4 ล้านปอนด์เท่านั้น

ตลอดระยะเวลาบริหาร นิวคาสเซิล ตกชั้น 2 ครั้ง กลยุทธ์การบริหารที่ไม่ถูกใจแฟนมีตั้งแต่พยายามเปลี่ยนชื่อสนามเก่าแก่ จาก เซนต์ เจมส์ ปาร์ก เป็นชื่อ สปอร์ต ไดเร็กต์ อารีน่า ตามชื่อแบรนด์ของบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้น ซึ่งสร้างเสียงวิจารณ์อย่างหนักจนไมค์ยอมถอย เปลี่ยนชื่อสนามกลับมาเป็นชื่อดั้งเดิม ไปจนถึงการปฏิบัติต่อสื่อ การหาผู้จัดการทีมอย่าง โจ คินเนียร์ ซึ่งขัดหูขัดตาแฟนบอล และข้อครหาจำกัดงบฯเสริมทีมซึ่งมักทำให้ทีมสตาฟโค้ชบ่นเรื่องการเสริมทีมว่าไม่เป็นไปตามที่สัญญาบ่อยครั้ง

หลังจาก ราฟเอล เบนิเตซ คุมทีมเลื่อนชั้นจากเดอะแชมเปี้ยนชิปขึ้นมาไม่ถึงปี ไมค์ก็ตกเป็นข่าวขายสโมสร จนช่วงปลายปี ไมค์สั่งการให้สโมสรประกาศเจตจำนงของเขาอย่างเป็นทางการ เมื่อประกอบกับกรอบเวลาที่ตัวแทนด้านกฎหมายของเขาเปิดเผย เท่ากับว่าไมค์มีท่าทีเร่งรัดขายสโมสรและเจรจากับกลุ่มทุนที่พร้อมเข้ามาลงทุนต่อ

ตลอด 10 ปีภายใต้การบริหารงานของ ไมค์ แอชลี่ย์ แฟนบอลทีมสาลิกาดงแทบอกแตกตายกับเจ้าของสโมสรรายนี้ จะมีแค่อย่างเดียวที่พอชดเชยก็เพียงการรักษาสถานะการเงินสโมสรอยู่ในเกณฑ์ดี และสไตล์การเชียร์ทีมแบบถึงไหนถึงกัน โดยแฟนบอลมักเห็นไมค์สวมเสื้อแข่งไปยืนบนอัฒจันทร์ ต่างกับมาดผู้บริหารรายอื่นที่ต้องสวมสูทธุรกิจนั่งอยู่บนพื้นที่ วี.ไอ.พี.

การทำงานของไมค์สะท้อนภาพการลงทุนในธุรกิจกีฬายุคใหม่พอสมควร มหาเศรษฐีหลายรายทั้งทีมใหญ่และเล็กมีสถานะไม่ต่างจากไมค์ คือเสียงสาปแช่งดังกว่าเสียงเชิดชู

ตระกูลเกลเซอร์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ซาฮิด ข่าน ของฟูแล่ม, จอห์น เฮนรี่ ของลิเวอร์พูล, สแตน โครเอนเค่ ของอาร์เซนอล และอีกหลายรายที่เข้ามาทำแฟนบอลปวดหัว ขณะที่ด้านหนึ่งพวกเขาเข้ามาลงทุนก็ย่อมต้องหวังผลตอบแทน แต่บางรายสูบรายได้ไปจากสโมสรมากกว่ายอมลงทุนเพื่อสร้างความสำเร็จโดยที่แฟนบอลซึ่งควักเงินสนับสนุนทีมรักยังอ้าปากค้างรอคอยโอกาสสัมผัสแชมป์ร่วมกับทีมโปรดอยู่

นี่คือมิติทางธุรกิจที่ลึกกว่าธรรมชาติธุรกิจประเภทอื่นพอสมควร ที่ผ่านมานักธุรกิจรายใหญ่หลายรายขายสโมสรด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป บางครั้งก็มีคนที่ยอมรับว่าไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้และยินยอมถอยหลังออกมา เปลี่ยนสถานะตัวเองเป็นผู้ถือหุ้นร่วม

แต่ช่วงหลังวงการฟุตบอลกลายเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับมหาเศรษฐี ที่เล็งหว่านเมล็ดเพื่อหวังผลเพียงอย่างเดียว ช่วงต้นปีบริษัทสปอร์ต ไดเร็กต์ เพิ่งประกาศผลประกอบการที่พบว่า รายได้หดถึง 60% การขายสโมสรของไมค์อาจไม่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจโดยตรง แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งนักธุรกิจส่วนใหญ่รู้ดีว่าฟุตบอลยุคใหม่คือโลกการเงิน ถ้ากระเป๋าไม่หนักพอ โอกาสสู้กับทีมใหญ่หัวตารางแทบริบหรี่ กลยุทธ์สำหรับสโมสรระดับกลางเลยกลายเป็นเข้ามาลงทุน พยายามสร้างทีมให้อันดับเข้าตา จากนั้นก็ขายสโมสรไปเพื่อกินส่วนต่างเข้ากระเป๋า ขณะที่แฟนบอลยังต้องจ่ายเงินสนับสนุนทีมต่อไป ภาพสะท้อนจากกรณีของไมค์และอีกหลายแห่งทั่วโลก ก็ใกล้เคียงรูปทรงนี้